สู้หุ้นให้รวย ตอนที่ 7

สู้หุ้นให้รวย ตอนที่ 7

แรงซื้อแรงขายตัวชี้วัดทิศทางหุ้น

หุ้นดีบางทีก็นิ่ง หุ้นวิ่งบางทีก็เน่า คลุกเคล้ากันไปทั้งหุ้นเน่าหุ้นดี อยู่ที่แรงซื้อแรงขายจะมาซีกด้านไหนมากกว่ากัน หากมาฝั่งซื้อราคาหุ้นก็เดินหน้า ถ้ามาข้างด้านขายราคาหุ้นก็มุดลงต่ำ ดังนั้นแรงซื้อแรงขายเป็นเรื่องที่มีความสำคัญไม่น้อยครับต่อทิศทางการขับเคลื่อนของราคาหุ้น แรงซื้อแรงขายก็มักเกิดจากตัวปัจจัยสนับสนุนที่ชี้นำ ทั้งด้านพื้นฐานของตัวหุ้นตามการชี้บอกของข้อมูลทางการเงิน ตัวเลขของผลประกอบการ

ด้านเทคนิคก็อ่านวัดกันด้วยกราฟมองชาร์ดวางภาพตามเส้นสายขีดร่างตีกรอบจุดรับจุดต้านเป็นตัวชี้บอก และก็รวมถึง อารมณ์ การตัดสินใจของนักลงทุนตามสิ่งเร้า ตามข้อมูลข่าวสารเรื่องราวเรื่องเล่าบอก ล้วนเป็นปัจจัยกระตุ้นให้เกิดแรงซื้อและแรงขายขึ้นนำพาภาพตลาดรวม และราคาหุ้นให้มีความเป็นไปตามพลังที่เกิดขึ้น

เมื่อแรงซื้อ และแรงขายเป็นตัวผลักดันนำพาให้ราคาหุ้นขับเคลื่อนเป็นไปตามพลังนั้น นักลงทุนผู้สู้หุ้นที่ชาญฉลาดจำต้องรู้จักวัดแรงพลัง ระหว่างซีกซื้อกับด้านขาย ฝ่ายใดที่มีพละพลังมากกว่ากัน หากแรงซื้อมากกว่า หุ้นก็ขึ้น แรงขายมากกว่าหุ้นก็ลง เป็นไปตามกลไกของตลาดทุน หากเราสามารถพิจารณา มองเห็นชั่งน้ำหนักได้ออก แรงซื้อหรือแรงขายมากกว่ากัน การเก็งกำไรระยะสั้น ก็อาจเล่นได้พึงชนะไม่ยากลำบาก

การมองชั่งวัดแรงซื้อแรงขายเพื่อประกอบการตัดสินใจเพื่อสู้หุ้นนั้น ขอแบ่งแยกแยะแรงซื้อและแรงขายออกเป็น 5 ส่วน คือ 1. แรงซื้อและแรงขายเกิดขึ้นตามแนวโน้ม 2. แรงซื้อและแรงขายเกิดขึ้นตามปัจจัยกระทบ 3. แรงซื้อและแรงขายเกิดจากพื้นฐานหุ้นที่ดีหรือไม่ดี 4. แรงซื้อและแรงจากเกิดจากการมองเชิงเทคนิค 5. แรงซื้อและแรงขายเกิดขึ้นจากอารมณ์

หากแรงซื้อและแรงขายเกิดขึ้นจากข้อที่ 1.คือตามแนวโน้มทิศทางของภาพตลาดรวม ซึ่งในระยะเวลาใดเวลาหนึ่งที่ภาพของทิศทางหุ้นได้ปรับตัวจะเป็นขาขึ้นหรือขาลงที่เล็งเห็นได้ชัดเจนแรงซื้อหรือแรงขายนั้นย่อมมีพลังแรงผลักให้หุ้นเป็นไปในแนวโน้มนั้น ยากที่จะไปสวนกระแสแนวโน้ม ควรทำตัวพลิ้วไหวตามกระแสแนวโน้มนั้น

หากแรงซื้อแรงขายเกิดขึ้นตามข้อ 2. ในเรื่องของปัจจัยกระทบ ก็อาจส่งผลต่อราคาหุ้นตามเรื่องราวของปัจจัยที่เกิดขึ้น จะรุนแรงมากน้อยเพียงใดนั้นขึ้นอยู่กับปัจจัยกระทบนั้นจะมีผลมากน้อยเพียงใดต่อราคาหุ้น ซึ่งสามารถประเมินผลได้ หากเห็นหรือรับรู้ได้ว่า ราคาหุ้นสูงหรือต่ำเกินไปกว่าพื้นฐานของหุ้นเท้จริง ก็พร้อมควรสวนสู้แรงซื้อหรือแรงขายนั้นได้ทันที

ส่วนแรงซื้อแรงขายที่เกิดจากข้อ 3. คือเรื่องของพื้นฐานหุ้นดีหรือแย่ หากผลปรากฏเห็นชัดเจนว่าเกิดแรงซื้อหรือแรงขายในหุ้นตัวใดตัวหนึ่ง จากการรับรู้เรื่องของผลงาน ผลประกอบการ หรือตัวเลขทางบัญชีที่บ่งบอกดีหรือแย่ของหุ้น ควรปรับตัวซื้อหรือขายไปในทิศทางของแรงซื้อแรงขายที่เกิดขึ้นทันที เช่นดีก็ซื้อ แย่ก็ขาย อย่าได้ลังเล

สำหรับแรงซื้อแรงขายที่เกิดจากข้อ 4. คือเกิดจากสัญญาณทางเทคนิเคิ้ล ดูกราฟมองชารด์อ่านจุดตัดจุดรับจุดต้าน ให้เตรียมตัวพร้อมสวนสู้เสมอ เมื่อแรงซื้อและแรงขายเดินไปตามหลักทฤษฏีที่ชี้บอกแนวโน้ม แต่ต้องสังเกตุดูวอลุ่มประกอบ รวมทั้งพิจารณาดูพื้นฐานหุ้นเป็นสำคัญด้วย

ในแง่ของแรงซื้อแรงขายที่เกิดขึ้นตามข้อ 5. แรงซื้อแรงขายที่เกิดมาจากอารมณ์ของคนสู้หุ้น ไม่ว่าจะเป็นอารมณ์ตื่นตระหนกตกใจ อารมณ์ตื่นตามแห่เล่น อารมณ์อยากซื้ออยากขายหุ้น อารมณ์ที่เกิดขึ้นแล้วดับวูบลงฉับพลันทันด่วนโดยไร้เหตุผลที่รองรับได้อย่างแท้จริงแล้ว หากเกิดแรงซื้อหรือแรงขายเช่นที่ว่านี้ขึ้น ให้สวนสู้โดยมีสติเสมอ

แรงซื้อและแรงขาย ที่มีพลังอันยิ่งใหญ่คือแรงซื้อแรงขายจากสถาบัน ทั้งกองทุนไทยและนักลงทุนต่างประเทศ หากพิจารณาแนวทางการลงทุนของรายใหญ่ ได้อย่างชัดเจน ควรที่จะเดินตามแนวทางพฤติกรรมการลงทุนเป็นไปตามแรงซื้อแรงขายของกลุ่มทุนใหญ่ อย่าสวนทางปืน ให้พลิวไหวตามทางขาใหญ่ แล้วการสู้หุ้นของตัวเราเองจะเดินก้าวสู่หนทางที่ดีได้

โปรดติดตามตอนต่อไป

สิปปกร ขาวสอาด
8/6/63