สู้หุ้นให้รวย ตอนที่ 4

สู้หุ้นให้รวย ตอนที่ 4

ROA และ ROE ตัวเลขที่บอกให้ได้รู้ถึงความสามารถของการบริหาร

การบริหารจัดการของผู้ประกอบการ ผู้บริหาร เจ้าของหุ้น ที่มีต่อบริษัทจดทะเบียนในตลาดหลักทรัพย์ จำต้องมีหลักธรรมาภิบาลตีกรอบไว้ให้ปฏิบัติเพื่อมิให้เกิดการเอาเปรียบ ทั้งให้มีความรับผิดชอบต่อการบริหารจัดการที่ดี แต่อย่างไรก็ตามการทำหน้าที่ของผู้บริหารก็จำเป็นอย่างยิ่งที่ต้องสร้างความโปร่งใส อยู่ภายใต้การตรวจสอบดูแลกำกับของหน่วยงานตลาดหลักทรัพย์ และ กลต.

การบริหารดำเนินกิจการของบริษัทจดทะเบียนจะเติบโตก้าวหน้าได้ดีหรือไม่นั้น ก็ขึ้นอยู่กับความสามารถบริหารจัดการของผุ้บริหาร ที่จะนำโชว์ตัวเลขของยอดขายและกำไรออกมาให้ดูดีมากน้อยเพียงใด นั้นคือจุดสำคัญที่ทำให้ภาพลักษณ์ของผลประกอบการโชว์ให้เห็นถึงความสามารถของผู้บริหารอย่างแท้จริงได้

ในบรรดาบริษัทจดทะเบียนในตลาดหลักทรัพย์ มีอยุ่หลายบริษัทที่นำหุ้นเข้ากระจายสู่มือประชาชน บนค่า P/E ที่ถูกตั้งขึ้นตามสมมุติฐานของการคาดการณ์จาก นักวิเคราะห์ จากผู้บริหาร หรือเจ้าของหุ้นเอง ว่าอนาคตของบริษัทจะเติบโตไปได้ตามเป้าหมายที่วาดฝันไว้ นักลงทุนก็พากันซื้อจองหุ้น ไอพีโอ ตามราคาที่เขากำหนดโดยยึดค่าพีอี ที่โยงใยอนาคตของผลประกอบการของบริษัทเป็นตัวตั้ง ทั้งที่หลายบริษัทตั้งราคาบนค่า PE ที่สูง

เจ้าของบริษัทเข็นหุ้นเข้าตลาดได้ หุ้นมีราคากลางสูงกว่าราคาพาร์ หลายเท่าตัว สร้างความมั่งคั่ง ให้ทั้งตัวเองกับบริษัทอย่างมากมาย แต่นักลงทุนผู้ร่วมสู้หุ้น ที่ซื้อหุ้นเหล่านั้นไป ก็ต้องไปลุ้นอนาคตกันเอาเอง รับความเสี่ยงบนความฝันที่จะเกิดขึ้นจริงหรือไม่ในอนาคต

ส่วนเจ้าของหุ้นสบายไปแล้ว ซึ่งก็มีหลายบริษัท มีหุ้นหลายตัว ที่เข้าตลาดมาได้แล้ว ตีตัวเงียบเฉย ราคาหุ้นยุบย่อต่ำลง ผลประกอบการไม่เติบโต เจ้าของหุ้นเมินไม่รับผิดชอบผู้ถือหุ้นปล่อยไปตามยถากรรม ผู้บริหารทำงานไม่เป็น ไร้วิสัยทัศน์ ราคาหุ้นจมดิ่ง หมดอนาคต

บางบริษัทฯ เจ้าของ ผู้บริหารเอารัดเอาเปรียบผู้ถือหุ้น มีค่าใช้จ่ายเงินเดือนค่าบริหารสูง ผู้บริหารมีค่าเบิกจ่ายอินเตอร์เทน ค่ารับรองสูง มีรถประจำตำแหน่งหรูหราราคาแพง นำเครือญาติร่วมทำงานกินเงินเดือน ให้บริษัทเลี้ยงดูแล ออฟฟิตทำงานงดงามห้องทำงานผู้บริหารตบแต่งอย่างฟุ่มเฟือย เช่นนี้เป็นต้น ล้วนแล้วทำให้บริษัทเกิดค่าใช้จ่ายที่ไม่จำเป็นเยอะมาก

ดังนั้นการที่เราจะลงทุนในหุ้นตัวใดตัวหนึ่งนั้น จึงควรต้องไตร่ตรองพิจารณาอย่างรอบคอบ เพื่อให้มองเห็นถึงเนื้อแท้หนังในของบริษัทนั้น ๆ ว่า ผู้บริหารมีความสามารถเพียงใด เล่นแร่แปรธาตุหรือไม่ เอาเปรียบนักลงทุนหรือเปล่า เหล่านี้นักสู้หุ้นเองก็สามารถที่จะไปตรวจแกะแคะได้ในงบของบริษัท

แต่ตัวเลขหนึ่งที่ จะบอกให้ได้รู้ ได้ประเมินออกว่า ฝีไม้ลายมือ ความสามารถของเจ้าของหุ้น และของผู้บริหารนั้นมีมากน้อยเพียงใด มีความใส่ใจต่อการบริหารจัดการหรือไม่ มีความขยันมีความมานะต่อการทำหน้าที่แค่ไหน ทุกอย่างมันจะปรากฏให้ได้เห็นได้อย่างชัดแจ้งจากค่าของ ROA และ ROE

ROA หรือ Return on Assets คืออัตราผลตอบแทนจากสินทรัพย์ เป็นอัตราส่วนทางการเงินระหว่างกำไรสุทธิกับสินทรัพย์รวม เป็นอัตราส่วนที่บ่งบอกถึงความสามารถของกิจการที่จะนำสินทรัพย์ที่มีไปใช้ประโยชน์ในดำเนินการของกิจการได้อย่างมีประสิทธิภาพหรือไม่ หากบริษัทใดบริหารจัดการที่ดีมีประสิทธิผล ก็จะมีตัวเลขของ ROA ออกมาในสัดส่วนที่สูง กล่าวคือตัวเลขนี้ยิ่งสูงยิ่งดี

ROE หรือ Return on Equity เป็นตัวชี้วัดความสามารถในการทำกำไรที่สำคัญที่สุดอย่างหนึ่งของผู้บริหาร ซึ่งจะทำให้ผลตอบแทนของผู้ถือหุ้นที่เรียกกัน ROE มีตัวเลขที่สูง ย่อมแสดงให้เห็นว่า บริษัทมีกำไรหลังหักภาษีที่ได้รับ เมื่อเปรียบเทียบกับจำนวนส่วนของผู้ถือหุ้นทั้งหมดในงบดุล เป็นการบริหารเงินส่วนของเจ้าของคือผู้ถือหุ้นทั้งหมดได้อย่างดีหรือไม่ ก็จะวัดได้จากตัวเลขนี้ ที่ยิ่งสูงยิ่งดีเช่นกัน

ตัวเลข ROA และ ROE ก็สามารถเปิดดูจากงบที่บริษัทจดทะเบียนโชว์ออกมาให้เห็นบนหน้าจอเวฟไซด์ของตลาดหลักทรัพย์ซึ่งเป็นข้อมูลที่เปิดเผยอยู่แล้ว ย้ำตัวเลขยิ่งสูงยิ่งดี นั้นบ่งบอกถึงความสามารถการบริหารจัดการที่ดีมีศักยภาพต่อการสร้างผลตอบแทนจากสินทรัพย์ และเงินทุนของบริษัท

หากบริษัทจดทะเบียน หรือหุ้นตัวใดมีค่า ROA และ ROE ที่ต่ำเตี้ย อย่างน้อยก็ทำให้ นักสู้หุ้นพอรู้ได้ ว่าบริษัทนั้นหุ้นนั้น มีผู้บริหาร มีเจ้าของหุ้นขาดวิชั่น ขาดความใส่ใจ ขาดความสามารถ และขาดความรับผิดชอบ จึงควรหนีห่าง เพราะขืนร่วมลงทุนในหุ้นที่เจ้าของ ผู้บริหารขาดวิชั่น ย่อมไม่มีอะไรดี

โปรดติดตามตอนต่อไป

สิปปกร ขาวสอาด
15/5/63