กรมพัฒน์ฯ ถกก.ล.ต. ช่วย Startup เข้าถึงแหล่งเงินทุน ชงแก้กม.แพ่งและพาณิชย์ ใช้หุ้นระดมทุน

กรมพัฒน์ฯ ถกก.ล.ต. ช่วย Startup เข้าถึงแหล่งเงินทุน ชงแก้กม.แพ่งและพาณิชย์ ใช้หุ้นระดมทุน

กรมพัฒนาธุรกิจการค้าหารือร่วม ก.ล.ต. แก้ปัญหา Startup ที่มีไอเดีย แต่ไร้เงินทุน ให้สามารถเข้าถึงแหล่งเงินทุนเพื่อมาใช้ทำธุรกิจ เสนอปรับแก้ประมวลกฎหมายแพ่งและพาณิชย์ให้สามารถใช้หุ้นในการระดมทุน เผยถ้า ก.ล.ต. ออกประกาศภายใต้คณะกรรมการกำกับตลาดทุน ก็ทำได้ทันที แต่หากรอแก้กฎหมาย ต้องใช้เวลานาน

น.ส.บรรจงจิตต์ อังศุสิงห์ อธิบดีกรมพัฒนาธุรกิจการค้า เปิดเผยว่า กรมฯ ได้จัดประชุมหารือเรื่อง “การหาแนวทางปรับปรุงแก้ไขกฎหมายเพื่อส่งเสริมวิสาหกิจเริ่มต้น” ร่วมกับสำนักงานคณะกรรมการกำกับหลักทรัพย์และตลาดหลักทรัพย์ คณะทำงานเพื่อพัฒนาโครงสร้างพื้นฐานเพื่อส่งเสริมวิสาหกิจเริ่มต้น สมาคมการค้าเพื่อส่งเสริมผู้ประกอบการเทคโนโลยีรายใหม่ (Thailand Tech Startup Association) และสมาคมไทยผู้ประกอบธุรกิจเงินร่วมลงทุน (Thai Venture Capital Association) เพื่อหารือแนวทางในการระดมทุนเพื่อส่งเสริมธุรกิจในกลุ่ม Startup ให้สามารถเข้าถึงแหล่งเงินทุน และมีเงินทุนในการเริ่มต้นประกอบธุรกิจ

ทั้งนี้ ธุรกิจ Startup ในประเทศไทยที่ยังไม่สามารถเติบโตได้เท่าที่ควร เพราะประสบปัญหาเรื่องของการเข้าถึงแหล่งเงินทุน รวมถึงเป็นธุรกิจที่มีความเสี่ยงสูงในระยะแรกเริ่มกิจการ จึงทำให้สถาบันการเงินมักจะไม่ปล่อยสินเชื่อให้ ซึ่งประเด็นนี้ส่งผลให้ Startup ไม่สามารถหาแหล่งเงินทุน จึงเป็นเหตุให้ผู้ประกอบธุรกิจบางรายไม่สามารถดำเนินธุรกิจจนประสบความสำเร็จได้

สำหรับการประชุมหารือในครั้งนี้ คณะทำงานเพื่อพัฒนาโครงสร้างพื้นฐานเพื่อส่งเสริมวิสาหกิจเริ่มต้นได้ยื่นข้อเสนอแนะให้กับที่ประชุมเพื่อขอแก้ไขประมวลกฎหมายแพ่งและพาณิชย์ใน 4 ประเด็น คือ 1.การออกหุ้นกู้แปลงสภาพ (Convertible bond) กล่าวคือการเปลี่ยนจากสภาพหนี้ให้กลายเป็นหุ้นแก่เจ้าหนี้การค้า 2.การเปลี่ยนแปลงบุริมสิทธิในหุ้น (Preferred Shares) 3.การทยอยให้หุ้น (vesting) หรือสิทธิที่จะซื้อหุ้นได้ในราคาที่กำหนด และ 4.การออกหุ้นให้พนักงานหรือกรรมการ (ESOP) โดยเป็นการเสนอขายหลักทรัพย์ที่ต้องอยู่ภายใต้การกำกับดูแลของสำนักงานคณะกรรมการกำกับหลักทรัพย์และตลาดหลักทรัพย์

“กรมฯ ได้จัดรับฟังความคิดเห็น ข้อเสนอแนะ และร่วมหาแนวทางเพื่อปรับปรุงกฎหมายให้สอดรับกับภาคธุรกิจในปัจจุบันจากผู้มีส่วนได้เสียที่เกี่ยวข้องแล้ว โดยมีความเป็นไปได้ใน 2 แนวทาง คือ แนวทางที่ 1 ก.ล.ต. สามารถออกเป็นประกาศภายใต้คณะกรรมการกำกับตลาดทุนได้ทันที และแนวทางที่ 2 การแก้ไขประมวลกฎหมายแพ่งและพาณิชย์ แต่การแก้ไขกฎหมายจะต้องใช้ความละเอียดรอบคอบพิจารณาถึงผลกระทบด้านต่างๆ ประกอบกับมีขั้นตอนการดำเนินงานที่เกี่ยวข้องกับหลายภาคส่วน จึงอาจทำให้ต้องใช้ระยะเวลาดำเนินการนานกว่า เพราะต้องผ่านความเห็นชอบจากคณะรัฐมนตรี (ครม.) แล้วส่งให้คณะกรรมการกฤษฎีกาพิจารณาก่อนส่งให้สภานิติบัญญัติแห่งชาติ (สนช.) พิจารณาต่อไป”น.ส.บรรจงจิตต์กล่าว