เชื่อมั่นเศรษฐกิจฟื้น…ลุ้นงบไตรมาส 3/60 หนุนตลาดไปต่อ

เชื่อมั่นเศรษฐกิจฟื้น...ลุ้นงบไตรมาส 3/60 หนุนตลาดไปต่อ

เชื่อมั่นเศรษฐกิจฟื้น...ลุ้นงบไตรมาส 3/60 หนุนตลาดไปต่อ

การเดินหน้าของตลาดหุ้นไทยอย่างแข็งแกร่งเพื่อไปสู่เป้าหมายทำลายสถิติสูงสุดตลอดกาล  มีแนวโน้มความเป็นไปได้มากขึ้น เมื่อแรงขับเคลื่อนของตลาดในภาพรวมการไต่ระดับของ Set Index ที่ปรับตัวขึ้นขยับเข้าใกล้เป้าหมายไปทุกที โดยกระแสเงินทุนต่างชาติที่เชื่อว่าจะยังไหลเข้ามาอย่างต่อเนื่อง ตามความเชื่อมั่นของนักลงทุนต่างชาติต่อเศรษฐกิจไทยที่มีมากขึ้น ส่วนประเด็นเรื่องการปรับขึ้นอัตราดอกเบี้ยของ เฟด ที่ส่งสัญญาณจะปรับขึ้นอีกครั้งช่วงปลายปี ซึ่งตลาดก็มีการรับรู้ไปมากแล้ว จึงไม่น่าส่งผลต่อการไหลเข้าของเงินทุนต่างชาติมากนัก

สำหรับนักลงทุนที่มองปัจจัยสนับสนุนภายในประเทศ ที่ตัวเลข GDP และส่งออก ออกมาดี ส่งผลให้ภาพการฟื้นตัวของเศรษฐกิจไทยดูชัดเจนมากขึ้น โดยเฉพาะกลุ่มธนาคารพาณิชย์ ที่ราคาหุ้นในปัจจุบันยังไม่แพงเมื่อเทียบกับตลาด ซึ่งกลุ่มแบงก์นั้นจะเป็นกลุ่มแรกที่จะมีการประกาศผลประกอบการออกมาเป็นกลุ่มแรก น่าจะมีการไล่เก็บของกันอย่างสนุกของนักลงทุนมือใหญ่แน่ๆ ใครมีหุ้นอยู่หรือทยอยเก็บสะสมเมื่อยามราคาอ่อนตัวลงก่อนหน้า ก็ยินดีด้วยครับ

นอกจากกลุ่มธนาคารพาณิชย์ที่เป็นที่สนใจในช่วงฤดูประกาศผลการดำเนินงานไตรมาส 3/60 ยังมีอีกหนึ่งอุตสาหกรรมที่น่าสนใจ ที่นักวิเคราะห์ก็คาดกันว่าผลกำไรจะออกมาโดดเด่น คือ กลุ่มค้าปลีก เมื่อเห็นแนวโน้มตัวเลขยอดขายสาขาเดิม (Same Store Sales Growth) ซึ่งเป็นตัวเลขสำคัญที่จะชี้วัดการเติบโตของกลุ่มนี้ ที่ออกมามีการขยายตัว ประกอบกับเป็นช่วงเข้าสู่ไฮซีซั่น อย่าง CPALL ราคามีการปรับตัวทำจุดสูงสุดใหม่ หลังคาดว่ากำลังซื้อภายในประเทศกำลังฟื้น รวมถึงการทำโปรโมชั่นกระตุ้นยอดขายช่วงโลว์ซีซั่นยังได้ผลดี

ปัจจุบัน CPALL มีสาขา 7-Eleven ทั่วประเทศกว่า 10,000 สาขา โดย CPALL มีส่วนแบ่งทางการตลาดเป็นอันดับ 1  และมีอัตราการขยายตัวเร็วที่สุดในกลุ่มของร้านสะดวกซื้อ ทั้งนี้ CPALL มีการขยายสาขา 7-Eleven ในอัตรา 700 สาขาต่อปี และตั้งเป้าที่จะมี 13,000 สาขาภายในปี 2564 จากการที่มีสาขาเป็นจำนวนมากทำให้มีการประหยัดต่อขนาด (Economy of Scale) จึงมีอำนาจต่อรองกับซัพพลายเออร์สูง ประกอบกับการวิจัยพัฒนา.      มีศูนย์กระจายสินค้าและโลจิสติกส์ที่ทันสมัยครบวงจร  ซึ่งล้วนเป็นปัจจัยสนับสนุนความสามารถในการทำกำไร และยังสร้างกำแพงจำกัดการเข้ามาแข่งขันของผู้แข่งรายใหม่ให้เข้ามาได้ยาก

อนาคตของประเทศไทยที่จะก้าวไกลพัฒนาไปข้างหน้าบนความเปลี่ยนแปลงที่ดีขึ้น หากเป็นเช่นดังที่กล่าวมา การลงทุนในตลาดหุ้นก็คงได้รับผลอานิสงค์ที่ดีตามไปด้วยเช่นกัน หลังจากนี้การลงทุนในตลาดหุ้นจะมีชีวิตชีวาคึกคักขึ้นอีกแน่นอน เมื่อเป็นเช่นนี้ประกอบกับที่นักวิเคราะห์ได้ประเมิน โอกาสที่ดัชนีจะเดินหน้าทำจุดสูงสุดทำลายสถิติเดิมได้ หุ้นที่อยู่บนกระดานในขณะนี้จึงยังคงน่าเก็บสะสมเหมือนกันครับ  ซึ่งแน่นอนหุ้นที่น่าเก็บสะสมต้องเป็นหุ้นที่พื้นฐานดี มีการเติบโต  มีพีอีที่ต่ำ และมีปันผลตอบแทนที่สูงด้วยนั่นเอง ส่วนหุ้นตัวใดที่มีเรื่องราวที่ดี มีสตอรี่ที่สวยงาม มีทิศทางการทำธุรกิจเติบโตได้อย่างก้าวกระโดด หุ้นเหล่านั้นก็น่าสนใจอย่างมากเช่นกัน เพราะจะคุ้มการลงทุนที่ลงไป หากบริษัทหรือกิจการนั้นสามารถดำเนินงานตามที่บอกกล่าวได้อย่างแท้จริงแล้วก็น่าจะให้ผลตอบแทนที่ดี

 

การประเมินทิศทางตลาดหุ้นไทย จึงมีความสำคัญต่อนักลงทุน เพราะจะต้องเริ่มวางแผนการลงทุนตั้งแต่ตอนนี้กันแล้ว ถ้ามั่นใจว่าตลาดหุ้นต่อจากนี้จะสดใส Set Index จะมีการปรับตัวพุ่งขึ้นไปต่อ ก็ต้องเริ่มมีการสะสมหุ้นเป้าหมายเอาไว้ในพอร์ตเพื่อหวังผลตอบแทนที่ดีงามกันแล้ว

สุดท้ายตลาดหุ้นไทยก็ยังดูสดใส โดยมีแรงซื้อหุ้นขนาดใหญ่จากนักลงทุนต่างชาติและกองทุนในประเทศ ซึ่งคาดหวังผลประกอบการไตรมาส 3/60 จะออกมาดี รวมถึงแนวโน้มเป้าหมายดัชนีที่จะปรับตัวสูงขึ้นและสามารถทำสถิติใหม่สำหรับตลาดหุ้นไทยได้ในปีหน้าอีกด้วย อย่างไรก็ตามการลงทุนจะประสบความสำเร็จอย่างที่หวังไว้หรือไม่ก็อยู่ที่ตัวนักลงทุนเอง และอย่าลืมว่าการลงทุนมีความเสี่ยง ต้องศึกษาข้อมูลทุกครั้งจนมั่นใจเสียก่อนการลงทุนนะครับ