“บล.โกลเบล็ก” หุ้นไทยขานรับแผนระดมทุนไทยแลนด์ฟิวเจอร์ฟันด์ 4.5 หมื่นล. ให้กรอบดัชนี 1,685-1,745 จุด – แนะเก็งกำไรหุ้นงบ Q2/61 เด่น

“บล.โกลเบล็ก” หุ้นไทยขานรับแผนระดมทุนไทยแลนด์ฟิวเจอร์ฟันด์ 4.5 หมื่นล. ให้กรอบดัชนี 1,685-1,745 จุด – แนะเก็งกำไรหุ้นงบ Q2/61 เด่น

กรุงเทพฯบล.โกลเบล็ก เผยภาวะตลาดหุ้นไทยในสัปดาห์ได้อานิสงส์การกระตุ้นเศรษฐกิจในประเทศที่มีการเติบโตอย่างต่อเนื่อง และแผนระดมทุนไทยแลนด์ฟิวเจอร์ฟันด์ 4.5 หมื่นล้านบาท ส่วนปัจจัยลบกดดันการลงทุนยังคงเป็นสงครามการค้าสหรัฐฯ-จีนมีท่าทียืดเยื้อต่อไปอีก จึงให้กรอบดัชนี 1,685-1,745 จุด แนะเก็งกำไรในหุ้นที่คาดว่าผลประกอบการ Q2/61 เติบโตดี  ส่วนราคาทองคำยังคงถูกกดดันจาก Fed ดึงเงินกลับเพื่อลดงบดุล ทำให้เงินดอลลาร์แข็งค่า และความเสี่ยงสงครามการค้าโลกที่มีสัญญาณทวีความรุนแรงขึ้น รอรับทองคำแถว 1,200 ดอลลาร์

                น.ส.วิลาสินี บุญมาสูงทรง ผู้อำนวยการฝ่ายวิจัย บริษัทหลักทรัพย์ โกลเบล็ก จำกัด หรือ GBS กล่าวว่า ตลาดหุ้นในสัปดาห์นี้ มีปัจจัยบวกมาจาก กระทรวงการคลังประกาศเดินหน้าแผนระดมทุนไทยแลนด์ฟิวเจอร์ฟันด์ (TFF) วงเงิน 4.5 หมื่นล้านบาทเพื่อก่อสร้างทางด่วน คาดจะจำหน่ายในไตรมาสที่ 3 นี้ ประกอบกับการเร่งเบิกจ่ายงบประมาณประจำปีก่อนสิ้นสุดปีงบประมาณในเดือนก.ย.รวมถึง นักลงทุนต่างชาติซื้อสุทธิสลับมากขึ้นในช่วงครึ่งหลังของเดือนก.ค.เป็นต้นมา และตัวเลขเศรษฐกิจสหรัฐฯ อยู่ในทิศทางที่ดี อัตราการว่างงานของสหรัฐปรับตัวลงสู่ระดับ 3.9% ใกล้ระดับต่ำสุดในรอบเกือบ 50 ปี

อย่างไรก็ตาม ตลาดหุ้นไทยยังคงมีปัจจัยกดดันจาก สงครามการค้าสหรัฐฯ-จีนมีท่าทียืดเยื้อ จากการที่จีนประกาศจะเรียกเก็บภาษีจากสินค้านำเข้าจากสหรัฐฯวงเงิน 6 หมื่นล้านดอลลาร์ โดยคิดอัตราภาษีในช่วง 5-25% หลังสหรัฐประกาศจะเรียกเก็บภาษี 25% ต่อสินค้านำเข้าจากจีนเพิ่มจากเดิมที่จะเก็บในอัตรา 10% และราคาน้ำมันดิบปรับลดลงเนื่องจากตลาดมีความกังวลภาวะน้ำมันล้นตลาดจากปริมาณการผลิตน้ำมันจากรัสเซียและซาอุดิอาระเบีย ขณะที่สงครามการค้าอาจลดอุปสงค์การใช้น้ำมัน

นอกจากนี้ ยังคงมีปัจจัยที่น่าจับตา ได้แก่ ในวันที่ 8 ส.ค. กำหนดประชุมคณะกรรมการกำหนดนโยบายการเงิน (กนง.) ธนาคารแห่งประเทศไทย  ส่วนกสทช.เปิดให้ยื่นคำขอเพื่อเข้าร่วมการประมูล จับตา DTAC,ADVANC, TRUE ว่าจะเข้ายื่นประมูลคลื่นหรือไม่ และในวันที่ 9 ส.ค.จีน เปิดเผยอัตราเงินเฟ้อเดือนก.ค.และดัชนีราคาผู้ผลิต (PPI) เดือนก.ค.  ส่วนสหรัฐฯ จะเปิดเผยจำนวนผู้ขอรับสวัสดิการว่างงานรายสัปดาห์  ดัชนีราคาผู้ผลิต (PPI) เดือนก.ค. และสต็อกสินค้าคงคลังภาคค้าส่งเดือนมิ.ย.

และในวันที่ 10 ส.ค.  ญี่ปุ่นเปิดเผย GDP ไตรมาส 2/2561 อังกฤษ เปิดเผย GDP ไตรมาส 2/2561 และสหรัฐเปิดเผยอัตราเงินเฟ้อเดือนก.ค. และวันที่ 14 ส.ค. เป็นวันสุดท้ายในการส่งงบการเงินงวดไตรมาส 2/2561

 ด้านนายณัฐวุฒิ วงศ์เยาวรักษ์ ผู้อำนวยการฝ่ายวิจัย บริษัทหลักทรัพย์โกลเบล็ก จำกัด  กล่าวว่า สำหรับทิศทางตลาดหุ้นไทยมีแนวโน้มผันผวนขึ้น  คาดดัชนี  SET ผันผวนในกรอบ 1,685-1,745 จุด แนะเก็งกำไรในหุ้นที่คาดว่าผลประกอบการไตรมาส 2/2561 เติบโตดี ได้แก่ BANPU, BPP, JUBILE, DELTA, SVI, CPF, LH, ANAN, ROJNA, TPIPP และ WHAUP รวมถึงหุ้นที่ได้อานิสงส์จากค่าการกลั่นเริ่มปรับตัวขึ้น ได้แก่ TOP, SPRC และIRPC นอกจากนี้ยังแนะนำลงทุนในหุ้น High Beta High Dividend ได้แก่ TPIPP, HTC, IRPC, UTP, TKN, SEAFCO, WICE, ORI และ RS

ด้านแนวทางการลงทุนในทองคำ ผู้อำนวยการฝ่ายวิจัย บล.โกลเบล็ก กล่าวว่า สัปดาห์นี้คาดว่าราคาทองคำและค่าเงินบาทจะกลับเข้าสู่ภาวะปกติ หลังจากที่การประชุมนโยบายการเงินของธนาคารกลางสหรัฐฯ ญี่ปุ่น และอังกฤษได้ผ่านพ้นไปเมื่อสัปดาห์ที่แล้ว  โดยราคาทองคำยังคงถูกกดดันจากการที่ Fed ดึงเงินกลับเพื่อลดงบดุล  ทำให้เงินดอลลาร์แข็งค่า แต่ความเสี่ยงของสงครามการค้าโลกที่มีสัญญาณทวีความรุนแรงขึ้น ได้สร้างความกังวลให้กับนักลงทุ

ซึ่งส่งผลดีต่อราคาทองคำ  ทำให้ในระยะสั้นกรอบราคาทองคำจะยังคงอยู่ในแนวโน้มขาลงที่กำลังหาจุดกลับตัว โดยมองว่าราคาไม่ควรหลุดแนวรับจิตวิทยาที่ 1,200 ดอลลาร์ เพื่อสร้างโอกาสดีดตัวขึ้นทดสอบช่วง 1,220–1,225 ดอลลาร์ ซึ่งเป็นแนวต้านสำคัญที่จะเป็นสัญญาณซื้อแรกสำหรับการกลับเป็นขาขึ้น

ทั้งนี้ ฝ่ายวิจัยยังคงมองว่า การอ่อนตัวลงใกล้ระดับ 1,200 ดอลลาร์ จะเป็นโอกาสให้พอร์ตระยะกลางถึงยาวเข้าทยอยซื้อสะสมเพื่อเล่นรอบหรือถือลงทุน  แต่ถ้าราคาปรับตัวลงต่ำกว่า 1,200 ดอลลาร์ นักลงทุนควรเลือกshort against port หรือ เปิดสถานะ short แล้วรอจังหวะซื้อคืนในภายหลัง  ส่วนพอร์ตระยะสั้น  แนะนำให้รอจังหวะ follow เมื่อ breakout จากกรอบ 1,200–1,225 ดอลลาร์