สู้หุ้นให้รวย ตอนที่ 6

สู้หุ้นให้รวย ตอนที่ 6

ขายให้เป็นก็เห็นทางรวยหุ้นได้

การลงทุนในตลาดหุ้น ตามตำราหลายตำรับบ่งบอกให้ได้รู้ถึงความสำเร็จต่อการลงทุนที่ดีนั้น นักลงทุนจำต้องรู้จัก พิจารณาไตร่ตรองมองหุ้นอย่างถ้วนถี่ก่อนการตัดสินใจ เพราะการลงทุนในหุ้นนั้นมีความเสี่ยงที่สูง พวกเราก็มักเคยได้ยินได้เห็นได้รับรู้ สิ่งที่กล่าวบอกอ้างดังที่ว่า

ดังนั้นการเข้าซื้อหุ้น จึงถือว่ามีความสำคัญมาก เพราะเป็นจุดเริ่มต้นชี้วัด ความผิดความถูกต่อการเข้าพัวพันกับหุ้นตัวใดตัวหนึ่ง นักลงทุนทั่วไปส่วนใหญ่การรับรู้ข้อมูลเชิงลึก ความสามารถต่อการพิจารณา ความเข้าใจในหลักคิด หลักทฤษฏีการลงทุนทั้งแง่ปัจจัยพื้นฐาน และปัจจัยทางด้านเทคนิค ยังคงห่างไกลปืนเที่ยงและขาดความเข้าใจอยู่มาก ดังนั้นโอกาสที่จะตีแตกทะลุทะลวงถึงก้นบึ้ง จนสามารถจะประเมินได้ว่า ราคาที่เข้าซื้อนั้นถูกหรือแพง โอกาสชนะมีมากน้อยเพียงใด

แต่นักสู้หุ้น ก็คือนักสู้หุ้นที่พร้อมร่วมลงละเลงเพลงบู้ในสนามหุ้นอยู่ตลอดเวลา ผู้ใดที่วิเคราะห์ได้มองออก ประเมินเห็น ก็เป็นต่อหน่อย ใครที่รู้เรื่องอ่านกร๊าฟ มองชาร์ด หาจุดซื้อจุดขายทางด้านเทคนิค ก็พอมีเครื่องมือเป็นอาวุธต่อกรเอาตัวรอดได้ แต่มีนักสู้หุ้นผู้กล้าที่สู้หุ้นบนความกล้าอย่างแท้จริง เห็นหุ้นวอลุ่มเกิด ราคามา พร้อมกล้าเข้าเสียบ เสี่ยงสู้ด้วย เพียงหวังชนะช่องสองช่องหรืออาจโชคดีหุ้นขึ้นต่อเนื่องได้ก็สนุกสนานสำราญอุรากันไป

ราคาหุ้นบนกระดานหน้าจอที่โชว์ให้เห็น คือภาพมายา ไม่ใช่ราคาหุ้นที่ยืนยึดติดนิ่งไม่ขยับ แต่ราคาจะขยับแกว่งเคลื่อนไหวเป็นไปตามแรงซื้อแรงขายที่เกิดขึ้นเข้ากระทบ จะด้วยจากปัจจัยต่าง ๆ จากสิ่งเร้าต่าง ๆ จากการชี้นำต่าง ๆ จากอารมณ์ จากจิตนาการ จากเหตุผล และอีกมากมายที่ส่งผลต่อราคาหุ้นให้เป็นไปตามแรงผลักของแรงซื้อและแรงขาย ดังนั้นการสู้หุ้นจึงจำต้องติดตามและเฝ้าประเมินตลอด เพราะราคาหุ้นอาจพลิกผันได้เสมอ

สองตัวแปรในภาพใหญ่ที่ชี้นำต่อราคาหุ้น คือแนวโน้มโดยรวมของตลาดหุ้น และ แนวโน้มของตัวหุ้นเอง หากแนวโน้มโดยรวมของตลาดหุ้นจะมีตัวชี้นำคือเรื่องของเศรษฐกิจ สังคม การเมือง การค้า การขาย ค่าเงิน ปัจจัยภายนอก เป็นต้น ส่วนแนวโน้มของตัวหุ้นเฉพาะตัว คือปัจจัยพื้นฐานของหุ้น ข่าวสารข้อมูลเรื่องราวที่เกิดกระทบ รวมถึงพฤติกรรมการลงทุนของนักลงทุนทั่วไปโดยเฉพาะรายใหญ่และเจ้าของหุ้น

หากแนวโน้มใหญ่ของตลาดหุ้นในภาพรวมดูดี หุ้นขึ้น ดัชนีพุ่ง คนสู้หุ้นก็พากันรวย ได้กำไรหน้าบานกันทั่ว ยามที่หุ้นดี ซื้อหุ้นตัวไหนเล่นหุ้นตัวใด ก็ดูทำกำไรได้ง่ายไปหมด ใครจะได้เยอะได้มากก็ว่ากันไป แต่เมื่อไหร่ที่หุ้นอยู่ในภาวะตกต่ำ คนสู้หุ้นก็พากันบาดเจ็บถ้วนหน้า เพียงแต่ใครจะเจ็บมากเจ็บน้อยกว่ากัน ใครจะอยู่ดอย ใครจะค้างติ่งอยู่เกาะก็ขึ้นอยู่นักสู้หุ้นแต่ละคนจะดึงตัวให้หลุดรอดพ้นได้หรือไม่

ดังนั้นจุดสลบจุดตายจุดมรณะของคนสู้หุ้น มักพังพาบตกอยู่ในอาการพะงาบให้ได้เห็นอยู่เป็นเนืองนิจ คือตอนขายหุ้น ไม่ใช่ตอนซื้อ เพราะตอนซื้อ จะซื้อหุ้นได้ราคาต่ำหรือสูง หากเวลาขายออก กับขายได้ต่ำกว่าที่ซื้อมาก็กลายเจ็บตัวแพ้หุ้นไป ตอนขายหุ้นจึงเป็นจุดที่สำคัญกว่าตอนซื้อ และซ้ำร้ายไปใหญ่หากแนวโน้มหุ้นเกิดปรับตัวลดต่ำลง นักสู้หุ้นไม่กล้าตัดใจขายยอมทนที่จะแบกถือหุ้น ยิ่งทำให้พอร์ตเสียหาย

นักสู้หุ้นที่ชาญฉลาดจึงจำต้องรู้จักตัดใจขายแม้ขาดทุนก็ตาม เพียงขอสะสมเงินสดเก็บกำไว้ในมือเพื่อช้อนรับคืนหุ้นในราคาที่ต่ำกว่าที่ขาย ไม่เสียโอกาสเล่นหุ้นขาลง และต้องกล้าขายเพื่อมิให้ตัวเองต้องติดหุ้นค้างพอร์ตที่ราคาสูง ทำให้เกิดการขาดทุนตัวเลขเป็นเท่าตัว นักสู้หุ้นผู้ที่พ่ายแพ้หุ้น ส่วนใหญ่คือขายไม่ทัน ขายไม่เป็น ไม่กล้าขาย ตัดใจขาดทุนไม่ได้

เมื่อไหร่ที่หุ้นซึ่งหมดรอบเล่น สังเกตุได้จาก 1. วอลุ่มหาย 2.ราคาซึมลง 3.พื้นฐานไม่รับในเชิงบวก 4.แรงขายมากกว่าแรงซื้อ หากมีสัญญาณบ่งชี้เช่นที่ว่าในตัวหุ้นที่ถืออยู่ให้ระมัดระวัง อย่าทำกำไรให้กลายเป็นขาดทุน อย่ารักหุ้นเด็ดขาด อย่าคาดหวังเชิงบวกมากในตัวหุ้น จงปล่อยหุ้นทิ้งฝากให้คนอื่นถือก่อน

หุ้นในตลาดมีให้เลือกเล่นเลือกสู้อยู่หลายตัว ค่อย ๆ พิจารณาเลือกหาหุ้นที่ดีต่อไป และเมื่อไหร่แนวโน้มใหญ่หุ้นไม่ดี ทิ้งขายให้เกลี้ยงกำเงินสดไว้ เตรียมพลังไว้คอยเก็บเกี่ยวของถูกภายหลัง อย่าให้พลังเงินตราไปติดแขวนหุ้นอยู่ข้างบน อย่าทำให้ตัวเองต้องกลายเป็นผู้ที่ พบไม้งามแต่ขวานบิ่น

โปรดติดตามตอนต่อไป

สิปปกร ขาวสอาด
2/6/63