“AECS ” มองตลาดหุ้นไทย ยังคงผัวผวน ให้กรอบดัชนี 1,695-1,735 จุด ชูหุ้น BANPU,EASTW,THG,ROJNA,HTC ,CPALL,BRR, KSL น่าจับตา

“AECS ” มองตลาดหุ้นไทย ยังคงผัวผวน ให้กรอบดัชนี 1,695-1,735 จุด ชูหุ้น BANPU,EASTW,THG,ROJNA,HTC ,CPALL,BRR, KSL น่าจับตา

กรุงเทพฯ-บล.เออีซี มองตลาดหุ้นยังยังคงผัวผวน ให้กรอบดัชนี 1,695-1,735 จุด แนะกลยุทธ์ลงทุนในหุ้นกลุ่มพลังงานและสาธารณูปโภค ,กลุ่มโรงพยาบาล ,กลุ่มนิคม ,กลุ่มอาหาร ,กลุ่มสื่อ ,กลุ่มการเงิน ,กลุ่มค้าปลีก และหุ้นกลุ่มน้ำตาล  มองตลาดต่างประเทศยังคงเป็นตัวแปรหลักของภาคการลงทุน

 

บริษัทหลักทรัพย์ เออีซี จำกัด (มหาชน) หรือ AECS  เปิดเผยว่า  ทิศทางการลงทุนในส่วนตลาดหุ้นไทยสัปดาห์นี้ Technical View คาด SET Index ยังพักฐานในแนวโน้มขาขึ้น โดยช่วงสั้นมองมีโอกาสย่อตัวก่อน แนวรับที่ 1,695 จุด (Uptrend Line) มองเป็นโอกาสเข้าซื้อสะสม โดยแนะนำหุ้นในกลุ่มที่น่าลงทุน โดยอิงกับสัญญาณเทคนิค ได้แก่ กลุ่มพลังงานและสาธารณูปโภค  อาทิ  BANPU, EASTW  กลุ่มโรงพยาบาล เช่น THG กลุ่มนิคม  เช่น ROJNA  กลุ่มอาหาร เช่น HTC, SST   กลุ่มสื่อ เช่น MAJOR    กลุ่มการเงิน เช่น AMANAH   กลุ่มค้าปลีก เช่น CPALL   และหุ้นกลุ่มน้ำตาล เช่น BRR, KSL   

ซึ่งสัปดาห์นี้มองตลาดต่างประเทศจะกลับมาเคลื่อนไหวผันผวน โดยมีปัจจัยหลัก คือ US Earning Yield Gap ที่บีบตัวแคบลงอย่างต่อเนื่อง (ล่าสุดอยู่ที่ 2.0958%) หลัง US Bond Yield ปรับตัวขึ้นอย่างรวดเร็ว ตอบรับตัวเลข เศรษฐกิจด้านแรงงานที่ดีกว่าที่ตลาดคาดไว้มาก บวกกับทิศทางการดำเนินนโยบายการเงินของเฟดที่เป็นแบบ Hawkish มากขึ้น ในขณะที่ดัชนี DJIA ปรับขึ้นอยู่ในระดับที่ใกล้ Record High ทำให้ความน่าสนใจในการลงทุนในตลาดสินทรัพย์เสี่ยงลดลง

อีกทั้ง PBOC ประกาศใช้มาตรการลด Reserve Requirement ของธนาคารขนาดใหญ่ลง 1% จากเดิมที่ 15.5% เพื่อรองรับผลกระทบจากมาตรการด้านภาษีนำเข้าของสหรัฐฯ ทำให้คาดเงินหยวนจะมีแนวโน้มอ่อนค่าลงเทียบกับสหรัฐฯ กดดันให้สหรัฐฯ อาจพุ่งเป้าใช้มาตรการที่รุนแรงขึ้นกับจีนเพื่อลดยอดขาดดุลการค้า และสุดท้ายเข้าสู่ช่วงประกาศผลดำเนินงานของบริษัทจดทะเบียนในสหรัฐฯ ซึ่งสัปดาห์นี้จะเริ่มจากหุ้นกลุ่มธนาคารพาณิชย์ ทำให้ดัชนีหุ้นยังมีโอกาสผันผวนตามทิศทางกำไรของหุ้นที่จะประกาศออกมา