สากล เอนเนอยี (SKE) ฟันธง ครึ่งปีหลังรายได้เติบโตแรง พื้นฐานแข็งแกร่งขึ้น โรงไฟฟ้าจ่ายไฟแล้วได้ราคาสูง

สากล เอนเนอยี (SKE) ฟันธง ครึ่งปีหลังรายได้เติบโตแรง พื้นฐานแข็งแกร่งขึ้น โรงไฟฟ้าจ่ายไฟแล้วได้ราคาสูง

สำนักข่าว Stock Focus – บริษัท สากล เอนเนอยี (จำกัด) มหาชน หรือ “SKE” หนึ่งในผู้นำธุรกิจพลังงานสะอาด เผยพื้นฐานธุรกิจแข็งแกร่งขึ้นอย่างมีนัยยะ หลังเริ่มมีรายได้เพิ่มจากธุรกิจโรงไฟฟ้า มั่นใจครึ่งปีหลังเติบโตแรง สวนทางครึ่งปีแรก

นายจักรพงส์ สุเมธโชติเมธา กรรมการผู้จัดการใหญ่ บริษัท สากล เอนเนอยี (จำกัด) มหาชน หรือ “SKE” เปิดเผยว่า บริษัทฯมีพื้นฐานธุรกิจที่แข็งแกร่งและมั่นคงยิ่งขึ้น หลังจาก เริ่มรับรู้รายได้จากธุรกิจใหม่-โรงไฟฟ้าชีวมวลในไตรมาส 3 ซึ่งเมื่อรวมกับรายได้จากธุรกิจเดิมคือ บริการอัดก๊าซธรรมชาติ โดยในครึ่งปีแรกปี 2562 สิ้นสุด 30 มิถุนายน 2562 บริษัทฯมีรายได้รวม 149.82 ล้านบาท ลดลงเมื่อเทียบกับช่วงเดียวกันของปี 2561 มีรายได้ 172.50 ล้านบาท เนื่องจากปริมาณการอัดก๊าซที่ ลดลง จากสภาวะอุตสาหกรรมขนส่งที่ลดลงตามปริมาณการส่งออกนำเข้าของประเทศ และจากราคาน้ำมันที่ปรับตัวลดลง ส่งผลให้มีการใช้ก๊าซ NGV น้อยลง โดยบริษัทฯ มีกำไรสุทธิ 23.88 ล้านบาท เมื่อเทียบกับกำไรสุทธิ 30.74 ล้านบาทในช่วงเดียวกันของปี 2561 ซึ่งเป็นผลมาจากค่าใช้จ่ายในการบริหารงานและค่าใช้จ่ายทางการเงินที่เพิ่มขึ้น

“SKE ประสบความสำเร็จในการเปิดการจำหน่ายไฟฟ้าโรงไฟฟ้าชีวมวลแม่กระทิง จังหวัดแพร่ กับการไฟฟ้าส่วนภูมิภาค (กฟภ.) ภายใต้สัญญาขายไฟ 8 เมกะวัตต์ กับการไฟฟ้าส่วนภูมิภาค ในอัตราค่ารับซื้อไฟเฉลี่ยที่ 4.62 บาท ต่อหน่วยตลอดอายุสัญญา 20 ปี ซึ่งนับเป็นอัตราการขายไฟสำหรับโรงไฟฟ้าชีวมวลที่สูงที่สุดในปัจจุบัน (สูงกว่าอัตราการขายไฟฟ้าในโครงการ SPP Hybrid ซึ่งคาดว่าอัตราการจำหน่ายไฟฟ้าที่ 1.80-2.00 บาท ต่อหน่วย) ซึ่งโรงไฟฟ้า แม่กระทิงมีกำลังการผลิตไฟฟ้า 9.9 เมกะวัตต์ และที่สำคัญ บริษัทฯ ได้ปิดความเสี่ยงด้านวัตถุดิบ โดยการทำข้อตกลงการซื้อขายวัตถุดิบสำหรับผลิตไฟล่วงหน้ากับผู้ผลิตและจำหน่ายเชื้อเพลิง Wood Pellet (เชื้อเพลิงชีวมวลอัดเม็ด) รายใหญ่ในภาคเหนือ และ บริษัท แพร่กรีนพาวเวอร์ จำกัด (“PGP”) เป็นสัญญาระยะยาว 20 ปี เท่ากับอายุสัญญาของเวลาขายไฟฟ้าที่มีกับการไฟฟ้าส่วนภูมิภาค จึงเป็นการปิดความเสี่ยงด้านวัตถุดิบได้อย่างครบถ้วน ซึ่งจังหวัดแพร่เป็นจังหวัดที่มีพื้นที่เกษตรกรรมกว่า 1 ล้านไร่จึงมีของเสียจากการเกษตร มาใช้เป็นเชื้อเพลิงชีวมวลได้จำนวนมาก และโรงไฟฟ้าแม่กระทิงเป็นโรงไฟฟ้าแบบ Multi-fuel จึงสามารถใช้วัตถุดิบได้หลากหลายประเภท

บริษัทฯตั้งเป้าหมายที่จะต่อยอดความสำเร็จจากโครงการโรงไฟฟ้าแม่กระทิง ด้วยการเป็นเจ้าของโรงไฟฟ้าพลังงานทดแทนให้ได้กว่า 30 เมกะวัตต์ และ สร้างรายได้มากกว่า 1,000 ล้านบาทต่อปี ภายในปี 2022 เพื่อสร้างฐานธุรกิจพลังงานที่เติบโตและมั่นคง สร้างผลตอบแทนที่ดีให้แก่ผู้ถือหุ้นทุกคนและเป็นการกระจายความเสี่ยงทางธุรกิจ”

SKE มุ่งเน้นดำเนินธุรกิจด้านพลังงานอย่างครบวงจร ซึ่งธุรกิจหลัก 2 ธุรกิจ คือ

1. ธุรกิจบริการอัดก๊าซ NGV ให้รถขนส่งก๊าซธรรมชาติของ บริษัท ปตท. จำกัด ซึ่งปัจจุบันมีสถานีก๊าซธรรมชาติของบริษัท 2 สถานี คือ สถานีก๊าซธรรมชาติหลักปทุมธานี และ สถานีก๊าซธรรมชาติหลักสระบุรี ซึ่งมีกำลังการอัดก๊าซสูงถึง 750 ตัน/วัน จึงมีแหล่งที่มาของเชื้อเพลิงสำหรับโรงไฟฟ้านานถึง 20 ปี

2. ธุรกิจโรงไฟฟ้าชีวมวล ขนาด 9.9 เมกะวัตต์ ภายใต้สัญญาขายไฟฟ้า จำนวน 8 เมกะวัตต์ กับการไฟฟ้าส่วนภูมิภาค ในอัตราค่ารับซื้อไฟเฉลี่ยที่ 4.62 บาท ต่อหน่วยตลอดอายุสัญญา 20 ปี

3. ธุรกิจผลิตและจำหน่ายก๊าซไบโอมีเทนอัด (CBG) จากน้ำเสียในจังหวัดนครราชสีมา ภายใต้บริษัทย่อย ซึ่งเมื่อรวมรายได้จากทั้ง 3 ธุรกิจนี้ ทำให้ SKE มีฐานธุรกิจที่แข็งแกร่งยิ่งขึ้น มีรายได้ที่มั่นคง ต่อเนื่องระยะยาว จากกลุ่มลูกค้าที่มีสถานะการเงินที่ดีที่สุดในประเทศ นอกจากนี้ SKE กำลังมองหาโอกาสในการเติบโตในธุรกิจพลังงานสะอาด และด้วยสถานะการเงินที่เข้มแข็ง มีอัตราหนี้สินต่อทุนที่ดี คือ 0.59 เท่า SKE จึงมีศักยภาพในการขยายธุรกิจอย่างต่อเนื่อง”