“วรภัค” ออกโรงโต้ไม่มีนอกมีในปล่อยกู้ EARTH วอนอย่าโยงเป็นแพะรับบาป

“วรภัค” ออกโรงโต้ไม่มีนอกมีในปล่อยกู้ EARTH วอนอย่าโยงเป็นแพะรับบาป

ผู้สื่อข่าวรายนงานว่า นายวรภัค ธันยาวงษ์ อดีตกรรมการผู้จัดการใหญ่ ธนาคารกรุงไทย หรือ KTB ได้ออกแถลงการณ์หลังจากถูกโจมตีอย่างหนักเกี่ยวกับการปล่อยสินเชื่อบริษัท เอ็นเนอร์ยี่ เอิร์ธ จำกัด (มหาชน) หรือ EARTH ผ่านทางหนังสือพิมพ์ฉบับหนึ่ง เกี่ยวกับกรณีที่นายวรภัคสนิทกับผู้บริหาร EARTH จึงได้ทำการปล่อยสินเชื่อให้
โดย นายวรภัคชี้แจงว่าประเด็นข่าวดังกล่าวนั้น ไม่เป็นข้อเท็จจริง ข้อเท็จจริงคือ ก่อนมารับตำแหน่งที่ธนาคารกรุงไทยตัวเขานั้นไม่เคยรู้จักลูกค้ากลุ่มนี้มาก่อนไม่ว่าจะเป็นตัวบริษัทเอง หรือผู้ถือหุ้นใหญ่ทั้งสองกลุ่ม และหลังจากรับตำแหน่งที่ธนาคารกรุงไทยแล้วก็ไม่เคยประชุมร่วมกับลูกค้าหรือไปกินข้าวหรือทำกิจกรรมใดๆ กับลูกค้ากลุ่มนี้ทั้งสิ้น เพราะฉะนั้นจึงไม่ได้มีความสัมพันธ์พิเศษใดๆ กับบริษัทนี้หรือกลุ่มผู้ถือหุ้นใหญ่ทั้งสองกลุ่ม
ทั้งนี้ลูกค้ากลุ่มนี้เป็นลูกค้าดั้งเดิมของธนาคารกรุงไทยโตมาจากสำนักงานธุรกิจศรีราชา พอเริ่มมีขนาดใหญ่ (บริษัทนี้มียอดขายรวมอยู่ที่ประมาณ 18,000 กว่าล้านบาท) ก็ถูกโอนย้ายมาอยู่กับสายงานลูกค้ารายใหญ่ ก่อนที่ผมจะมารับตำแหน่งที่ธนาคารกรุงไทยเมื่อปลายปี 2555
นอกจากนี้ยังมีการนำเสนอว่า นายวรภัคเป็นผู้กุมบังเหียนสั่งการในการอนุมัติสินเชื่อรายนี้ ซึ่งนายวรภัค ได้ทำการชี้แจงว่า ข้อเท็จจริงคือกรรมการผู้จัดการใหญ่ในยุคปัจจุบัน ไม่มีอำนาจในการอนุมัติสินเชื่อเอง สินเชื่อรายใหญ่ ที่นำเสนอขออนุมัติโดยสายงานธุรกิจ ต้องผ่านการกลั่นกรองจากสายงานบริหารความเสี่ยง และคณะกรรมการกลั่นกรองสินเชื่อก่อนที่จะนำเสนอกับคณะกรรมการบริหารหรือคณะกรรมการธนาคารเพื่ออนุมัติ
โดยคณะกรรมการบริหาร และคณะกรรมการธนาคาร จะเน้นย้ำดูประเด็นหลักๆ และที่สำคัญที่สุดคือ ดู credit risk rating ของลูกค้าแต่ละรายว่าเป็นอะไร เพราะ credit risk rating เป็น indicator หลักที่จะสะท้อนความสามารถในการชำระหนี้ของลูกค้า เพราะฉะนั้นโดยบทบาทและหน้าที่ตนไม่มีอำนาจใดๆ ในการที่จะกุมบังเหียนการอนุมัติสินเชื่อลูกค้ารายใหญ่แต่ละรายเองได้
นอกจากนี้ธนาคารไม่ได้มุ่งเน้นการปล่อยสินเชื่อให้ลูกค้านำไปซื้อหุ้นคืนจากผู้ถือหุ้นรายอื่นในพอร์ตสินเชื่อของธนาคารกรุงไทย การปล่อยสินเชื่อเพื่อไปซื้อหุ้นคืนของลูกค้านั้นมีสัดส่วนไม่ถึง 1% ของสินเชื่อรวม
โดยก่อนหน้านี้ทางธนาคารกรุงไทยก็เคยปล่อยสินเชื่อให้ลูกค้าบางรายไปซื้อหุ้นคืนจากผู้ถือหุ้นรายอื่น ซึ่งสาเหตุหลักในการซื้อหุ้นคืนส่วนใหญ่เป็นเรื่องผลตอบแทนการลงทุนหรือในบางกรณีก็อยากจะเพิ่มอำนาจในการควบคุมบริษัท buy out financing ในต่างประเทศมีธุรกรรมมากกว่าที่ประเทศไทยเยอะมาก ธนาคารไทย หลายแห่งก็ได้ปล่อยสินเชื่อเพื่อให้ไปซื้อหุ้นคืนจากผู้ถือหุ้นรายอื่นเช่นกัน ทั้งหุ้นที่อยู่ในตลาดและหุ้นของบริษัทที่อยู่นอกตลาด แต่ปัจจัยที่สำคัญก็คือปล่อยกู้แล้วลูกค้ามีความสามารถในการชำระหนี้คืนให้ธนาคารอย่างไร
ขณะที่ในประเด็นความเสียหายของธนาคารเจ้าหนี้รายใหญ่ให้ชี้แจงว่า ตนเองในปัจจุบันไม่ได้มีข้อมูลอย่างละเอียดของกรณีนี้แต่อย่างใด เพราะฉะนั้นทุกอย่างที่เป็นมุมมองของผมมาจากข้อมูลที่บริษัทแจ้งไว้กับทาง ก.ล.ต. รวมทั้งงบการเงินที่เปิดเผยต่อสาธารณะเท่านั้น ซึ่งถ้าดูข้อมูลตัวเลขตามที่เปิดเผย และรถการเงินได้รับการรับรองโดยผู้ตรวจสอบบัญชีชั้นนำก็ยังดูว่าธุรกิจเสมือนเป็นปกติอยู่ก่อนหน้าที่จะหยุดชำระหนี้ธนาคาร
“ผมขอขอบคุณกำลังใจและความปรารถนาดีจากเพื่อนเพื่อนพี่พี่น้องน้องและอดีตเพื่อนร่วมงานในหลายๆสถาบันที่มีความห่วงใยในชื่อเสียงและศักดิ์ศรีของผมจากกรณีที่หนังสือพิมพ์ฉบับหนึ่ง ลงวันที่ 5-7 ตุลาคมพ.ศ. 2560 รวมถึงเว็บไซต์ของหนังสือพิมพ์ฉบับนี้ ลงข่าวพาดพิงถึง ตัวผมในฐานะอดีตกรรมการผู้จัดการใหญ่ธนาคารกรุงไทย กับบริษัท Earth Energy เขียนข่าวด้วยข้อความที่เป็นเท็จกล่าวหาผมในประเด็นต่างๆ ซึ่งผมกำลังดำเนินการทางกฎหมายอยู่ครับ” นายวรภัค กล่าว