เรื่องเล่าข้างตลาดหุ้น (ตอนที่15)

เรื่องเล่าข้างตลาดหุ้น (ตอนที่15)

จงนำคำดูหยามสร้างเป็นพลังฟ่าฟันสู่ชัยชนะ

ในช่วงที่ผมยังเป็นหนุ่มไฟแรง มุ่งมั่นตั้งใจทำมาหากินให้เกิดรายได้เลี้ยงตัวและครอบครัว สู้ทำงานหลายด้านให้เกิดรายได้หลายทาง ทางหนึ่งที่พอหาเงินเลี้ยงชีพได้ด้วยดีคืองานสื่อ ทำรายการวิทยุให้นักลงทุนได้ส่งข้อความผ่านเพจเจอร์มาพูดคุย สอบถามปัญหาเรื่องหุ้นกัน

มีอยู่ข้อความหนึ่งที่ส่งมาถึงผม ด้วยคำพูดสั้น ๆ แต่มีความหมายอย่างยิ่ง ที่ผมเองต้องจดจำไม่มีวันลืม " คุณจบแค่ ปวส. ทำมาอวดฉลาดสอนเรื่องหุ้น " เพียงคำพูดนี้ทำให้ผมรู้ตัวเองว่าวุฒิการศึกษามีความสำคัญต่ออาชีพไม่น้อย รวมทั้งผมเคยพบเจอกับเสียงที่ผ่านกระทบหูตอนสมัยเขียนหนังสือ กลยุทธ์สู้หุ้น ตีพิมพ์ออกขาย เสียงแว่วว่า " หากคุณเก่งจริงลงมาเล่นหุ้นให้รวยให้ได้ซะก่อนดีไหม ไม่ต้องไปนั่งเขียนหนังสือขายอย่างนั้นหรอก"

บางคนก็ดูถูกว่า " ทำไมต้องเรียกผมว่า อาจารย์ ทำเป็นเก่งเรื่องหุ้น ลงมาเล่นหุ้นเองก็จะเอาตัวรอดได้ไหม " ความเป็นจริงผมก็ไม่เคยให้ใครคนใดมาเรียกผมว่า "อาจารย์" แม้ผมจะหากินในช่วงหลังเลิกงาน ไปสอนหนังสือที่ วิทยาลัยกรุงเทพการบัญชี แถวประตูน้ำ อยู่หลายปี จนมีลูกศิษย์มากมายก็ตาม

เป็นผู้ที่สถาบันการศึกษาเชิญไปบรรยายก็หลายแห่ง ลูกศิษย์ ผู้คนเพื่อนร่วมงาน เพื่อนฝูง คนรู้จัก เขาก็เรียกผมเองว่า อาจารย์ มาตั้งแต่ไหนแต่ไรแล้ว แต่ทุกคำติเตียน กลายเป็นเชื้อที่เติมไฟในตัวผมให้เกิดประกายพร้อมที่จะตอบโจทย์แก่ทุกคนที่กังขาในตัวผมให้หายสงสัยให้ได้ โดยเฉพาะเรื่องการศึกษา และเรื่องการลงทุนในหุ้น

ผมได้มุ่งมั่นตั้งใจที่ต้องศึกษาร่ำเรียนให้ได้วุฒิการศึกษาให้สูง สุดท้ายผมก็เรียนจนจบปริญาโท จากนิด้า ผมก้าวผ่านหน้าที่การงานจากเป็นเด็กส่งเอกสาร พากษ์หุ้น เคาะกระดาน ที่สุดผมกลายเป็นผู้บริหารโบรกเกอร์เป็นผู้มีส่วนร่วมก่อตั้งโบรกเกอร์และมีส่วนร่วมในการเป็นเจ้าของ

ผมก้าวมาไกลจนตัวเองก็คาดไม่ถึง แต่สิ่งที่ผมอยากจะทำให้ได้เพื่อตีโจทย์ให้แตก ต่อคำสบประมาทที่ว่า "หากเก่งจริงลงมาเล่นหุ้นเองให้ชนะ" เมื่อชะตาชีวิตต้องพลิกผัน ทำให้ผมต้องเข้ามาอยู่ในสนามหุ้น เป็นผู้สู้หุ้นอย่างแท้จริง และผมก็ทำมันได้สำเร็จ พิชิตชัยได้กำไรจากหุ้น จนพอร์ตโตใหญ่นับร้อยล้านได้

ผมเหมือนมีความพร้อมทุกด้านที่ใครจะมา ว่ากล่าวติติงได้ ไม่ว่าวุฒิการศึกษาในระดับมหาบัญฑิตผมก็มี การลงทุนในหุ้นผมก็รวยด้วยหุ้นได้ เมื่อทุกอย่างมาถึงในจุดที่ผมเกิดความเชื่อมั่นในตัวเองสูงยิ่งขึ้น จึงอยากคิดถ่ายทอดกลยุทธ์วิชาสู้หุ้นด้วยตัวผมเอง จึงได้เปิดเรียนรู้สู้หุ้น มีคนมาแสวงหาความรู้กันหลายรุ่นหลายคน ผมสอนคนสู้หุ้นตามแบบวิธีผมผ่านไปเกือบ 20 รุ่นละ 200 คนบ้าง 100 คนบ้าง จนผมเองต้องเลิกลาหยุดสอนไปเอง

การสู้หุ้นของผมก็ดำเนินไปเรื่อย วันหนึ่งผมได้พูดคุยกับเพื่อนที่เคยทำงานในวงการโบรกเกอร์ด้วยกัน เพื่อนบอกมีหุ้นตัวหนึ่งที่นักลงทุนส่วนใหญ่เข็ดขยาด ผลประกอบการดูไม่เติบโตแบบก้าวกระโดด เป็นหุ้นที่มีผลงานแบบค่อยเป็นค่อยไป แต่มีเสน่ห์ตรงที่ว่า เขามีโครงการมหึมา ที่เมืองทวายในประเทศพม่า หุ้นเป้าหมายที่ว่าคือ หุ้น ITD

จากนั้นผมได้ทำการศึกษาโครงการทวายของบริษัท ITD พบความน่าจะเป็น หากทุกอย่างเป็นไปตามแบบงานของบริษัทนี้ ITD ก็น่าที่จะเกิดรายได้อย่างมากมายได้เช่นกัน แผนยุทธศาสตร์ของประเทศพม่าต่อการพัฒนา ก็น่าจะทำให้เกิดโครงการ ทวายได้และผลดีก็น่าจะตกแก่ ITD ตามมาเช่นกัน

ผมค่อย ๆ เก็บสะสมหุ้นในเวลานั้น ราคาอยู่แถว สองบาทกว่า ๆ มีผมนั่งซื้ออยู่เพียงลำพัง จนสามารถเก็บหุ้นได้พอสมควรในเวลาไม่นาน โดยที่ราคายังไม่ขยับไปไหน แต่ก็มีวอลุ่มหนาแน่นแสดงให้เห็น ไม่นานก็มีข่าวกระแสเรื่องราวของโครงการทวาย ที่ทาง ITD มีส่วนร่วม ราคาหุ้นก็เริ่มเงยหัวขึ้น

ผมอาศัยช่วงเวลาของคนเริ่มรับรู้ข่าวในเชิงบวก ขยับซื้อสู้หุ้นต่อ จากนั้นราคาหุ้น ITD ก็วิ่งพุ่งได้ดังที่คาดหวัง หุ้นปรับตัวขึ้นอย่างต่อเนื่องและรวดเร็วจนราคาขึ้นไปเล่นกันแถว 6 บาท ผมเองได้ระบายขายออกจนเกลี้ยงพอร์ต ทำกำไรได้พองามครับ แต่ราคาหุ้นก็ยังเดินหน้าต่อวิ่งขึ้นไปถึงเลขสองหลักก่อนที่จะห้อยหัวลง หุ้นตัวนี้ก็เลยกลายเป็นหุ้นอีกตัวครับ ที่อยู่ในความทรงจำของผมเอง

หุ้นอีกตัวหนึ่งที่ผมเล่นด้วยสู้ด้วยอย่างสนุก เอาชนะได้อย่างเบ็ดเสร็จนั้นคือหุ้นตัวใหญ่อย่าง TRUE เพื่อนคนเดิมอีกละครับที่ โทรมาบอก ในขณะนั้นผมขับรถนั่งอยู่กับนักลงทุนท่านหนึ่งที่เป็นคนใกล้ชิดกัน เพื่อนบอกมีข่าวว่า ทรูจะร่วมทุนกับบริษัทยักษ์ใหญ่ด้านสื่อสารคมนาคมของจีน

ราคาหุ้นตอนนั้นของ TRUE อยู่ไม่ถึง 3 บาท เพราะด้วยพื้นฐานของทรูเองยังมีขาดทุนสะสม ยังมีหนี้ หากไม่มีข่าวร่วมทุนจากจีน ก็คงเป็นหุ้นที่ไม่มีความน่าสนใจเท่าไหร่นัก แต่ด้วยผมมองว่า อาศัยข่าวที่ว่าก็น่าจะทำให้หุ้นสามารถไต่ตัวเดินหน้าได้ เพียงแต่ผมต้องตรวจเช็คให้แน่นอนมั่นใจเสียก่อนว่า ข่าวที่ว่าจะเป็นจริงได้มากน้อยเพียงใด

สุดท้ายเรื่องการลงทุนของจีนมีความเป็นไปได้สูง ผมจึงเริ่มลงมือเก็บหุ้น TRUE เข้าพอร์ตตามกลยุทธ์เดิม ๆ แบบค่อย ๆ ซื้อค่อย ๆ สะสม ผมได้หุ้นยังไม่ทันมากเท่าที่ต้องการ หุ้นก็ปรับตัวขึ้นอย่างรวดเร็วและรุนแรง หุ้นวิ่งขึ้นไปถึง 6-7 บาท ผมก็เทขายทิ้งเกลี้ยงพอร์ตตามวิธีที่ตัวเองถนัด

ถือว่าหุ้น สองตัว ITD กับ TRUE เป็นหุ้นที่เพื่อนบอกแล้วตัวเราเองก็ต้องไปพิจารณาไตร่ตรองตรวจสอบให้รู้ และประเมินให้ได้ถึงอนาคตให้ได้ แนวทางจะเป็นเช่นใด หากสรุปมีโอกาสที่เราพร้อมสู้แล้วชนะได้ ก็ย่อมตกเป็นของเรา และอย่าลืมการสู้หุ้น เมื่อถึงเวลาตัวเราเองต้องก้าวขึ้นมาเป็นผู้นำ หรือหัวมังกรให้ได้ในทุกครั้งที่ลงมือสู้ และ " จงอย่าโกรธกับการดูถูกของคน แต่จงนำคำกล่าวเหล่านั้นเป็นพลังหนุนนำต่อสู้จนลบคำกล่าวอ้างดูหยามนั้นให้จงได้ "

( โปรดติดตามตอนต่อไป )

สิปปกร ขาวสอาด
18/4/63