‘บลจ.พรินซิเพิล’ ชี้เทรนด์ลงทุนครึ่งหลัง เน้น Stay Invested Stay Diversified แนะเพิ่มพอร์ต REITs ชูหุ้นเวียดนามเด่นรับเศรษฐกิจแข็งแกร่งท่ามกลาง COVID-19

‘บลจ.พรินซิเพิล’ ชี้เทรนด์ลงทุนครึ่งหลัง เน้น Stay Invested Stay Diversified แนะเพิ่มพอร์ต REITs ชูหุ้นเวียดนามเด่นรับเศรษฐกิจแข็งแกร่งท่ามกลาง COVID-19

บลจ. พรินซิเพิล ส่องเทรนด์ลงทุนครึ่งหลัง เน้น Stay Invested Stay Diversified แนะปรับพอร์ตเพิ่มน้ำหนักลงทุนใน REITs ที่ราคายังปรับตัวขึ้นต่ำกว่าหุ้น และลดสัดส่วนในหุ้นทั่วโลกที่ราคาฟื้นตัวเร็วเกินกว่าพื้นฐานเศรษฐกิจ และทองคำที่ราคาทำสถิติสูงสุดใหม่ไปแล้วจากการเก็งกำไรและฟันด์โฟลว์ที่ไหลเข้ากองทุน ETFs พร้อมแนะนำลงทุนในตลาดหุ้นเวียดนาม หลังจัดการโรคระบาดได้ดีส่งผลเศรษฐกิจยังคงแข็งแกร่ง ชูกองทุนเปิดพรินซิเพิล พร็อพเพอร์ตี้ อินคัม (PRINCIPAL iPROP) ที่ได้รับการจัดอันดับ ดาวจากมอร์นิ่งสตาร์ และกองทุนเปิดพรินซิเพิล พร็อพเพอร์ตี้ อินคัมเพื่อการเลี้ยงชีพ (PRINCIPAL iPROPRMF) ที่ได้รับการจัดอันดับ  ดาวจากมอร์นิ่งสตาร์ รวมถึงกองทุนเปิดพรินซิเพิล เวียดนาม อิควิตี้ (PRINCIPAL VNEQ) เป็นทางเลือกลงทุน  

นายวิน พรหมแพทย์, CFA ระธานเจ้าหน้าที่การงทุน บริษัทหลักทรัพย์จัดการกองทุน พรินซิเพิล จำกัด เปิดเผยว่า จากสถานการณ์ตลาดหุ้นทั่วโลกในช่วงไตรมาส ปี 2563 ที่ผ่านมา ที่ดัชนีฟื้นตัวอย่างรวดเร็วมากกว่าการพื้นฐานเศรษฐกิจที่แท้จริง โดยเฉพาะตลาดหุ้น S&P 500 ที่ราคาหุ้นเทคโนโลยีกลุ่ม FANG+ เช่น Facebook Apple Netflix Google ปรับตัวขึ้นอย่างร้อนแรง อย่างไรก็ตามคาดว่าหุ้นกลุ่มดังกล่าวน่าจะลดความร้อนแรงลงบ้าง คาดตลาดหุ้นทั่วโลกมีโอกาสปรับฐาน ส่วนราคาทองคำในตลาดโลกซึ่งเป็นสินทรัพย์ปลอดภัยก็ปรับตัวเพิ่มขึ้นอย่างรวดเร็วจนทำสถิติใหม่ ซึ่งเกิดจากการเก็งกำไรและฟันด์โฟลว์ที่ไหลเข้าสู่กองทุน ETFs ดังนั้นจึงยังต้องลงทุนด้วยความระมัดระวังและพร้อมรับมือกับปัจจัยเสี่ยงต่างๆ เนื่องจากภาพรวมเศรษฐกิจโลกยังต้องใช้ระยะเวลาในการฟื้นตัว โดยคาดว่ากว่าที่ประชากรส่วนใหญ่จะได้รับการฉีดวัคซีนและสามารถเดินทางต่างประเทศได้เป็นปกติ จะต้องใช้ระยะเวลาอีกอย่างน้อย 1-3 ปี   

ทั้งนี้ ทีมจัดการลงทุนคงเน้นกระจายการลงทุนด้วยกลยุทธ์ Stay Invested Stay Diversified แนะนำให้ปรับพอร์ตการลงทุนด้วยการเพิ่มน้ำหนักการลงทุนใน REITs และ Infrastructure Fund ที่ราคายังปรับตัวขึ้นช้ากว่าหุ้น สะท้อนจากดัชนี Global REITs Index ในไตรมาส ปี 2563 ที่ผ่านมามีอัตราผลตอบแทน -18.7% อย่างไรก็ตามหากพิจารณาผลตอบแทนจากเงินปันผลโดยเฉลี่ยซึ่งอยู่ที่ 3.9% ถือว่าอยู่ในระดับที่น่าสนใจ และโดดเด่นกว่าเมื่อเทียบกับพันธบัตรรัฐบาลที่ให้อัตราผลตอบแทนเพียง 0.3% (ที่มา: PrinRE Presentation ข้อมูล ณ 31 กรกฎาคม 2563) ขณะที่อัตราดอกเบี้ยคาดว่าจะทรงตัวในระดับต่ำไปอีกนาน เนื่องจากภาพรวมเศรษฐกิจโลกยังต้องใช้ระยะเวลาฟื้นตัว การลงทุนใน REITs จึงน่าจะกลับมาได้รับความน่าสนใจมากขึ้น โดยเฉพาะ REITs ที่ลงทุนในสินทรัพย์กลุ่มดาต้าเซ็นเตอร์และโลจิสติกส์ ยังให้ผลตอบแทนในไตรมาส ปี 2563 ที่ผ่านมาเป็นบวกหรือติดลบเล็กน้อย (ที่มา: Principle Asset Management and DVS Vickers ณ 30 มิถุนายน 2563) เช่น Frasers Logistics & Industrial TrustKeppel DC REIT ที่ยังคงมีอัตราเช่าพื้นที่ในระดับสูง  

“เราแนะนำเพิ่มน้ำหนักลงทุนใน REITs เพื่อคาดหวังโอกาสรับผลตอบแทน 4-6% โดยสามารถลงทุนผ่านกองทุนเปิด พรินซิเพิล พร็อพเพอร์ตี้ อินคัม D หรือ PRINCIPAL iPROP-D (กองทุนนี้ลงทุนกระจุกตัวในกลุ่มอุตสาหกรรมอสังหาริมทรัพย์ (Property Sector Fund) ดังนั้นหากมีปัจจัยลบที่ส่งผลกระทบต่อการลงทุนดังกล่าว ผู้ลงทุนอาจสูญเสียเงินลงทุนจำนวนมาก ที่ได้รับการจัดอันดับ ดาวจากมอร์นิ่งสตาร์ (ณ วันที่ 31 กรกฎาคม 2563) ซึ่งมีอัตราผลตอบแทนย้อนหลัง เดือน (สิ้นสุด 31 กรกฎาคม 2563) อยู่ที่ 4.57% เทียบกับดัชนีอ้างอิงอยู่ที่ 1.83% หรือลงทุนผ่านกองทุนเปิดพรินซิเพิล พร็อพเพอร์ตี้ อินคัมเพื่อการเลี้ยงชีพ หรือ PRINCIPAL iPROPRMF ที่ได้รับการจัดอันดับ ดาวจากมอร์นิ่งสตาร์ (ณ วันที่ 31 กรกฎาคม 2563 ให้อัตราผลตอบแทนย้อนหลัง เดือนอยู่ที่ 4.65% เทียบกับดัชนีอ้างอิงอยู่ที่ 1.83% โดยปัจจุบันทั้ง กองทุนเน้นลงทุนใน REITs และ Infrastructure Fundที่มีศักยภาพและได้รับผลกระทบไม่มากจาก COVID-19 ส่วนใหญ่เป็น REITs ที่จดทะเบียนในตลาดหลักทรัพย์สิงคโปร์และลงทุนสินทรัพย์ทั่วโลก และ Infrastructure Fund ที่จดทะเบียนในไทยและสิงคโปร์” นายวิน กล่าว  

               ขณะเดียวกัน ทีมจัดการมีมุมมองเชิงบวกกับการลงทุนในตลาดหุ้นเวียดนาม เนื่องจากเป็นหนึ่งในประเทศที่บริหารจัดการโรคระบาดได้ดีแม้มีการระบาดรอบที่ แต่จำนวนผู้ติดเชื้อและผู้เสียชีวิตสะสมยังอยู่ในระดับต่ำ จึงทำให้ภาพรวมเศรษฐกิจฟื้นตัวอย่างรวดเร็ว โดยสำนักงานสถิติแห่งชาติเวียดนามคาดการณ์อัตราการเติบโตทางเศรษฐกิจในปีนี้จะอยู่ที่ 3.6% ปัจจัยสนับสนุนคือตัวเลขการลงทุนทางตรงจากต่างชาติ (Foreign Direct Investment หรือ FDIเดือนแรกของปีนี้อยู่ที่ 1.88 หมื่นล้านเหรียญสหรัฐ (ประมาณ แสนล้านบาท) ส่วนตัวเลขการค้าระหว่างประเทศยังอยู่ในระดับที่ดี จากมูลค่าการส่งออกช่วง เดือนแรกของปีนี้ ยังคงเพิ่มขึ้น 0.2% จากช่วงเดียวกันของปีก่อน และมีมูลค่าการนำเข้าสินค้าลดลงจากช่วงเดียวกันของปีก่อน 2.9% (ที่มา: VCSC Vietnam Macro, ณ 20 สิงหาคม 2563) โดยมีหุ้นที่น่าสนใจ อาทิ FPT Corporation (FPT) ผู้นำด้านไอที เอาต์ซอร์สซิ่ง, Vincom Retial (VRE) ซึ่งเป็นผู้บริหารศูนย์การค้ารายใหญ่  

            ปัจจุบัน บลจ.พรินซิเพิล มีกองทุนเปิดพรินซิเพิล เวียดนาม อิควิตี้ (PRINCIPAL VNEQ-A) ที่ลงทุนในตลาดหุ้นเวียดนาม เน้นหุ้นขนาดกลางและขนาดใหญ่ที่มีปัจจัยพื้นฐานดี เติบโตเร็ว มีสภาพคล่องและ Valuation เหมาะสม พร้อมทั้งกำหนดสัดส่วนการลงทุนหุ้นแต่ละบริษัทในระดับเหมาะสมเพื่อป้องกันความเสี่ยง โดยกองทุนฯ ดังกล่าวให้อัตราผลตอบแทนย้อนหลัง เดือน (สิ้นสุด 31 กรกฎาคม 2563) อยู่ที่ 2.62% เทียบกับดัชนีอ้างอิงอยู่ที่ 0.92%   

สำหรับนักลงทุนที่สนใจ ติดต่อขอรับหนังสือชี้ชวนหรือสอบถามรายละเอียดกองทุนเพิ่มเติมได้ที่ ธนาคารซีไอเอ็มบี ไทย จำกัด (มหาชน)ธนาคารทหารไทย จำกัด (มหาชน)ธนาคารกรุงศรีอยุธยา จำกัด (มหาชน)  หรือผู้สนับสนุนการขายฯ หรือบริษัทหลักทรัพย์จัดการกองทุน พรินซิเพิล จำกัด โทร. 02 686 9595  www.principal.th ท่านสามารถเปิดบัญชีและทำรายการผ่าน Principal TH Mobile App ดาวน์โหลดได้ที่ https://www.principal.th/th/principalTH.html