เรื่องเล่าข้างตลาดหุ้น ( ตอนที่ 18 )

เรื่องเล่าข้างตลาดหุ้น ( ตอนที่ 18 )

ลับ ลวง พลาง กับดักในตลาดหุ้น

ในตลาดหุ้นนั้นมีเรื่องลับลวงพรางเยอะมาก จงอย่าได้เชื่อหรือไว้วางใจอย่างปักใจโดยเด็ดขาด มิเช่นนั้นเราเองอาจเสียใจได้ ทุกเรื่องราวควรต้องมีการไตร่ตรองพิจารณาอย่างถ้วนถี่ จนแน่ใจมั่นใจว่าสิ่งที่จะเชื่อนั้นมีความเป็นไปได้อย่างแท้จริง

เพราะเรื่องราวในตลาดหุ้น ล้วนแล้วเป็นเรื่องของผลประโยขน์พึงมีทั้งสิ้น เราเองก็อยากแสวงหา ผู้อื่นเองก็ต้องการแสวงหาเช่นกัน ดังนั้นกลเกมในตลาดหุ้นจึงเต็มไปด้วยมายา ของสิ่งเล้นลับ อำพราง ซ่อนเงื่อน ที่ตัวเราเองนั้นอย่าได้ตกหลุมดำที่ขุดล่อไว้เด็ดขาด

กลยุทธ์สู้หุ้นของผมจึงจำเป็นต้อง เน้นในแง่มุมของเหตุและผล เรื่องที่สัมผัสได้จนรู้แจ้งชัดว่านั้นคือของจริง เพราะเรื่องราวต่าง ๆ ที่เกิดผ่านหูผ่านตาในสังเวียนหุ้น ทั้งประสบการณ์ของผู้อื่น และประสบการณ์ของตัวเอง สอนให้เรานั้นต้องระวัง

คราครั้งหนึ่ง มีเพื่อนนักลงทุนติดหุ้นตัวหนึ่ง มาปรึกษาหารือกับผม บังเอิญพวกอีกคนที่นั่งร่วมพูดคุยกัน บอกว่าเจ้าของหุ้นตัวที่เพื่อนอีกคนติดอยู่นั้น เป็นลูกศิษย์พระอยู่ที่วัดแห่งหนึ่ง หากต้องการพบเจอเจ้าของหุ้นที่ว่า ก็ควรต้องไปหาพระอาจารย์ที่วัด พวกเราตกลงปลงใจตามที่พวกแนะนำ จึงพากันไปพบกับท่านพระอาจารย์ที่วัดกัน

พวกผมโชคดี ได้พูดคุยกับพระอาจารย์ท่านเมตตา พาให้พบกับเจ้าของหุ้น ที่พวกติดค้างพอร์ตตัวแดงอยู่ ผมได้พูดคุยทักถามเจ้าของหุ้น ทุกอย่างดูดีหมดสำหรับหุ้นที่ว่า จากคำบอกเล่าของเขาคือ หุ้นตัวดังกล่าวมีความสามารถต่อการดำเนินงานในอนาคตสดใส เติบโตได้โดดเด่นอย่างแน่นอน

จากเหตุผลที่เขาอ้างนานัปการ ผมเองก็เริ่มเชื่อและคล้อยตามดังที่เขาว่า จากนั้นผมเองได้อ่านงบ พิจารณาข้อมูลย้อนหลังของบริษัท จนมั่นใจว่าหากอนาคตสดใสได้จริงดังที่ว่า ราคาที่ประเมินไว้น่าจะสูงกว่า ราคาปัจจุบันพอสมควร โอกาสที่ลงทุนสู้ด้วยน่าจะชนะไม่ลำบาก

ผมเริ่มเข้าซื้อหุ้นไปเรื่อย ๆ ยิ่งซื้อก็ยิ่งได้ของ ถอยรับแรงขายก็มีออกตามมา ผมเริ่มสงสัยทำไมมีหุ้นขายออกมาตลอด จึงเริ่มชะลอการซื้อ รอดูท่าทีหน่อย รอให้ผลประกอบการช่วงไตรมาส โชว์ออกมาก่อนท่าจะดีกว่า ในที่สุดถึงเวลางบไตรมาสประกาศปรากฏว่า ไม่เป็นไปตามที่ประมาณหรือคาดการณ์ไว้ ความห่างระหว่างดี กับแย่ นั้นอยู่ไกลกันมากครับ ทำให้ผมต้องเปลี่ยนแผนใหม่ทันที

โดยต้องวนระบายขายหุ้นออกทิ้ง ยอมตัดใจขายขาดทุนเพื่อดึงเงินสดคืน นี่ก็เป็นเรื่องราวการสู้หุ้นที่ผมเอง ต้องตกสู่กับดักแทบเอาตัวไม่รอดครับ และก็ถือว่าเป็นหุ้นตัวเดียวที่ผมพ่ายแพ้ขาดทุนหมดรูป

หุ้นอีกตัวหนึ่งครับ หุ้นตัวนี้ทีแรกคิดว่าจะแพ้ แต่สุดท้ายเอาตัวรอดมาได้ เท่าทุน นั้นคือหุ้นที่มีชื่อย่อว่า SPCG ในราคาที่ผมซื้อตอนนั้นอยู่ที่ 20 บาท ผมเก็บไป 5 ล้านหุ้นเป็นเงิน 100 ล้านบาท

เหตุผลที่ซื้อเพราะเล็งเห็นว่า บริษัทจะรับรู้รายได้จากโรงไฟฟ้าที่มีอยู่ในมือเพิ่มขึ้น โชว์ให้เห็นเป็นกำไรที่เติบโตของบริษัท คำนวณตามความน่าจะเป็น พาให้มองเห็นราคาในอนาคตน่าจะไปได้สูงกว่าราคาที่ซื้อ เลยเข้าไปตามเล่นด้วย

พวกที่นั่งเล่นหุ้นอยู่ที่ร้านกาแฟของผม เห็นผมซื้อ ก็ซื้อตามด้วย ปรากฏว่าซื้อไปไม่กี่วันหุ้นหล่นวูบ จากราคา 20 นิด ๆ อ่อนปวกเปียกเหลือ 14 บาท หายไปเฉียด 30 เปอร์เซนต์ ผมต้องใจแข็งสู้ อดทนรอคอยเท่าทุน

สุดท้ายไม่นานหุ้นตัวนี้ก็มีราคาที่ไต่สูงขึ้น มาในราคาทุนของผม เป็นโอกาสให้ผมค่อย ๆ ขายออก โล่งอกไปไม่ขาดทุน แต่ก็ไม่ได้กำไรครับ บทเรียนนี้ก็สอนให้ผมได้รู้ว่า การสู้หุ้นต้องคิดเผื่อเหลือเผื่อขาดบ้าง เพราะเบื้องลึกตื้นหนาบาง นั้น บางทีเอาอาจยั่งรู้ไม่ถึงก็ได้ครับ

ดังคำที่เขากล่าว ในวงการหุ้น ความแน่นอนคือความไม่แน่นอน หรือ จริงคือเท็จ เท็จคือจริง ผมว่าเป็นคำพูดที่ถูกต้องเลยครับ ผมถึงได้บอกเสมอ ว่า อย่าถามใคร อย่าเชื่อใคร อย่าเล่นตามใคร ตัวตนนั้นต้องเป็นที่พึ่งแห่งตน

ต้องเรียนรู้ ต้องเสริมภูมิปัญญา ทำความเข้าใจต่อเรื่องการลงทุนในหุ้น พิจารณาหุ้นตามหลักพื้นฐานต้องดูต้องพิจารณาอะไรบ้าง ความสามารถต่อการทำกำไรในอนาคต เรื่องของหนี้สินต่อทุน เรื่องของสภาพคล่อง เรื่องของสตอรี่ เรื่องของบริษัทผู้บริหารมีหลักธรรมาภิบาลหรือไม่

แม้กระทั่งต้องเรื่องเศรษฐกิจ สังคม สิ่งแวดล้อม ตัวปัจจัยกระทบอื่น ๆ ซึ่งตัวเราเองนั้นละครับต้องรู้แจ้งเห็นจริงทุกประการ ลงทุนสู้หุ้น ก็เหมือนกับการทำงาน ต้องให้เวลามันครับ ต้องทำให้ดี สุดท้ายผลตอบแทนที่ดีก็จะคืนกลับมาได้ด้วยดีเช่นกัน

ทิ้งท้ายหุ้นอีกตัวที่ผมสู้ด้วยเกือบเอาตัวไม่รอด แต่ก็รอดมาได้อย่างฉิวเฉียด หุ้นตัวนี้เป็นหุ้นที่กำลังจะเข้าเทรดเป็นวันแรกในตลาด ผมได้หุ้นในราคา IPO มาบ้างตามสัดส่วนที่เขาพึงให้ได้ แต่ข้อมูลข่าวสารที่ผมได้รับ เขาว่าหุ้นตัวดังกล่าวนั้นเป็นหุ้นที่ดีมีอนาคตสดใสแน่นอน เพราะหลังจากระดมทุนได้เงินแล้ว จะนำเงินไปขยายงานสร้างรายได้เข้าบริษัทอีกมาก

จึงเป็นหุ้นที่น่าสนใจ ผมเองก็ไม่ได้ทำการบ้าน ตัวเองจึงไม่ได้เห็นจริงดังที่เขาว่า แต่ก็ขอเชื่อตามเขาบอก เพราะอย่างน้อยคิดว่า ด้วยชั้นเชิงสู้หุ้นที่ตัวเองถนัดอยู่แล้ว อย่างไรก็น่าจะชนะกับการสู้หุ้นในครั้งนี้ได้ ด้วยความประมาทของตัวเอง จึงลงเข้าสู้บนกระดานหุ้นในวันแรก

ปรากฏว่าผมกวาดหุ้นมาถือเต็มมือครับ มาฉุกคิดอีกทีตอนตลาดหุ้นปิดช่วงเช้า ราคาหุ้นก็ทำท่าจะยืนไม่ไหวในราคา IPO ตกตอนบ่ายตลาดเปิดเทรด ผมต้องวนออกของจนเกลี้ยง ไม่เหลือติดมือกลับบ้านละครับ

สุดท้ายหุ้นก็ต่ำกว่าจอง แต่ผมก็หลุดรอดได้ไม่ขาดทุน ต่อมาไม่นาน บริษัทนี้ก็โชว์ผลประกอบการออกมาให้เห็นหลังจากที่หุ้นเข้าตลาดไม่กี่วัน ผลของงบการเงินคือขาดทุน และอีกไม่นาน ก็มีข่าวประกาศออกมาว่า ผู้บริหารขาย ผมเองก็ถอนหายใจโล่งอก ดีนะที่รอดมาได้ครับ

(โปรดติดตามตอนต่อไป )

สิปปกร ขาวสอาด
23/4/63