ตลาดผันผวนตามปัจจัยกระทบ

ตลาดผันผวนตามปัจจัยกระทบ

ภาพรวมของตลาดหุ้นไทยวันนี้ ยังคงมีความผันผวนตามตลาดหุ้นในภูมิภาค เนื่องจากนักลงทุนยังกังวลเกี่ยวกับสถานการณ์การค้าข้อพิพาทระหว่างสหรัฐและประเทศคู่ค้า ที่ยังไม่มีข้อสรุปและอาจจะลุกลามบานปลายรุนแรงมากขึ้น ล่าสุดจีนเตรียมขออนุมัติจาก WTO ในสัปดาห์หน้าเพื่อคว่ำบาตรสหรัฐ หลังจากที่ก่อนหน้าทางสหรัฐฯ ยืนยันที่จะเดินหน้ามาตรการเก็บภาษีสินค้านำเข้าจากจีน มูลค่ากว่า 2 แสนล้านเหรียญสหรัฐฯ ซึ่งมาตรการดังกล่าวได้ผ่านการทำประชาพิจารณ์จากทุกภาคส่วนของสหรัฐฯไปเมื่อสัปดาห์ที่ผ่านมา

ยังไม่นับกรณีที่สหรัฐฯแสดงความไม่ค่อยพอใจต่อภาวการณ์ขาดดุลการค้าระหว่างสหรัฐฯกับญี่ปุ่น ซึ่งถือเป็นชาติพันธมิตรที่แน่นแฟ้นกับสหรัฐฯเสมอมา และอาจมีมาตรการอะไรตามออกด้วยหรือไม่

อีกทั้ง คาดว่าเฟดจะเร่งปรับขึ้นอัตราดอกเบี้ยเดือนนี้เป็นครั้งที่ 3 ปีนี้ ในการประชุม 25-26 ก.ย.นี้ หลังตัวเลขเศรษฐกิจออกมาร้อนแรง รวมถึงวิกฤติค่าเงินในตลาดเกิดใหม่ (Emerging Market) ส่งผลให้ทิศทาง Fund Flow มีการไหลออกจากภูมิภาครวมถึงประเทศไทย ที่นักลงทุนต่างชาติยังเป็นฝ่ายขายสุทธิหุ้นไทยอย่างต่อเนื่องจนทะลุ 2 แสนกว่าล้านบาทไปแล้ว นับจากต้นปีเป็นต้นมา

อย่างไรก็ตามปัจจัย พื้นฐานภายในของเรา ทั้งเศรษฐกิจที่แข็งแกร่ง มีการขยายตัวที่ดี มีฐานะทางการเงินที่มั่นคงทั้งทุนสำรองระหว่างประเทศระดับสูง หนี้ต่างประเทศมีน้อย ดุลการค้าก็เกินดุลมาโดยตลอด ภาวะเงินเฟ้อของเราไม่ได้สูงมาก ซึ่งแตกต่างจากประเทศเกิดใหม่อื่นๆ ที่กำลังประภาวะวิกฤตอยู่ในขณะนี้ ที่ทั้งทุนสำรองน้อย หนี้ต่างประเทศสูง ขาดดุลต่อเนื่อง เงินเฟ้อสูง เชื่อว่าผลกระทบจะเกิดกับไทยเราจำกัด นอกจากนี้ความคืบหน้าเรื่องการเลือกตั้งที่เป็นไปตามโรดแม็ปที่จะมีการเลือกตั้งในปีหน้า และที่สำคัญกำไรของบริษัทจดทะเบียนที่ยังเติบโตใช้ได้ จะเป็นปัจจัยสนับสนุนสำคัญที่รออยู่

ภาพของแรงขายหุ้นขนาดใหญ่ที่มีออกมาจากกลุ่มนักลงทุนต่างชาติ ที่รอบนี้ยังคงเล่นบททุบเททิ้งกดหุ้น และในสถานการณ์ที่นักลงทุนส่วนใหญ่ขาดความเชื่อมั่น การขายหุ้นออกมาก่อนเพื่อปรับพอร์ตลดความเสี่ยงจึงบังเกิดขึ้นกับตลาดหุ้นไทย อีกทั้งความผันผวนยังมีอยู่มากจากปัจจัยกระทบที่มีเข้ามา ส่งผลต่อทิศทางการเดินไปข้างหน้าของตลาดหุ้นไทยหลังจากนี้ไม่น้อยเลยทีเดียว

ความผันผวนของตลาดที่เกิดขึ้นตอนนี้ แม้จะเป็นสิ่งที่ใครๆก็ไม่อยากให้เกิด แต่ในเมื่อเราเดินเข้ามาสู่สนามแห่งนี้ก็ต้องยอมรับสิ่งที่เกิดขึ้นมันเป็นธรรมชาติของตลาดอยู่แล้ว ดังนั้นนักลงทุนที่ดีจึงจำเป็นต้องเลือกลงทุนในหุ้นที่มีความแข็งแกร่งกว่าตลาด แม้ราคาอาจจะไม่ได้เคลื่อนไหวหวือหวา แต่ก็ไม่ได้ปรับตัวลดลงมากนักในยามที่ตลาดส่งสัญญาณไม่ดี และที่สำคัญต้องเป็นหุ้นที่ยังจ่ายปันผลตอบแทนมาอย่างสม่ำเสมอ ซึ่งน่าจะเหมาะกับนักลงทุนที่อดทนรอคอยได้ สามารถกำหนดกรอบการลงทุนของตนเองในการเข้าซื้อ หรือขายหุ้นให้สอดคล้องกับสภาพโดยรวมของตลาดได้เช่นกัน

รวมถึงต้องพิจารณาปัจจัยแวดล้อมอื่นๆ ที่มีเข้ามากระทบให้กรอบการลงทุนดังกล่าวเปลี่ยนแปลงไปทางใดทางหนึ่ง ก็ต้องปรับตัวให้สอดคล้องไปตามแนวโน้มทิศทางที่เกิดขึ้น ไม่สวนกระแสโดยเด็ดขาด เพราะลำพังเพียงกำลังของเราไม่อาจต้านทานกระแสการเปลี่ยนแปลงเหล่านั้นที่เกิดขึ้นได้

สรุปว่า การลงทุนช่วงนี้คงต้องประคับประคองตัวเองให้สามารถอยู่รอดให้ได้ จะด้วยวิธีการ กลยุทธ์รูปแบบใดก็ตาม หรือใครที่ยอมรับความเสี่ยงที่มีหรือสามารถลดความเสี่ยงที่มีเหล่านั้นลงได้ เพราะในตลาดหุ้นพร้อมที่จะพลิกผันได้ตลอดเวลา ไม่มีอะไรที่แน่นอน