โบรกฯ เชียร์ “ซื้อ” BIZ ให้เป้าหมาย 4.80 บาท คาดกำไรปีนี้พุ่ง 25.6% อานิงสงส์ต้องการเครื่องฉายรังสีเพิ่ม ลุ้นชิงงานใหม่เพียบ

โบรกฯ เชียร์ "ซื้อ" BIZ ให้เป้าหมาย 4.80 บาท คาดกำไรปีนี้พุ่ง 25.6% อานิงสงส์ต้องการเครื่องฉายรังสีเพิ่ม ลุ้นชิงงานใหม่เพียบ

โบรกฯ เชียร์ "ซื้อ" BIZ ให้ราคาเป้าหมาย 4.80 บาท คาดปี 2561 จะมีส่งมอบและรับรู้งานเข้ามา 4 โครงการ จากทั้งหมด 5 โครงการ มูลค่ารวม 1.35 พันล้านบาท (เฉพาะมูลค่าเครื่องฉายรังสีรักษา) ประเมินกำไรอยู่ที่52 ล้านบาท เพิ่มขึ้น 25.6% จากปีก่อน ระบุจากความต้องการในตัวผลิตภัณฑ์คึกคัก เผยอยู่ระหว่างเจรจาลูกค้าหลายราย มูลค่างานราว 200-300 ล้านบาท

บริษัทหลักทรัพย์ ฟิลลิป (ประเทศไทย) จำกัด (มหาชน) ออกบทวิเคราะห์ถึงบริษัท บิสซิเนสอะไลเม้นท์ จำกัด (มหาชน) หรือ BIZ ระบุว่า คาดปี 2561 จะมีส่งมอบและรับรู้งานเข้ามา 4 โครงการ จากทั้งหมด 5 โครงการ โดยบริษัทฯมีงานในมือที่ยังไม่ได้ส่งมอบ จำนวน 5 โครงการ มูลค่ารวม 1.35 พันล้านบาท (เฉพาะมูลค่าเครื่องฉายรังสีรักษา) ได้แก่ 1.งานลูกค้ารพ.จุฬา 1.2 พันล้านบาท แบ่งเป็นตัวเครื่องฉายฯ ราว 964 ล้านบาท (คาดจะรับรู้เข้ามาในปี 2563) และส่วนงานก่อสร้างอีก 236 ล้านบาท (รับรู้ปี 2560 ไปแล้ว 121 ล้านบาท) หากคาดส่วนที่เหลือจะทยอยรับรู้เข้ามาทั้งหมดในปี 2561 2.งานลูกค้ารพ.มะเร็งลพบุรี 63.70 ล้านบาท 3.งานลููกค้ารพ.มะเร็งชลบุรี 98.60 ล้านบาท 4.งานลูกค้ารพ.นครท่าฉลอม สมุทรสาคร 90 ล้านบาท และ5.งานลูกค้ารพ.มหาราช นครราชสีมา 129.10 ล้านบาท

ซึ่งหากคาดในปี 2561 บริษัทฯจะมีส่งมอบและรับรู้งานดังกล่าว เข้ามา 4โครงการ รวมกับรายได้ส่วนงานบริการคาดราว 135 ล้านบาท และรายได้ค่าก่อสร้างอีก 115 ล้านบาท จะทำให้มีรายได้รวมที่ 644 ล้านบาท เพิ่มขึ้น 4.4% จากปีก่อน สำหรับ GPM รวม คาดเฉลี่ย 15.2% จากปีก่อนหน้า 13.9% จาก GPM งานขายคาดจะขยับขึ้นจาก 11.5% ในปี 2560 เป็น 13.0% เนื่องจากงานส่วนใหญ่เป็นโครงการขนาดเล็ก ทำให้คาดจะมีอัตรากำไรดีกว่างานโครงการใหญ่ และ GPM บริการและก่อสร้าง คาดอยู่ที่ 26.4% และ 9.6% จากปีก่อนหน้า 25.4% และ 9.2% ส่วน SG&A ต่อยอดขายคาดจะลดลงจากควบคุมค่าใช้จ่ายต่างๆที่ 7.4% จากปี 2560 ที่ 8.0% ทำให้กำไรปี 2561 อยู่ที่ 52 ล้านบาท เพิ่มขึ้น 25.6% จากปีก่อน

ส่วนโครงการก่อสร้างรพ.มะเร็งเฉพาะทาง มูลค่าลงทุนรวม 500 ล้านบาท คาดจะแล้วเสร็จตามแผนเดิมในปลายปี 2562 และเริ่มรับรู้รายได้เข้ามาในต้นปี 2563 หากปัจจุบันอยู่ในระหว่างรอตอกเสาเข็มราวๆเดือนพ.ค.-มิ.ย.61 นี้

ทั้งนี้ จากความต้องการในตัวผลิตภัณฑ์ยังอยู่ในระดับสูง อีกทั้งบริษัทอยู่ระหว่างเจรจาลูกค้าอีกหลายราย มูลค่างานกว่า 200-300 ล้านบาท ทำให้จะมีงานใหม่เข้ามาอย่างต่อเนื่อง ณ ระดับราคาหุ้นปัจจุบัน ทางฝ่ายยังคงแนะนำ "ซื้อ" ทว่ามีการปรับ WACC ลงจาก Cost of debt ที่เพิ่มขึ้น ทำให้ราคาพื้นฐานปี 2561 อยู่ที่ 4.80 บาท