มีหุ้นดีในพอร์ตอย่าหวั่นวิตกต่อสภาพตลาดที่ผันผวน

มีหุ้นดีในพอร์ตอย่าหวั่นวิตกต่อสภาพตลาดที่ผันผวน

บรรยากาศการลงทุนในตลาดหุ้นช่วงนี้ยังคงลุ่ม ๆ ดอน ๆ มีความผันผวนสูง อาการหุ้นขึ้นบ้างลงบ้างสลับปรับเปลี่ยน ตามแรงซื้อแรงขายที่มีกระทบเข้ามา ดัชนีตลาดหุ้นบ้านเรา แม้จะดูชัดเจนว่าเกิดการอ่อนย้อนคล้อยลงตามลำดับ แต่หุ้นไทยก็ยังฝืนไม่ยุบไม่ย่อไหลรูดอย่างหมดรูปทรง จนทำให้นักลงทุนไทยต้องท้อต้องถอยแต่อย่างไร พฤติกรรมการลงทุนของนักลงทุนไทยทั้งกองทุนและนักลงทุนทั่วไป ยังคงกล้าที่จะหาญยึดหาดฝั่งฟากซื้อสู้สาดใส่กับพวกนักลงทุนต่างชาติอย่างไม่หวั่นเกรง

ก็อย่างที่ว่าไว้ละครับ ตลาดทุนไทยใคร ๆ เขาก็มองอนาคตสดใส อย่างไรดัชนีคงไม่นิ่งสงบหรือต้องตกดิ่งจมลง แต่ที่สุดแล้วก็น่าที่จะเงยหัวขึ้นในอนาคตอันใกล้นี้แน่ เพราะปัจจัยสนับสนุนรุมเร้าบี้เข้าหามีแต่ภาพปรากฏชัดในเชิงบวก โดยเฉพาะแง่มุมของผลการดำเนินงานของบริษัทจดทะเบียน มีอยู่หลากหลายบริษัทที่เติบโตทะลุทะลวงเป้า พื้นฐานทั้งปัจจุบัน และอนาคตคงปรากฏให้ได้พบได้เจอถึงความรุ่งโรจน์โชติช่วงชัชวาลอย่างปฏิเสธไม่ได้หรอกครับ

เพราะว่าแผนนโยบายภาครัฐ กระตุ้น กระตุก กระเตงกระชากลากดันเศรษฐกิจไทยให้เติบใหญ่เฉียด 5 เปอร์เซนต์ซึ่งมีความเป็นไปได้สูงจากโครงการสุดมหาอลังการทั้งสร้างทำ และ พัฒนาอย่างต่อเนื่องในของรัฐบาลทางด้านนโยบายสาธารณะขนาดใหญ่ที่ผุดเชิดขึ้นอย่างดอกเห็ดในฤดูฝน สภาพคล่องทางการเงินหมุนเวียนไหลวนลื่นไม่มีสะดุด การส่งออกตัวเลขดีขึ้น การท่องเที่ยวดีต่อเนื่อง การลงทุนดีเยี่ยม

ปัจจัยบวกเหล่านี้คือตัวชี้นำให้กลไกตลาดหุ้นไทยที่เป็นฟันเฟืองหนึ่งของการพัฒนาชาติมีการขับเคลื่อนไปด้วยดีแน่นอนอย่างไร้ปัญหา นั้นเท่ากับว่า หุ้นไทยอย่างไรจะมายืนลอยหน้าลอยตาย่ำย้ำอยู่กับที่หรือออกอาการสาราวน สาระวันเตี้ยลงไม่ได้แน่นอนครับ เพราะเรื่องตลาดหุ้นอย่างไรก็ต้องอิงกับปัจจัยกระทบ แม้ช่วงเวลานี้จะส่ายหัว ส่ายตัว ส่ายก้น กระดิกไปตามแรงขายของพวกต่างชาติอยู่ก็ตาม แต่สุดท้าย หรือท้ายที่สุดตลาดทุนก็ต้องอิงกับปัจจัยพื้นฐานที่แท้จริงซึ่งส่งผลต่อการดำเนินงานของบริษัทจดทะเบียน นั้นคือความจริงบรรทัดสุดท้ายที่ต้องเป็นครับ

ผมเองยังเคยเจ็บใจตัวเอง อยากเข็กหัวตัวเองซักห้าโป๊ก และดีดหูตัวเองอีกสี่ที มีอยู่ช่วงหนึ่งของการลงทุนสู้หุ้นของผม วันหนึ่งผมซื้อหุ้นที่ได้วิเคราะห์พิจารณาประเมินจนพอรู้แจ้งประจักษ์ชัดว่าหุ้นตัวเป้าหมายที่เล็งไว้นั้นน่า ซื้อเก็บมาก ๆ ที่สุดผมก็นับเงินในกระเป๋าพอลงทุนเก็บหุ้นได้บ้าง ควักเงินออกมา 70-80 ล้านบาท เข้าซื้อหุ้น GPSC เฉลี่ยราคาราว 24 -25 บาท ได้มาหลายล้านหุ้น คิดในใจขอทำกำไรซะเท่าตัวละกันในหุ้นเป้าหมายตัวนี้

ช่วงเวลานั้นหุ้นไทยซวนเซไปมา ผมก็ใจดีสู้เสือ บอกตัวเอง หุ้นที่เราเลือกเก็บนี้เป็นหุ้นดี ตระกูล ปตท. ทำธุรกิจพลังงานไฟฟ้าทดแทน มีช่องทางธุรกิจ มีการเชื่อมต่อพันธมิตรหลากหลาย มีเงินสด มีเทคโนโลยี่ มีความพร้อมทุกด้าน ความเชื่อมั่นในหุ้นตัว GPSC สำหรับผมตอนที่ซื้อ มีเต็มเปี่ยมครับ คิดวาดฝันสวนหรูจะกวาดทำกำไรจากหุ้นตัวดังกล่าวให้พุงกางเชียวละ จู่ ๆ ในช่วงตะวันตกดินตลาดทุนปิดแล้ว ข่าวดังข่าวใหญ่ข่าวระเบิดเกิดขึ้นที่ท้าวพระพรหม แยกราชประสงค์ มีคนเจ็บคนตาย ข่าวว่าเป็นการก่อการร้าย

ทำเอาผมต้องหาทางปรับกลยุทธ์ เปลี่ยนความคิด ตามอารมณ์ที่หวั่นไหว ตามใจและจิตที่ตก จากที่หวังถือหุ้นยาวเพื่อสาวเอากำไรในอนาคตให้เป็นกอบเป็นกำ กลายเป็นอย่างไรก็ต้องเทขายระบายหุ้นออกไปก่อนเพื่อกำเงินสดไว้เพื่อลดความเสี่ยง วันต่อมาผมก็เปิดเกมขายหุ้น GPSC ทิ้งเกลี้ยงพอร์ต ได้กำไรติดปลายนวมมานิดหน่อย ไม่ขาดทุนก็สุดที่จะดีอกดีใจละครับ

จากวันนั้นมาถึงวันนี้ หุ้น GPSC วิ่งจ้ำโลด ไปไกลถึง 80 บาท วันนี้เหลือ 70 บาท ลองคิดดูซิครับพี่น้อง หากผมกัดฟันถือรอคอยจากวันนั้น ไม่ต้องหวั่นไหววิตกกังวล อะไรทั้งสิ้น ยึดเพียงแค่พื้นฐานของตัวหุ้น ความสามารถต่อการดำเนินงานของบริษัท เชื่อมั่นกับความคิดของตัวเองที่ประเมินรู้อย่างดีแล้ว การลงทุนในหุ้นตัวนี้ได้กำไรสองสามเท่าตัวละครับ คิดๆ แล้วอดเสียดายไม่ได้จริง ๆ ครับ

นี่ละครับคือสิ่งที่อยากบอกพวกเราชาวหุ้นทุกท่าน การลงทุนสู้หุ้น สิ่งที่พึงต้องทำคือการประเมินให้รู้ชัดรู้แจ้งรู้จริงในราคาเหมาะสมของอนาคตในหุ้นตัวใดตัวหนึ่งให้ได้ หากพิจารณาแล้วพอเล็งเห็นผลตอบแทนในอนาคตทั้งส่วนต่างราคาหุ้นและเงินปันผลตอบแทนในสัดส่วนที่คุ้มค่า เราก็ไม่ต้องหวั่นต้องเกรงต้องวิตกต้องทุกข์ใจกับการถือครองหุ้นที่มองแล้วว่าดี แม้ภาวะสิ่งแวดล้อมมีกระทบในเชิงลบต่อตลาดหุ้นก็ตาม สุดท้ายเพชรแท้ก็ย่อมมีค่า หุ้นพื้นฐานดีก็ต้องมีราคาที่เหมาะสมเช่นกันละครับ ขอให้ทุกท่านโชคดี เฮงๆ รวย ๆ กับการลงทุนในทุกมิติครับ