สรุปภาวะตลาดต่างประเทศวานนี้

สรุปภาวะตลาดต่างประเทศวานนี้

ดัชนีดาวโจนส์ตลาดหุ้นนิวยอร์กปิดดีดตัวขึ้นทำนิวไฮเมื่อคืนนี้ (10 ต.ค.) โดยได้รับปัจจัยหนุนจากหุ้นวอลมาร์ทที่พุ่งขึ้นกว่า 4% หลังจากบริษัทประกาศแผนซื้อคืนหุ้นในวงเงิน 2 หมื่นล้านดอลลาร์ ขณะที่นักลงทุนจับตารายงานการประชุมประจำเดือนก.ย.ของธนาคารกลางสหรัฐ (เฟด) เพื่อหาสัญญาณการปรับขึ้นอัตราดอกเบี้ยในปีนี้ พร้อมกับรอดูผลประกอบการไตรมาส 3 ของบริษัทจดทะเบียนรายใหญ่ในสัปดาห์นี้ ซึ่งรวมถึงเจพีมอร์แกน เชส แอนด์ โค และสายการบินเดลต้า แอร์ไลน์
ดัชนีเฉลี่ยอุตสาหกรรมดาวโจนส์ปิดที่ 22,830.68 จุด เพิ่มขึ้น 69.61 จุด หรือ +0.31% ดัชนี S&P500 ปิดที่ 2,550.64 จุด เพิ่มขึ้น 5.91 จุด หรือ +0.23% และดัชนี Nasdaq ปิดที่ 6,587.25 จุด เพิ่มขึ้น 7.52 จุด หรือ +0.11%

ตลาดหุ้นยุโรปปิดปรับตัวลงเมื่อคืนนี้ (10 ต.ค.) เนื่องจากความวิตกกังวลเกี่ยวกับผู้นำแคว้นกาตาลุญญาที่เดินหน้าเจตนารมณ์ในการแยกตัวเป็นอิสรภาพจากสเปน ซึ่งความกังวลดังกล่าวได้ฉุดดัชนีตลาดหุ้นสเปนร่วงลงด้วย อย่างไรก็ตาม ตลาดได้รับปัจจัยหนุนจากการพุ่งขึ้นของหุ้นกลุ่มสินค้าหรู หลังจากบริษัทหลุยส์ วิตตอง เปิดเผยผลประกอบการที่แข็งแกร่งในไตรมาส 3
ดัชนี Stoxx Europe 600 ขยับลง 0.01% ปิดที่ 390.16 จุด
ดัชนี DAX ตลาดหุ้นเยอรมันปิดที่ 12,949.25 จุด ลดลง 27.15 จุด หรือ -0.21% ดัชนี CAC-40 ตลาดหุ้นฝรั่งเศสปิดที่ 5,363.65 จุด ลดลง 2.18 จุด หรือ -0.04% และดัชนี FTSE 100 ตลาดหุ้นลอนดอนปิดที่ 7,538.27 จุด เพิ่มขึ้น 30.38 จุด หรือ +0.40%

ตลาดหุ้นลอนดอนปิดในแดนบวกเมื่อคืนนี้ (10 ต.ค.) ด้วยแรงหนุนจากหุ้นกลุ่มธนาคารที่ปรับตัวขึ้นอย่างแข็งแกร่ง หลังเครดิต สวิส ได้ปรับเพิ่มน้ำหนักความน่าลงทุนของหุ้นธนาคารหลายแห่งในสหราชอาณาจักร
ดัชนี FTSE 100 เพิ่มขึ้น 30.38 จุด หรือ +0.40% ปิดที่ 7,538.27 จุด

สัญญาทองคำตลาดนิวยอร์กปิดพุ่งขึ้นแตะระดับสูงสุดในรอบ 2 สัปดาห์เมื่อคืนนี้ (10 ต.ค.) โดยภาวะการซื้อขายในตลาดทองคำยังคงได้รับปัจจัยบวกจากการอ่อนค่าของสกุลเงินดอลลาร์ ซึ่งช่วยหนุนสัญญาทองคำปิดตลาดในแบวกติดต่อกันเป็นวันที่ 3
สัญญาทองคำตลาด COMEX (Commodity Exchange) ส่งมอบเดือนธ.ค. เพิ่มขึ้น 8.80 ดอลลาร์ หรือ 0.68% ปิดที่ระดับ 1,293.80 ดอลลาร์/ออนซ์
สัญญาโลหะเงินส่งมอบเดือนธ.ค. เพิ่มขึ้น 23.6 เซนต์ หรือ 0.68% ปิดที่ 17.207 ดอลลาร์/ออนซ์
สัญญาพลาตินัมส่งมอบเดือนม.ค. พุ่งขึ้น 18.30 ดอลลาร์ หรือ 1.99% ปิดที่ 936.50 ดอลลาร์/ออนซ์
สัญญาพัลลาเดียมส่งมอบเดือนธ.ค. เพิ่มขึ้น 5.65 ดอลลาร์ หรือ 0.6% 933.65 ดอลลาร์/ออนซ์

สัญญาน้ำมันดิบเวสต์เท็กซัส (WTI) ตลาดนิวยอร์กปิดพุ่งขึ้นกว่า 2% เมื่อคืนนี้ (10 ต.ค.) หลังจากซาอุดิอาระเบียประกาศว่าจะปรับลดปริมาณการส่งออกน้ำมันในเดือนพ.ย. ตามข้อตกลงของกลุ่มประเทศผู้ส่งออกน้ำมัน (โอเปก) ซึ่งข่าวดังกล่าวช่วยคลายความวิตกกังวลเกี่ยวกับภาวะน้ำมันล้นตลาด ขณะที่นักลงทุนจับตารายงานสต็อกน้ำมันดิบประจำสัปดาห์ของสหรัฐ ซึ่งสำนักงานสารสนเทศด้านพลังงานสหรัฐ (EIA) จะเปิดเผยข้อมูลดังกล่าวในวันพรุ่งนี้
สัญญาน้ำมันดิบ WTI ส่งมอบเดือนพ.ย. พุ่งขึ้น 1.34 ดอลลาร์ หรือ 2.7% ปิดที่ 50.92 ดอลลาร์/บาร์เรล
สัญญาน้ำมันดิบเบรนท์ส่งมอบเดือนธ.ค. เพิ่มขึ้น 82 เซนต์ หรือ 1.5% ปิดที่ 56.61 ดอลลาร์/บาร์เรล

สกุลเงินยูโรแข็งค่าขึ้นเมื่อเทียบกับดอลลาร์สหรัฐ ในการซื้อขายที่ตลาดนิวยอร์กเมื่อคืนนี้ (10 ต.ค.) หลังเจ้าหน้าที่ระดับสูงของธนาคารกลางยุโรป (ECB) ได้ออกมากล่าวสนับสนุนให้ ECB ลดวงเงินในการซื้อพันธบัตรตามมาตรการผ่อนคลายเชิงปริมาณ (QE) ตั้งแต่ปีหน้า ส่วนดอลลาร์อ่อนค่าลงเมื่อเทียบกับเงินสกุลหลักๆ ขณะนักลงทุนจับตารายงานการประชุมประจำเดือนก.ย.ของธนาคารกลางสหรัฐ (เฟด) เพื่อหาสัญญาณการปรับขึ้นอัตราดอกเบี้ยในปีนี้
ยูโรแข็งค่าขึ้นเมื่อเทียบกับดอลลาร์สหรัฐ ที่ระดับ 1.1807 ดอลลาร์ จากระดับ 1.1749 ดอลลาร์ ในขณะที่ปอนด์แข็งค่าขึ้นแตะ 1.3204 ดอลลาร์ จากระดับ 1.3153 ดอลลาร์ และดอลลาร์ออสเตรเลียแข็งค่าขึ้น ที่ระดับ 0.7783 ดอลลาร์ จากระดับ 0.7760 ดอลลาร์
ดอลลาร์อ่อนค่าลงเมื่อเทียบกับเยน ที่ระดับ 112.31 เยน จากระดับ 112.66 เยน และอ่อนค่าลงเมื่อเทียบกับฟรังก์สวิส ที่ระดับ 0.9751 ฟรังก์สวิส จากระดับ 0.9799 ฟรังก์สวิส