ลุ้นPACEบุ๊คยอดโอน”มหานคร”6พันลบ.ปีนี้ จับตาตั้งรีทตอบแทน2กองทุนยักษ์

ลุ้นPACEบุ๊คยอดโอน”มหานคร”6พันลบ.ปีนี้ จับตาตั้งรีทตอบแทน2กองทุนยักษ์

จากกรณีที่ เมื่อวันที่ 27 ก.พ.60 ที่ผ่านมา บริษัท เพซ ดีเวลลอปเมนท์ คอร์ปอเรชั่น จำกัด (มหาชน) หรือ PACE ได้ข้อตกลงในการเข้าลงทุนกับ 2 บริษัทต่างชาติชั้นนำคือ บริษัท อพอลโล โกลบอล แมเนจเมนท์ (NYSE: APO) หนึ่งในสถาบันจัดการการลงทุนที่ใหญ่ที่สุดของโลก และโกลด์แมน แซ็คส์ (NYSE: GS) สถาบันการเงินชั้นนำของโลก หลังจากประกาศความร่วมมือเมื่อช่วงต้นปีที่ผ่านมา
โดยบริษัท อพอลโลได้ลงทุนประมาณ 5.9 พันล้านบาท ในการถือหุ้น 34% และโกลด์แมน แซคส์ลงทุนประมาณ 2.5 พันล้านบาท ในการถือหุ้น 15% รวมสัดส่วนทั้งหมด 49% ในบริษัท เพซ โปรเจ็ค วัน จำกัด และบริษัท เพซ โปรเจ็ค ทรี จำกัด เพื่อร่วมลงทุนใน 3 ส่วนหลักของโครงการมหานคร ได้แก่ โรงแรมบางกอก เอดิชั่น ส่วนรีเทล มหานคร คิวบ์ รวมถึง จุดชมวิวออบเซอร์เวชั่นเด็คและรูฟท็อปบาร์ที่สูงที่สุดในประเทศไทย
ล่าสุด นายสรพจน์ เตชะไกรศรี ประธานเจ้าหน้าที่บริหาร PACE เปิดเผยผ่านรายการ “ข่าวหุ้นเจาะตลาด ออนเรดิโอ” ทาง FM 98.5 MHz สถานีข่าวจริง สปริงเรดิโอ ช่วงเวลา 9.30-11.00 น. ว่า การร่วมมือในครั้งนี้จะช่วยให้บริษัทสามารถสานต่อเป้าหมายในการพัฒนาโครงการได้อย่างสมบูรณ์
โดยในอนาคตบริษัทมีแผนนำ โรงแรมบางกอก เอดิชั่น ส่วนรีเทล มหานคร คิวบ์ รวมถึง จุดชมวิวออบเซอร์เวชั่นเด็คและรูฟท็อปบาร์ที่สูงที่สุดในประเทศไทย เข้าจัดตั้งกองทรัสต์เพื่อการลงทุนในอสังหาริมทรัพย์ (REIT) ซึ่งคาดว่าจะส่งผลให้โครงการดังกล่าวมีมูลค่าสูงขึ้น และจะนำเงินที่ได้มาเป็นผลตอบแทนกับให้ 2 กองทุนดังกล่าวที่ร่วมลงทุน
ทั้งนี้เบื้องต้น ทั้ง 2 โครงการดังกล่าว มีมูลค่าลงทุนอยู่ที่ 8 พันล้านบาท ซึ่งหากนำไปขายต่อหรือเข้ากองทรัสต์เพื่อการลงทุนในอสังหาริมทรัพย์ (REIT) คาดว่าจะส่งผลให้ทั้ง 2 โครงการมีมูลค่าเพิ่มขึ้นอยู่ที่ราว 2 หมื่นล้านบาท
โดยหากกองทรัสต์เพื่อการลงทุนในอสังหาริมทรัพย์ (REIT) จัดตั้งได้สำเร็จ บริษัทจะนำผลกำไรที่ได้จากการจัดตั้งมาจ่ายเป็นผลตอบแทนให้ บริษัทอพอลโล และโกลด์แมน แซ็คส์ ซึ่งได้เข้ามาลงทุนในทั้ง 2 โครงการในราคาพรีเมียม
ทั้งนี้ ปัจจุบันบริษัทมีมูลค่ายอดขายรอโอน (Backlog) ในโครงการมหานครราว 1 หมื่นล้านบาท โอนแล้วราว 4 พันล้านบาท ซึ่งจะทยอยโอนอีก 6 พันล้านบาท ภายในสิ้นปีนี้ และยังเหลือห้องพักที่ยังไม่ได้จำหน่ายอีกประมาณ 5 พันล้านบาท ซึ่งหากบริษัทโอนยอด Backlog ทั้งหมดและจำหน่ายห้องพักที่เหลือได้อีกภายในสิ้นปีนี้ จะส่งผลให้บริษัทมีเงินเพิ่มมาอีกประมาณ 1.1 หมื่นล้านบาท
ส่วนโครงการมหาสมุทร วิลล่า ปัจจุบันมียอดขายรอโอน (Backlog) จำนวน 1.4 พันล้านบาท ซึ่งจะทยอยโอนในเดือนกันยายน หลังจากที่โครงการแล้วเสร็จ ซึ่งปัจจุบันมียอดขายแล้ว 30% ของมูลค่าโครงการ 4.5 พันล้านบาท จึงคาดว่าจะเห็นการฟื้นตัวขึ้นในช่วงครึ่งปีหลัง โดยคาดว่าผลการดำเนินงานจะพลิกกลับมามีกำไร