สู้หุ้นให้รวย ตอนที่ 2

สู้หุ้นให้รวย ตอนที่ 2

วิธีการประเมินหาราคาเป้าหมายแบบง่ายๆ

ย้อนยุคการลงทุนสมัยก่อนตอนใช้เหล่าเทรดเดอร์เป็นผู้เคาะกระดานหุ้นตกลงซื้อขายกัน กฏกติกาต่าง ๆ ก็ยังไม่ค่อยมี นักสู้หุ้นส่วนใหญ่สมัยนั้นจะมีเพียงแค่จิตวิญญาณของนักเก็งกำไร การตัดสินใจซื้อขายเกิดจากปัจจัยชี้นำ ของข่าวลือ ข่าวแพร่ ข่าวบอก ข่าวกระจาย จะเป็นข่าวจริง ข่าวเท็จ หรือเรื่องราวที่พูดกันปากต่อปาก และหุ้นตัวใดตัวหนึ่งที่มีกระแสปั่น เล่นกันคึกคัก คนสู้หุ้นก็มักเฮโล ไปไหนไปนั้นขอไปด้วยสู้กันตามยถากรรม แพ้ชนะว่ากันไปตามโชคชะตาฟ้าลิขิต

ต่อมาตลาดหุ้นบ้านเราก็ได้พัฒนาขึ้นตามลำดับ ให้โบรกเกอร์ตัวแทนนายหน้าค้าหลักทรัพย์ต้องมีหน่วยงานฝ่าย วิเคราะห์หลักทรัพย์ ขึ้นมาเพื่อให้คำแนะนำนักลงทุนผู้ซึ่งเป็นลูกค้า ให้เกิดความรู้ความเข้าใจ และเข้าถึงความเป็นมาเป็นอยู่เป็นไป ของบริษัทจดทะเบียน หรือสามารถที่จะนำพาสู่การตัดสินใจเพื่อการลงทุนที่ มีแนวคิดแนวทางของการลงทุนตามหลักการที่ถูกต้อง และพร้อมทำให้เกิดผลตอบแทนที่ดีได้อย่างแท้จริง ทั้งช่วยลดความเสี่ยงต่อการลงทุนในระดับที่ยอมรับกันได้ของนักลงทุน

การพัฒนาของนักสู้หุ้น จึงค่อย ๆ ถูกเปลี่ยนผ่าน จากสู้หุ้นตามคำบอกเล่าอ้าง หรือมักชอบถามผู้อื่น ก็หันมาอ่านติดตามบทวิเคราะห์ของโบรกเกอร์ หาข้อมูลตามสื่อสารมวลชนหลักที่เชื่อถือได้ไว้เป็นข้อมูลเพื่อไตร่ตรองค้นหาต่อการลงทุนที่ดี การปรับเปลี่ยนพฤติกรรมของนักสู้หุ้นวันนี้ได้ก้าวไกล ถึงขนาดเข้าถึงแหล่งข้อมูลของบริษัทจดทะเบียนด้วยการ ขอเข้าเยี่ยมชมกิจการ จับเข่าคุยกันกับผู้บริหาร ซักถามข้อมูลที่อยากรู้อยากเข้าใจได้อย่างแท้จริง

ดังนั้นนักลงทุน ผู้สู้หุ้น ที่สามารถก้าวสู่ความสำเร็จต่อการลงทุนด้วยดีได้นั้น ประการสำคัญคือ ต้องแสวงหาข้อมูลที่เป็นจริง แล้วนำข้อมูลนั้นมาพิจารณาไตร่ตรอง จนมองออกถึงราคาประเมินในอนาคตของหุ้นเป้าหมายให้ได้ หากเราคาดการณ์อนาคตได้ การลงทุนที่จะก้าวสู่ความมั่งคั่งร่ำรวยก็ไม่ใช่เรื่องยากลำบากต่อไป แต่ผู้คนส่วนใหญ่ นักสู้หุ้นส่วนมาก กับคิดหวังความสะดวกสบาย ความยากลำบากไม่สู้ อยากรู้เพียงแค่วิธีง่าย ๆ ซื้อแล้วขายขอกำไรได้เท่านั้นเป็นพอ แต่มันก็ไม่ใช่ว่าจะง่ายดังที่คิด เพราะเรื่องการลงทุนหากหาเงินทำกำไรง่ายจริง ป่านนี้ประเทศไทยมีคนรวยล้นแล้ว

การรู้ประเมิน การคาดการณ์อนาคตของหุ้นเป้าหมาย เริ่มต้นค้นหาหุ้น โดยมองดูจากข้อมูลเบื้องต้น เข้าตามเกณฑ์ที่ดีในระดับน่าติดตามต่อหรือไม่ สามารถค้นหาข้อมูลจากฐานข้อมูลซึ่งน่าเชื่อถือได้ บนเวฟไซด์ของตลาดหลักทรัพย์แห่งประเทศไทย เปิดเข้าไปดูพื้นฐานของหุ้น ความสามารถที่ผ่านมา มีผลประกอบการเป็นอย่างไร ค่าพีอีอยู่ตรงไหน เงินปันผลตอบแทนดีหรือไม่ การบริหารสินทรัพย์ และเงินทุนเป็นอย่างไร บุ๊คแวลูอยู่ตรงไหน หนี้สินต่อทุนเป็นอย่างไร ส่วนผู้ถือหุ้นย่ำแย่หรือไม่ จำนวนหุ้นเท่าไหร่ กระจายอยู่ในตลาดมากน้อยเพียงใด ผู้ถือหุ้นใหญ่เป็นใคร มีสถาบัน มีต่างชาติถือไหม เรื่องราวข่าวสารที่เป็นสตอรี่ในอนาคตดี ๆ มีอะไรบ้าง เช่นนี้เป็นต้น ล้วนเป็นข้อมูลที่หาได้โดยไม่อยาก

ผมขออนุญาติหยิบยกหุ้นตัวหนึ่ง นำมาเป็นกรณีศึกษาให้ได้เรียนรู้ในเบื้องต้น ด้วยกันในที่นี้นะครับ เริ่มต้นการเรียนรู้ ด้วยการเปิดดูหุ้น NER บนหน้าจอ STREAMING โชว์ให้เห็น ราคาปัจจุบัน 2.14 บาท 
มีค่า P/E 6.12 เท่า P/BV 1.09 YIELD 6.54 เห็นตัวเลขเช่นนี้ เซียนหุ้นนักลงทุนมองออกตรงกัน ว่าเป็นหุ้นที่มีพื้นฐานดีมาก เพราะค่าพีอีก็ต่ำ ปันผลก็สูง เหมาะกับการที่จะหยิบยกขึ้นมา ประเมินราคาหุ้นในอนาคตต่อไปเพื่อการลงทุนที่หวังผลชนะได้อย่างเบ็ดเสร็จ

เรื่อง สู้หุ้น ต้องรู้อนาคต คาดการณ์บนความเป็นไปได้ที่สูง มีโอกาสชนะมากกว่าแพ้ความเสี่ยงก็จะต่ำ เพราะหลักการและเหตุผลที่มีต่อการลงทุนที่ดีนั้นเอง การประเมินอนาคตของหุ้น จะเริ่มจาก ประมวลดูความสามารถของบริษัทในอนาคตจะทำกำไรได้ดีมากน้อยเพียงใด ตามหลักของผมจะยึดติดการคาดคะแน ผลประกอบการแต่ละไตรมาสของบริษัท เช่นหุ้น NER ทั้งปี 2563 นี้ เขาจะมีความสามารถต่อการโชว์กำไรได้เท่าไร นี่ละเป็นเรื่องที่ต้องพิสูจน์ทราบกันให้ได้

จุดต่อไปที่ต้องตามติดคือเรื่องของการประมาณการณ์คาดการณ์จากข้อมูลของข่าวสาร ซึ่งเท่าที่ติดตามดู ทางผู้บริหารของ NER ออกมาให้ข่าวเกี่ยวกับแนวทางการดำเนินงานในปี 2563 นี้ ช่วงไตรมาส 1 - 2 การเติบโตยังเป็นไปตามเป้าหมาย เนื่องด้วยมีคำสั่งซื้อล่วงหน้าและพร้อมทำการส่งมอบ ทั้งในปีนี้ยังมีลูกค้ารายใหญ่เพิ่มขึ้นจาก 39 รายกลายเป็น 50 ราย เคยมีการประเมินกำไรของปี 2563 เทียบกับปี 2562 NER อาจมีการเติบโตได้เกินกว่า 30 เปอร์เซนต์ ระหว่างปีต่อปี

เมื่อได้รับรู้ข้อมูล ซึ่งอาจมีอีกมากมายในตัวหุ้น NER แต่เราก็ต้องจับมาประมวลไตร่ตรองให้ตกผนึก เพื่อวิเคราะห์จนแน่ชัดถึงราคาเป้าหมายของราคาที่ประเมิน ที่นี่เราก็คงต้องย้อนหลัง ดูผลประกอบการทั้งปีของ NER ในปี 2562 ว่ามีกำไรทั้งสิ้นเท่าไหร่ ตัวเลขคือ 538 ล้านบาท หากว่าปี 2563 ทำกำไรโตได้ 30 เปอร์เซนต์ นั้นเท่ากับปีนี้กำไรน่าจะโชว์ออกมาให้เห็นทั้งปีที่ 699 ล้านบาท จากนั้นเรามาค้าหาราคาเหมาะสมกัน โดยการตั้งค่าพีอีที่จะเล่นด้วย ค่าพีอีมากน้อยเรากำหนดเองบนความเสี่ยงที่พอรับได้และความเป็นไปได้ของภาพตลาดรวม

ผมเลือกให้ค่า พีอี ของหุ้นตัวนี้อยู่ที่ 8 เท่า ซึ่งเป็นค่าพีอีที่ไม่สูง ต่ำกว่าค่าพีอีของตลาดรวมที่อยู่ในระดับ 16 เท่าในขณะนี้ เราก็เพียงแค่นำเอา กำไร 699 ล้าน หารด้วยจำนวนหุ้นทั้งหมดที่มีอยู่ 1,540 ล้านหุ้น ก็จะออกตัวเลขเป็นกำไรต่อหุ้นที่ 0.45 บาทต่อหุ้น นำเอากำไรต่อหุ้นคูณกับค่าพีอีที่เราคาดหวัง ก็จะได้ตัวเลขออกมาเป็น 3.60 บาท ตัวเลข 3.60 บาทนั้นละครับ คือราคาเป้าหมายที่ เราสามารถประเมินหาด้วยตัวเองได้ ที่นี่เราก็มาดูที่ราคาปัจจุบันเปรียบวัดราคาในอนาคต หากคิดว่าต่ำก็สู้ หากหวังว่าสิ่งที่เราประเมินมีความเป็นไปได้ก็สู้ มันก็เท่านี้ละครับ ง่าย ๆ

โปรดติดตามตอนต่อไป

สิปปกร ขาวสอาด 
9/5/63