กลับมาตั้งหลักกันใหม่หลังปัจจัยกดดันเริ่มคลี่คลาย

กลับมาตั้งหลักกันใหม่หลังปัจจัยกดดันเริ่มคลี่คลาย

เริ่มนับถอยหลังเข้าสู่ช่วงเทศกาลสงกรานต์และหยุดยาว ภาพการลงทุนในตลาดทุนไทยนั้น นักลงทุนเริ่มคลายความกังวลต่อประเด็นสงครามการค้าระหว่างสองยักษ์ใหญ่ของโลก สหรัฐฯกับจีน ที่คาดกันว่าน่าจะเป็นเพียงสงครามน้ำลายมากกว่าที่จะเกิดขึ้นจริง เนื่องจากทั้งสองฝ่ายยังเปิดช่องทางในการเจรจาและหาทางออกร่วมกันได้

ตลาดทุนไทยที่ออกอาการเป๋ไปเมื่อสัปดาห์ก่อน ก็เริ่มกลับมาสู่ตั้งหลักกันใหม่สอดคล้องกับตลาดอื่นๆในภูมิภาค แม้จะยังมีความผันผวนอยู่บ้าง แต่ในกรอบที่จำกัดลง อย่างไรก็ตามช่วงที่เหลือของสัปดาห์ ยังคงเห็นภาพของนักลงทุนที่มีการปรับพอร์ตก่อนหยุดยาว การซื้อขายอาจจะไม่คึกคักนัก นักลงทุนที่มีกำไรก็อาจจะขายล็อกกำไรเอาไว้ก่อน ส่วนนักลงทุนที่มองว่าสถานการณ์ปัจจัยกดดันที่เริ่มคลี่คลายก็อาศัยจังหวะเก็บสะสมหุ้นพื้นฐานดี ที่ราคาปรับลดลงมาก็แล้วแต่มุมมองของแต่ละคนกันล่ะครับ

ดังนั้น การซื้อขายในช่วงนี้ น่าจะเป็นการช่วงชิงจังหวะกันทำกำไร และเก็บของถูกเข้าพอร์ตให้จับตาแรงซื้อที่จะเข้ามาในหุ้นกลุ่มแบงก์ที่กำลังฟื้นตัวดีขึ้น และจะเป็นกลุ่มแรกที่ประกาศผลประกอบการไตรมาส 1/60 ออกมา จะเป็นโอกาสในการเก็งกำไรของนักลงทุนสถาบันกองทุนหรือไม่ หลังเริ่มมีสัญญาณการซื้อกลับเข้ามาของนักลงทุนสถาบันกองทุนโดดเด่นในช่วงนี้

นอกจากหุ้นกลุ่มแบงก์ที่ดูดีขึ้น ในรายหุ้นตัวใหญ่อย่าง SCC หรือปูนใหญ่ เริ่มเห็นแรงซื้อเข้าหลังราคาต่ำกว่า 500 บาทลงมา ซึ่งมีส่วนต่างราคาที่นักวิเคราะห์ให้ราคาเป้าหมายไว้แถว 550 บาทอยู่พอสมควรเลยทีเดียว จากที่มองว่าผลการดำเนินงานจะเติบโตได้ดี

อย่างไรก็ตามการที่นักลงทุนจะสามารถบอกได้ว่าหุ้นตัวไหนมีราคาถูกหรือแพงอย่างที่มีการออกบทวิเคราะห์มานั้น สิ่งที่สำคัญมากประการหนึ่งคือ นักลงทุนต้องประเมินรู้ให้ได้ว่ามูลค่าที่แท้จริงของหุ้นนั้นเป็นเท่าไหร่ ยกตัวอย่างเช่น บริษัทใดก็ตามแม้ว่าบริษัทจะมีฐานะการเงินแข็งแกร่งขนาดไหนหากผลการดำเนินงานออกมาไม่ดี มีกำไรน้อย หรือขาดทุน โอกาสที่ราคาหุ้นจะปรับตัวขึ้นเป็นไปได้ยากและมีโอกาสที่ราคาจะลดลง

ต่างจากบริษัทที่ผลการดำเนินงานเติบโตอย่างต่อเนื่อง มีกำไรโดดเด่น แนวโน้มที่ราคาหุ้นจะปรับตัวขึ้นตามผลประกอบการก็มีสูงและทำให้เราได้รับผลตอบแทนที่ดีหากเลือกลงทุนในหุ้นดังกล่าว ลองไปค้นหากันดูครับ

ดังนั้นเรื่องของผลการดำเนินงานของบริษัทจึงเป็นสิ่งสำคัญในการตัดสินใจเลือกเฟ้นหาหุ้นมาลงทุนโดยเชื่อว่าผลการดำเนินงานของบริษัทจะยังคงเติบโตอย่างต่อเนื่องต่อไปซึ่งนักลงทุนจำเป็นต้องประเมินรู้ให้ได้ในมูลค่าที่แท้จริงของหุ้น เพื่อตัดสินใจลงทุน

เราก็จะสามารถกำหนดราคาซื้อหุ้นได้อย่างเหมาะสม และกำหนดราคาที่จะขายได้ในราคาที่ทำกำไรได้สูง ช่วยลดความเสี่ยงต่อการลงทุนจากต้นทุนที่ต่ำและได้ผลตอบแทนคืนกลับที่คาดหวังอย่างงดงาม โอกาสที่การลงทุนของเราจะประสบความสำเร็จก็ยิ่งมีมากขึ้นตามไปด้วยครับ