ลุ้นงบฯ แบงก์ Q2/2561

ลุ้นงบฯ แบงก์ Q2/2561

ภาพการขับเคลื่อนของตลาดหุ้นไทยที่ดูแข็งแกร่งขึ้นเป็นลำดับ หลังดัชนีสามารถยืนเหนือระดับ 1620 จุดได้ค่อนข้างมั่นคง โดยสังเกตได้จากพฤติกรรมของนักลงทุนมือใหญ่ทั้ง สถาบันกองทุนในประเทศ และนักลงทุนต่างชาติ ที่กำลังประลองกำลังต่อสู้กัน แบบชนิดที่ว่าฝ่ายไหนกระพริบตาก่อน อาจเพลี่ยงพล้ำเสียทีให้กับอีกฝ่ายได้เลยทีเดียว

ในขณะนี้ สิ่งที่เป็นประเด็นปัจจัยที่ต้องเฝ้าติดตามในเรื่องของผลประกอบการไตรมาส 2/61 ที่กำลังจะทยอยประกาศของกลุ่มสถาบันการเงินที่เป็นธนาคารพาณิชย์ ที่วันนี้ก็มีหลากหลายมุมมองต่อ ผลประกอบการรายได้ของแบงก์ที่จะได้รับผลกระทบให้ออกมาไม่ค่อยสู้ดีนัก สืบเนื่องจากปัจจัยหลักๆ ได้แก่ รายได้ค่าธรรมเนียมลดลง จากไตรมาสก่อนหน้า ซึ่งเป็นผลมาจากการยกเลิกค่าบริการการทำธุรกรรมออนไลน์ ทำให้รายได้ส่วนนี้หายไปโดยเฉพาะในกลุ่มแบงก์ขนาดใหญ่ที่ได้รับผลกระทบมากที่สุด

ปัจจัยเรื่องคุณภาพหนี้ที่กังวลว่าอาจจะต้องมีการตั้งสำรองหนี้ฯเพิ่มขึ้น เพื่อรองรับมาตรฐานบัญชีฉบับใหม่ ที่คาดว่าจะเริ่มใช้ปี 62 รวมถึงปัจจัยด้านค่าใช้จ่ายในการดำเนินงาน และการลงทุนด้านระบบไอทีของแบงก์ที่เพิ่มขึ้นอย่างต่อเนื่อง ด้วยปัจจัยเหล่านี้ทำให้เกิดความกังวลว่า ผลประกอบการแบงก์จะออกมาสู้ไตรมาสก่อนหน้าไม่ได้

อย่างไรก็ตาม ด้วยทิศทางแนวโน้มอัตราดอกเบี้ยที่เป็นขาขึ้น ประกอบกับภาวะการฟื้นตัวของเศรษฐกิจที่กำลังดีวันดีคืน ที่มักจะเป็นไปทิศทางเดียวกัน หากเศรษฐกิจดีผลประกอบการแบงก์ก็จะดีตามไปด้วยทั้งแบงก์เล็กแบงก์ใหญ่ จึงเป็นความท้าทายให้ผู้ประกอบการสถาบันการเงินทั้งหลาย ที่จะปรับตัวให้สามารถสร้างการเติบโตที่ยั่งยืนได้หรือไม่

วันนี้ที่ราคาหุ้นแบงก์ถูกแรงขายกดลดลงต่ำ โดยซื้อขายตามราคามูลค่าทางบัญชี P/BV เฉลี่ยประมาณ 1 เท่า ทำให้ราคาหุ้นแบงก์ในขณะนี้ดูไม่แพง แต่เนื่องจากกำไรของแบงก์ยังมีการฟื้นตัวช้าไปหน่อยด้วยปัจจัยกดดันที่ยังมีอยู่ เลยอาจจะทำให้ราคาหุ้นปรับตัวขึ้นค่อนข้างช้า หากเมื่อใดผลกำไรแบงก์ฟื้นกลับมาได้ตามพื้นฐานที่ควรจะเป็น เมื่อนั้นราคาหุ้นก็พร้อมที่จะดีดกลับสูงขึ้นไปได้อย่างรวดเร็ว

อย่างไรก็ตามหุ้นกลุ่มสถาบันการเงินเป็นหุ้นที่มีความน่าสนใจจากการที่เป็นหุ้นที่มีพื้นฐานดี มีปันผลตอบแทนในระดับที่น่าพอใจ ถึงแม้จะยังคงมีความกังวลต่อหนี้ที่ไม่ก่อให้เกิดรายได้จะเพิ่มสูงขึ้นก็ตามแต่ แบงก์ต่างๆก็สามารถกันสำรองได้สูงกว่าที่กฎหมายกำหนดเสียอีกย่อมแสดงให้เห็นถึงความแข็งแกร่ง และการบริหารจัดการได้อย่างมีประสิทธิภาพ อีกทั้งการเติบโตของประเทศไทยต่อจากนี้จากการขับเคลื่อนเดินต่อไปข้างหน้าของภาครัฐที่จะมีการใช้เม็ดเงินจำนวนมหาศาลเข้ามาในระบบก็ส่งผลดีเชิงบวกต่อกลุ่มแบงก์แน่นอน

ผลประกอบการกลุ่มแบงก์ที่จะทยอยประกาศกันออกมาต่อจากนี้นั้น ก็คงต้องมาลุ้นกันว่าแบงก์ งบฯจะออกมาเป็นอย่างไรดีหรือไม่ดีแค่ไหน จะทำให้เราสามารถคาดการณ์ทิศทางแนวโน้มของตลาดได้ชัดเจนยิ่งขึ้น ซึ่งสุดท้ายแล้วผลการดำเนินของบริษัทจดทะเบียนในตลาดหลักทรัพย์แห่งประเทศไทยเองนี่แหล่ะจะเป็นตัวที่จะแสดงให้เห็นแนวโน้มทิศทางของตลาดทุนไทยที่ควรจะเป็นตามพื้นฐานที่แท้จริง เป็นสิ่งที่นักลงทุนต้องติดตามเฝ้าดูตลอดจนประเมินได้ถึงทิศทางของตลาดทุนได้อย่างถูกต้อง ก็จะทำให้การลงทุนของเราประสบความสำเร็จได้ดังหวังครับ