บล.แอพเพิล เวลธ์ ชี้เป้า SET ปี 61 1,925 – 2,000 จุด คาด Fund Flow ลุยหุ้นไทย รับอานิสงส์เลือกตั้งตามโรดแม็พ

บล.แอพเพิล เวลธ์ ชี้เป้า SET ปี 61 1,925 - 2,000 จุด คาด Fund Flow ลุยหุ้นไทย รับอานิสงส์เลือกตั้งตามโรดแม็พ

บล.แอพเพิล เวลธ์ ส่องดัชขนีตลาดหุ้นไทย ปี 61 1,925 - 2,000 จุด คาด Fund Flow ลุยหุ้นไทยรับเลือกตั้ง แถมแนวโน้มกำไร บจ. มีโอกาสกลับมาขยายตัวได้ที่ระดับ 11.20 % แนะลงทุนหุ้นในกลุ่มธนาคาร,พลังงาน, รับเหมาก่อสร้าง, กลุ่มสื่อโฆษณา,และกลุ่มยางพารา มองเฟดปรับลดงบดุล, แนวโน้มดอกเบี้ยขาขึ้น , ความไม่สงบในตะวันออกกลางและเกาหลีเหนือ และเลือกตั้งในไทยไม่เป็นไปตาม Road Map เป็นปัจจัยเสี่ยง

นายอภิชัย เรามานะชัย รองกรรมการผู้จัดการฝ่ายวิเคราะห์หลักทรัพย์ บริษัทหลักทรัพย์ แอพเพิล เวลธ์ จำกัด (มหาชน) เปิดเผยว่า ฝ่ายวิเคราะห์ประเมินแนวโน้มดัชนีตลาดหุ้นไทยในปี 2561 ที่ระดับ 1,870 – 1,925 จุด ( EPS growth 11 % , Forward P/E 17.0 – 17.5 X ) และมี Downside ที่ระดับ 1,600 – 1,650 จุด ( Forward P/E 14.50 – 15.0 X ) แต่หากประเมินจาก Earning Yield Gap ของดัชนี SET ปัจจุบันอยู่ที่ระดับ 2.92 % ขณะที่ค่าเฉลี่ยย้อนหลัง 3 ปี อยู่ที่ระดับ 2.65 % ส่งผลให้ดัชนี SET ยังสามารถปรับขึ้นไปเทรดที่ระดับ Forward P/E 18.5 x ซึ่งจะมีระดับดัชนีเป้าหมายปี 2561 ที่ 2,035 จุด โดยให้น้ำหนักปัจจัย Fund Flow ของนักลงทุนต่างชาติที่มีโอกาสไหลเข้าลงทุนในตลาดหุ้นไทยในช่วง 2H/61 เป็นปัจจัยหนุนดัชนี

“หากย้อนดูความสัมพันธ์ระหว่างดัชนีหุ้นไทย , การเมือง และการซื้อขายต่างชาติในช่วงรัฐประหารปี 2549 จะเห็นได้ชัดเจนว่าเมื่อมีสัญญาณบวกของการเลือกตั้ง นักลงทุนต่างชาติมักจะเริ่มทยอยซื้อสะสมอีกครั้ง ดังนั้นหากสถานการณ์การเมืองปัจจุบันเป็นไปตาม Road Map คาด กม.เลือกตั้งจะเสร็จในช่วง มิ.ย.2561 และการเลือกตั้งใหม่น่าจะเกิดขึ้นในช่วง พ.ย. 2561 ดังนั้นฝ่ายวิเคราะห์ประเมินมีโอกาสจะเห็นสัญญาณการไหลกลับของเงินทุนต่างชาติในช่วง เม.ย. – พ.ค. 2561 นี้ ซึ่งจะเป็นปัจจัยบวกผลักดัชนีหุ้นไทย

ขณะที่แนวโน้มกำไร บจ. ตลาดหุ้นไทยปี 2561 ประเมินมีโอกาสกลับมาขยายตัวได้ที่ระดับ 11.20 % ( YoY ) โดยได้แรงหนุนจากการฟื้นตัวของกำไรกลุ่มธนาคารพาณิชย์ที่คาดสินเชื่อจะขยายตัว 7 % , กลุ่มพลังงานและปิโตรเคมีที่ได้แรงหนุนจากราคาน้ำมันดิบเฉลี่ยอาจจะสูงกว่า 55 ดอลลาร์/บาร์เรล รวมถึงกลุ่มค้าปลีกและกลุ่มท่องเที่ยวที่ฟื้นตัวตามกำลังซื้อในประเทศ

สำหรับแนวโน้มเศรษฐกิจไทยฟื้นตัวตามเศรษฐกิจโลก สำนักงานเศรษฐกิจการคลัง (สศค.) ประเมินแนวโน้มเศรษฐกิจไทยปี 2561 มีโอกาสขยายตัว 3.5 – 4.6 % โดยได้แรงหนุนจากเศรษฐกิจโลกปีหน้ายังขยายตัวที่ระดับ 3.7 % ส่งผลบวกต่อภาคส่งออกไทย ซึ่งคาดยังขยายตัวได้ที่ระดับ 6% ต่อเนื่องจากปี 2560 ที่การส่งออกคาดจะขยายได้ที่ระดับ 10 % ในส่วนการลงทุนภาครัฐปี 2561 คาดจะเพิ่มขึ้น 9.0 % จากปีก่อนที่ +0.9 % จากแผนการลงทุนโครงสร้างพื้นฐานรวมมูลค่ากว่า 7.80 แสน ล้านบาท เช่น รถไฟฟ้าสายสีม่วงใต้และสายสีส้มตะวันตก รวมมูลค่า 2 แสนล้านบาท รวมถึงรถไฟรางคู่เฟส 2 มูลค่ากว่า 4 แสนล้านบาท ขณะที่การลงทุนภาคเอกชน ปี 2561 คาดจะเพิ่มขึ้น 2.3 % จากปี 60 ที่ +1.6 % จากแรงหนุนการลงทุนในเขตเศรษฐกิจพิเศษ EEC

กลยุทธ์การลงทุน ในปี 2561 แนะนำทยอยซื้อลงทุน หุ้นในกลุ่มธนาคาร BBL , KBANK , SCB , KTB , TMB , BAY แนวโน้มดอกเบี้ยโลกเป็นขาขึ้นและสินเชื่อมีแนวโน้มขยายตัวได้ระดับ 7 – 8 % ตามการฟื้นตัวของเศรษฐกิจไทย และมูลค่าหุ้นกลุ่มธนาคารยังเทรดต่ำกว่าค่าเฉลี่ย P/BV ย้อนหลัง 3 ปี กลุ่มพลังงาน & ปิโตรเคมี PTT , PTTEP , PTTGC , IVL , IRPC ทิศทางราคาน้ำมันดิบเฉลี่ยสูงกว่าระดับ 55 ดอลลาร์/บาร์เรล กลุ่มรับเหมาก่อสร้าง CK , STEC , UNIQ , SEAFCO , PYLON งบลงทุนโครงสร้างพื้นฐานกว่า 7.80 แสน ลบ.กลุ่มสื่อโฆษณา PLANB , VGI งบโฆษณาเริ่มฟื้นตัวตามภาวะเศรษฐกิจ กลุ่ม Soft Commodity STA , TRUBB , KSL จากราคายางพารา น้ำตาลมีแนวโน้มฟื้นตัวตามราคาน้ำมัน ส่วนปัจจัยความเสี่ยงที่ต้องระวัง คือ การปรับลดงบดุลของเฟด , แนวโน้มดอกเบี้ยโลกที่เริ่มเป็นขาขึ้น , ความไม่สงบในตะวันออกกลางและเกาหลีเหนือ , หากการเลือกตั้งในไทยไม่เป็นไปตาม Road Map