สู้หุ้นให้รวย ตอนที่ 3

สู้หุ้นให้รวย ตอนที่ 3

ค่า P/E คืออะไร ใช้วัดใช้ชี้ใช้บอกอะไร

คำกล่าวดังต่อไปนี้ผู้ที่อยู่ในสนามหุ้นได้ยินอยู่บ่อยครั้ง เพราะมีผู้คนในแวดวงการหุ้นมักเอ่ยปากพูดกันอยู่เสมอว่า เท็จคือจริง จริงคือเท็จ , ความแน่นอนคือความไม่แน่นอน , รู้อย่างนี้ก็รวยแล้ว , เล่นหุ้นตัวไหนดี ซื้อตัวไหนได้ , สุดท้ายก็จะมีคำบอกกล่าวย้ำเตือนว่า "การลงทุนมีความเสี่ยงนักลงทุนจึงควรพิจารณาอย่างถ้วนถี่ก่อนตัดสินใจลงทุน"

เพราะเรื่องลงทุนในหุ้นนั้น มีผลตอบแทนที่ได้รับสูงและก็มีความเสี่ยงสูงด้วยเช่นกัน ความผันผวนของแนวโน้มทิศทางตลาด และ ราคาหุ้น ยืดหยุ่นเคลื่อนไหวขึ้นลงโดยมีสิ่งเร้ามากมายหลายประการที่เป็นปัจจัยเข้ากระทบ ตลาดหุ้นจึงหาความแน่นอนแท้จริงไม่ได้ ทั้งเรื่องราวข่าวสารข้อมูลก็เป็นกระแส จริงบ้างเท็จบ้างประปนกันไป

นักสู้หุ้นส่วนมากมักมีบทสรุปที่ถูกต้องเสมอเมื่อเหตุการณ์ผ่านพ้นไปแล้ว ถึงกับเอ่ยกันบ่อยประจำ ในแง่รู้อย่างนี้ก็รวยแล้วอยู่เสมอ นั้นคือการรู้จริงของนักสู้หุ้นเมื่อเวลาเลยผ่านไป เหตุเกิดขึ้นแล้วจึงสามารถรับรู้ได้จริง คนสู้หุ้นส่วนใหญ่มักใช้การถามไถ่ผู้ที่เขาคิดว่ารู้ ในสิ่งที่ตัวเขาเองอยากรู้ และต้องการบทสรุปเพียงแค่ซื้อหุ้นตัวไหนได้ เล่นหุ้นตัวไหนดี เป็นการง่ายที่สุดที่หาข้อมูลที่ชี้ชัดว่า ซื้อหุ้นตัวใดนั้นเอง

การสู้หุ้นที่ผิดเพี้ยนไร้ความคิดไตร่ตรองด้วยเหตุผล ตามหลักการลงทุนที่ถูก จึงนำพาเหล่าผู้กล้า ผู้ท้าสู้หุ้นด้วยกลวิธีที่แสนง่าย หุ้นตัวไหนปั่นขอเข้าตาม หุ้นตัวไหนมีเจ้าเล่นของเล่นตาม หุ้นตัวไหนใครชวนมาก็ว่าตามกัน เน้นเก็งกำไรซื้อมาขายไปขอทำกำไรเพียงแค่ช่องสองช่อง พอได้กำไรดูน้อยนิด แต่พอขาดทุนกับกลายเสียหายอย่างมาก

การลงทุนที่ขาดหลักการ ขาดรูปแบบการวางแผนอย่างเป็นระบบ การวิเคราะห์ตามหลักการลงทุนที่ดี ขาดการประเมินรู้ราคาหุ้นในอนาคตได้ การลงทุนการสู้กับหุ้นก็ไม่ต่างอะไรที่เหมือนโยนสินทรัพย์ของตัวเองไปให้แก่ผู้อื่น ที่เขาฉลาดกว่าไป

หุ้นควรซื้อคืออะไร หุ้นควรขายคืออะไร นักสู้หุ้นต้องตอบคำถามที่ว่านี้ให้ได้ก่อนที่จะลงสนามสู้หุ้น หากตอบไม่ได้อย่าได้ลงเล่นกับหุ้นเลย เพราะหากไม่รู้แจ้งชัดแท้จริงแล้ว ว่าหุ้นซื้อได้ หุ้นซื้อไม่ได้ หุ้นต้องขายหรือหุ้นที่ควรถือต่อ มีจุดเลือกคัด มีจุดต่างกันอย่างใด นั้นจะเป็นความเสี่ยงต่อการสุ้หุ้นอย่างมาก ด้วยเพราะเราไม่สามารถคิดแยกแยะถึงหุ้นดีหุ้นเน่าได้ ดังนั้นเราจึงจำต้องเลือกพิจารณาหุ้นให้เป็น ด้วยตัวของเราเอง

ในสนามหุ้น ราคาหุ้นที่เคลื่อนขึ้นลงทรงทรุดไปมาทุกวินาทีคือภาพสมมุติ ไม่ใช่เป็นราคาที่อิงตามที่เห็นเป็นแบบตายตัว แต่ราคาหุ้นจะแกว่งขึ้นลงตามแรงซื้อและแรงขายที่เกิดขึ้นในขณะนั้น บนความพึงพอใจของผู้ซื้อกับผู้ขาย การตัดสินใจของนักสู้หุ้นก็ขึ้นอยู่ที่เหตุผลของตัวเอง

เครื่องมือ ที่เป็นเดโช ตัวหนึ่ง ซึ่งนักลงทุนชาญฉลาดมักหยิบดึงมาใช้เป็นเครื่องมือชี้วัดนำทางการสู้หุ้นให้หวังผลสำเร็จและหลีกเลี่ยงความเสี่ยงได้ดีนั้นคือ คำว่า P/E เรามักได้เห็นคำนี้บ่อย มันคืออะไร เอาไว้อ้างอิงอะไร ใช้อ่านค่าอะไร ใช้เปรียบวัดอะไร ก่อนอื่นต้องทำความเข้าใจตัวมันก่อนที่จะหยิบนำไปใช้งานจริง

P คือราคา E คือกำไรต่อหุ้นของบริษัทจดทะเบียน สมการ P/E = ? อ่านว่า ราคาหารกำไรต่อหุ้นเท่ากับเท่าไร เจ้าตัวเท่าไรนั้นละคือค่าของ พีอี และค่าพีอียิ่งต่ำยิ่งดีสะท้อนให้เห็นว่า ราคาหุ้นไม่สูงเมื่อเทียบกับกำไรที่บริษัทเขาทำผลงานได้ แต่หาก พีอีมีค่าสูงแสดงว่า หุ้นตัวนั้นมีราคาที่สูงเกินพื้นฐานเล่นด้วยมันก็จะมีความเสี่ยงที่สูงตามมา

ตัวอย่างเช่น หากหุ้น SIPPAKORN มีราคาหุ้นบนหน้าจอที่ระดับ 10 บาท บริษัทมีผลกำไรต่อหุ้นใน 4 ไตรมาสล่าสุดรวมกัน อยู่ที่ 2 บาทต่อหุ้น ดังนั้น ค่า P/E ที่คำนวนได้ก็นำเอา 10 หาร 2 ก็เท่ากับหุ้นตัวนี้มี พีอีที่ระดับ 5 เท่า แสดงว่าคนสู้หุ้นต้องจ่ายเงินซื้ออนาคตของหุ้นตัวนี้ไปอีก ห้าปี ที่บริษัทต้องสร้างผลงานให้มีกำไรต่อหุ้นอยู่ในระดับที่ว่านี้ไม่นานก็คือทุน

โดยเฉพาะเมื่อบริษัทมีนโยบายจ่ายปันผลแก่ผู้ถือหุ้น ร้อยละ 50 เปอร์เซนต์ของกำไร บริษัท SIPPAKORN มีกำไรต่อหุ้น 2 บาท แบ่งจ่ายได้ 1 บาทต่อหุ้น หากเราลงทุนในหุ้นตัวนี้แล้วหุ้นตัวนี้มีกำไรไม่ตก ไม่เพิ่มทุน สามารถจ่ายปันผลได้ทุกปี ปันผลตอบแทนอยู่ที่ 10 เปอร์เซนต์ต่อปี หากเราถือหุ้นกินปันผล 10 ปีก็ได้ทุนคืนทั้งหมดแล้ว ที่นี่ก็ได้หุ้นที่ถือฟรี

P/E ในหุ้นบางตัวเล่นกัน เหนือ 50 เท่า ซึ่งถือว่าสูงมาก แต่ก็มีหลายบริษัท มีค่าพีอีที่สูง ถึง 80 หรือสูงเกิน 100 แต่ก็ยังมีนักสู้หุ้นที่กล้าเสี่ยงพร้อมเล่นด้วย เพียงเพราะได้รับรู้กระแสข้อมูลข่าวสารว่า หุ้นที่มีค่าพีอีสูงนั้นอนาคตจะมีข่าวดี มีสตอรี่ดี มีผลประกอบการที่เติบโตอย่างก้าวกระโดดได้ แต่บทสรุปส่วนมากก็มิเป็นเช่นที่คาดหวังกัน สุดท้ายหากบริษัทที่มีค่าพีอีสูง ๆ แต่ความสามารถต่อการทำกำไรไม่ได้ คนที่ตามเล่นด้วยก็จะได้รับความเสียหายติดหุ้นกันยาวนาน

แต่ก็มีหุ้นบนหน้าจอหลายตัวที่มีค่าพีอีต่ำ แต่ราคาหุ้นไม่ค่อยขยับไปในทิศทางที่ดีเพื่อให้ค่า พีอี นั้นขยับสูงขึ้นบ้าง เช่นหุ้นกลุ่มแบงก์เป็นต้น สาเหตุน่าจะมาจากหุ้นแบงก์เป็นหุ้นตัวใหญ่ ที่มีฐานของผลงานเป็นไปแบบค่อยเป็นค่อยไปไม่พุ่งพรวด กลายเป็นหุ้นลงทุนเพื่อหวังเงินปันผลมากกว่า ที่จะหวังส่วนต่างของราคาหุ้น ดังนั้นหุ้นเหล่านี้จึงมีค่าพีอีที่ค่อนข้างต่ำแต่เงินปันผลตอบแทนจะสูง

อย่างไรก็ตาม ค่าพีอี จะสูงหรือต่ำในหุ้นตัวใดตัวหนึ่ง มิใช่เป็นเรื่องของใครคนใดจะเป็นผู้กำหนดได้ ทั้งนี้ทั้งนั้นราคาหุ้นสุดท้ายก็ขึ้นอยู่ที่ แรงซื้อแรงขายของนักสู้หุ้นมากกว่า เพียงแต่ค่าพีอี จะบ่งชี้ให้เราได้รู้ถึงจุดของความเสี่ยงในแต่ละหุ้น ที่ตัวเราเองนั้นจะต้องพิจารณา สุดท้ายอย่างไรก็ตามแต่ ราคาหุ้นในอนาคตมักจะยึดติดกับ ผลประกอบการของบริษัทจดทะเบียนมากกว่า เพียงค่า พีอีนั้นสามารถนำมาวัดชี้นำได้ว่า ราคาหุ้นเทียบกับผลงานที่ผ่านมานั้นสูงหรือต่ำก็เท่านั้นเอง

โปรดติดตามตอนต่อไป

สิปปกร ขาวสอาด
12/5/63