เรื่องเล่าข้างตลาดหุ้น ( ตอนที่ 13 )

เรื่องเล่าข้างตลาดหุ้น ( ตอนที่ 13 )

จงเตรียมพร้อมไว้รอคอยโอกาสมาถึง

ผมได้เห็น ได้รับรู้ต่อสิ่งต่าง ๆ ที่ผ่านมาบนสังเวียนหุ้น ผู้ที่ได้รับผลกระทบจากตลาดหุ้นทั้งประสบความสำเร็จ และผู้ล้มเหลว นั้นเป็นตัวอย่างที่ต้องทำให้ผมเองต้องเรียนรู้ เมื่อตัวเองได้ก้าวสู่วังวนของสนามหุ้นที่ต้องพร้อมสู้ทั้งพึงเอาชนะให้ได้ เรื่องสู้หุ้นนั้นมีความเสี่ยง หากเราไม่พร้อมจริงโอกาสพ่ายแพ้หุ้นนั้นมีมาก

ผมรู้ตัวเองว่าต้องใช้หลักคิดพิจารณาอย่างถ้วนถี่ก่อนการลงทุนที่จะซื้อหรือขายหุ้นทุกครั้งเสมอ ประเภทถามคนอื่นเล่นหุ้นตัวไหนได้ เข้าซื้อตัวใดดี คงไม่ใช่วิธีที่ช่วยให้ประสบความสำเร็จได้

การที่คิดว่าตลาดหุ้นคือแหล่งการพนัน หวังเก็บเกี่ยวกับการเก็งกำไรก็คงไม่ถูกต้องนักสำหรับผม อย่างไรผมก็เชื่อว่าตลาดหุ้นคือแหล่งการลงทุน ที่มีเม็ดเงินหมุนวนเวียนกันอยู่มากมายนับล้านล้านบาท ที่รอผู้ที่พร้อมเข้าแสวงหาจับหยิบเอาไปเป็นสมบัติของตนเอง เพียงแค่ตัวผมเองจะมีความพร้อมนั้นหรือไม่

ความพร้อมที่สำคัญมากคนสู้หุ้นอย่างผมต้องพึงมีคือ ผมต้องคาดการณ์ พิจารณา ไตร่ตรองจนพอมองเห็น ราคาหุ้นในอนาคต ที่ประเมินได้ ตามปัจจัยพื้นฐานที่ควรเป็น หากตีความตามแนวคิดของขบวนการวิธีการของการสู้หุ้นของผมก็คงชัดเจนครับว่า ผมเน้นการลงทุนด้วยพื้นฐานของหุ้นโดยเฉพาะต้องประเมินรู้ราคาเหมาะสมในอนาคตให้ได้ครับ

เพราะผมทราบดีว่า หุ้นในตลาดฯ มีมากมายให้เลือกเฟ้นเน้นหานำมาเป็นหุ้นเป้าหมายได้ ไม่ต้องไปคว้าหุ้นโดยไม่ได้ไตร่ตรองเข้าพอร์ตกอดไว้ หรือการสู้หุ้นเป็นเพียงแค่ซื้อมาขายไป เก็งกำไรระยะสั้น ซื้อเช้าขายเย็น ซื้อวันขายพรุ่ง ซึ่งผมก็ยังไม่เคยเห็นเซียนหุ้นคนไหนที่ใช้กลยุทธ์สู้หุ้นแบบเก็งกำไรระยะสั้น เข้าออกรวดเร็วว่องไวดุจลมพัดผ่าน ร่ำรวยด้วยหุ้นล้นหลามยังไม่เคยเจอครับ จะพบก็แต่พวกเล่นสั้น ชอกช้ำแผลเต็มตัว

ทุกครั้งทุกรอบที่ผมจะเข้าสู้หุ้น ก็ต้องไตร่ตรองจนตกผลึกพร้อมเห็นว่าดี ราคาปัจจุบันต่ำกว่าราคาประเมินในอนาคต ผมก็เริ่มเข้าสู้ และก็สู้ไปเรื่อยๆ จนกว่าได้ชัยชนะอย่างเบ็ดเสร็จ ยกตัวอย่างเช่นหุ้นตัวหนึ่งที่ผมเลือกที่จะสู้ด้วยคือหุ้น SITHAI

หุ้นตัวนี้ทำธุรกิจเกี่ยวกับการทำพาชนะพลาสติก พวกกาลามัง ถัง ชาม ถ้วย ถาด แก้ว ฯลฯ ผมอ่านข้อมูลพบว่า บริษัทนี้มีแนวทางที่จะสร้างรายได้เพิ่มด้วยการหันไปทำขวดน้ำพลาสติกอ่อน มีออร์เดอร์ซื้อจากผู้ผลิตน้ำค่ายใหญ่มาเป็นลูกค้า

ผมเป็นนักลงทุนคนแรกที่ให้ความสนใจต่อหุ้นตัวนี้ เพราะเชื่อว่า ราคาในอนาคตที่ประเมินได้จากข้อมูลที่มีน่าจะสูงกว่าราคาในปัจจุบันอย่างแน่นอน ผมได้เข้าสู้กับหุ้น SITHAI จากราคาหุ้นที่เป็นเลขตัวเดียวก็วิ่งขึ้นไปกลายเป็นเลขสองหลัก ผมสามารถทำกำไรจากหุ้นตัวนี้ได้อย่างงามเช่นกัน

มีหุ้นอีกหลายตัวที่ผมลงสู้ด้วย โดยเป็นคนแรก ๆ ที่เข้าเล่นตามแนวทางต้องเริ่มต้นก่อน ทั้งทางซื้อและทางขาย การสู้หุ้นที่ประสบความสำเร็จของตัวเอง เวลาผ่านไปไม่นานก็มีนักลงทุนผู้ซึ่งติดตามผมทางสื่อ เริ่มมาหา มาพูดคุยด้วยและเข้ามาขอร่วมสู้หุ้นอยู่ข้าง ๆ

จนผมเองคิดว่าต้องเปิดทำธุรกิจ ร้านกาแฟ ที่ล้างรถ เพื่อเป็นช่องทางหารายได้ ทั้งมีที่นั่งสู้หุ้นเป็นของตัวเอง หลังจากที่ทำร้านกาแฟที่ล้างรถ คนเล่นหุ้นก็มาหาผมนั่งติดข้าง ๆ สู้หุ้นไปด้วยกันนับเป็นสิบคน

ผมสู้กับหุ้นไม่นาน พอร์ตเล่นหุ้นผมก็โตขึ้น รวมเงินสดในมือก็ได้นับ 100 ล้านบาท ผมเคยบอกตัวเองตอนช่วงทำงานเป็นมนุษย์เงินเดือนว่า หากทำงานเก็บเงินได้ 100 ล้านเมื่อไหร่จะขอบวชเป็นพระ ก็ไม่สามารถทำได้ตามที่คิด แต่วันที่ออกมาเป็นนักลงทุนสู้กับหุ้นสามารถมีเงินได้ 100 ล้านบาท จึงขอลาบวช ตามที่ตัวผมเองเคยสัญญาไว้ ผมได้โกนหัว ขอขมา ลาบวชทันที

หลังจากออกบวชมา ผมก็กลับสู่สนามหุ้นสู้กับหุ้นต่ออย่างเมามัน มีหุ้นอีกตัวหนึ่งที่ผมสามารถทำกำไรได้อย่างเป็นกอบเป็นกำ และเป็นหุ้นที่ทำให้ผมตระหนักรู้และไม่เคยลืมว่า การลงทุนในหุ้นนั้น ตัวเราเองจะหยุดนิ่งกับการติดตามเรื่องของข้อมูลข่าวสารไม่ได้เป็นเด็ดขาด

เพราะในครั้งนั้นก่อนที่ผมจะลงสู้ในหุ้นเป้าเหมายที่มีชื่อย่อของหุ้นว่า SICCO มีแบงก์ไทยพาณิชย์ถือหุ้นใหญ่อยู่ จำต้องขายหุ้นออกให้เป็นตามกฏกติกาของแบงก์ชาติ เกณฑ์บังคับให้เสร็จเรียบร้อย ซึ่งก่อนหน้านั้น ทางแบงก์ไทยพาณิชย์ได้แจงออกมาเป็นข่าวว่า ยังไม่สามารถตกลงหาผู้ซื้อให้เรียบร้อยลงตัวได้

ส่งผลให้ราคาหุ้น SICCO ย่อตัวลงมาอีก ผมเล็งว่านั้นคือโอกาส ที่ราคาหุ้น SICCO บนกระดานต่ำกว่าบุ๊ค สองสามเท่าตัวน่าซื้อสู้มาก ผมถามบรรดานักลงทุนที่ติดตามนั่งข้าง ๆ ผม ว่าผมจะเล่นตัวนี้ละ ด้วยเหตุผลที่ผมเองได้พึงเห็น และพิจารณาแล้วว่าน่าชนะทำกำไรได้ บรรดาแฟนคลับ สี่ห้าคนเห็นพร้องต้องกัน ลงมือซื้อตามกำลังที่ตัวเองมี

หลังจากนั้นราคาหุ้นก็อ่อนปวกเปียกห้อยหัวลงต่ออีก ผมเองก็ซื้อไปซะเต็มพอร์ตแคชบาลานซ์แล้ว แต่ผมก็ยังเชื่อมั่นว่า สิ่งที่ผมคิดนั้นถูก ตกตอนเย็นผมได้ใส่เงินเข้าไปในบัญชีซื้อขายหุ้นแคชชบาลานซ์ เพื่อให้มีเงินซื้อหุ้นต่ออีกเป็นจำนวนหลายล้านบาท

แต่ที่สุดแล้ววันรุ่งขึ้นมีข่าว การตกลงตั้งโต๊ะรับซื้อหุ้น SICCO ที่ราคาบุ๊คแวลู หุ้นกระโดดชนราคาตามบุ๊คที่จะมีการยกขายกัน ผมก็เลยซื้อหุ้นเพิ่มไม่ได้แม้จะนำเงินเข้าใส่พอร์ตเพิ่มแล้วก็ตาม งานนี้ผมและพวกก็ทิ้งของขายโกยทำกำไรได้อย่างงดงาม นับว่าเป็นหุ้นอีกตัวหนึ่งในตำนานการสู้หุ้นของผมที่ดูคลาสสิคมากครับ

ในช่วงที่ผมขยับสู้หุ้นตอน 5 ปีแรกของการเข้ามาในสนามหุ้นของผม ถือว่าผมโชคดีครับ ที่ดัชนีตอนนั้นอยู่แถว 1,000 จุด พีอีของหุ้นแต่ละตัวต่ำมากๆ ทำให้ผมมีโอกาสได้ค้นหาหุ้นที่ดี มีพื้นฐานแข็งแกร่ง รวมถึงให้ผลตอบแทนปันผลสูง และธุรกิจในอนาคตของบริษัทจดทะเบียนก็ยังมีทิศทางเติบโตด้วยดีได้

เปิดโอกาสให้ผมหาหุ้นเล่นได้ มีความเสี่ยงต่ำ และทำกำไรได้เป็นอย่างดี ดังนั้นผมถือว่า เมื่อไหร่ก็ตามที่หุ้นบนกระดานมีค่าพีอีที่ตกต่ำ และคงมีความสามารถสร้างผลประกอบการในอนาคตได้ดี นั้นละครับคือโอกาสที่ผมเองจะพร้อมสู้หุ้นเพื่อหวังชัยชนะต่อไปได้ด้วยดี

โปรดติดตามตอนต่อไปครับ

สิปปกร ขาวสอาด
15/4/63