“AECS ” ลุ้นจัดตั้งรัฐบสาลผสม หนุนกรอบดัชนี 1,625-1,650 จุด คัดหุ้นเด่นอานิสงส์เลือกตั้ง กลุ่มค้าปลีก-ท่องเที่ยว-โรงพยาบาล-สื่อดิจิตอล

“AECS ” ลุ้นจัดตั้งรัฐบสาลผสม หนุนกรอบดัชนี 1,625-1,650 จุด คัดหุ้นเด่นอานิสงส์เลือกตั้ง กลุ่มค้าปลีก-ท่องเที่ยว-โรงพยาบาล-สื่อดิจิตอล

บล.เออีซี สัปดาห์นี้จับตาการจัดตั้งรัฐบาลผสม สามารถสร้างเสถียรภาพทางการเมือง ดึงความเชื่อมั่นนักลงทุนไทย-เทศ ได้มากน้อยแค่ไหน  และแนะนำติดตามการประชุมผู้นำด้านการค้าของสหรัฐ-จีนในช่วงต้นเดือนเม.ย.นี้ พร้อมให้กรอบดัชน 1,625-1,650 จุด แนะกลยุทธ์ลงทุนหุ้นได้ประโยชน์หลังเลือกตั้ง กลุ่มค้าปลีก-ท่องเที่ยว-โรงพยาบาล-กลุ่มสื่อดิจิตอล

                บริษัทหลักทรัพย์ เออีซี จำกัด (มหาชน) หรือ AECS  ระบุว่า  ทิศทางตลาดไทยในสัปดาห์นี้มอง SET Index ผันผวนโดยติดตามการจัดตั้งรัฐบาลผสมอย่างใดล้ชิด ซึ่งสัดส่วนจำนวน ส.ส. ระหว่างพรรคฝ่ายรัฐบาลและพรรคฝ่ายค้าน จะบ่งชี้ถึงความเสถียรภาพทางการเมือง รวมถึงสิ่งที่นักลงทุนต้องระวังคือความเสี่ยงการชะลอตัวทางเศรษฐกิจหลังธนาคารแห่งประเทศไทยปรับลดคาดการณ์ GDP ปี 62 โตลดลงเหลือ 3.8% จากเดิมที่คาดว่าจะโต 4.0%

ส่วนปัจจัยต่างประเทศตลาดยังคงมีมุมมองเชิงลบต่อภาพระยะสั้นของตลาดหุ้นต่างประเทศและราคาน้ำมันดิบ ซึ่งคาดจะยังถูกกดดันด้วยการชะลอตัวทาง ศก. ในหลายประเทศทั่วโลกจากผลกระทบของสงครามการค้าที่ส่งผ่านไปยังภาค ศก. จริงอย่างชัดเจนมากขึ้น สะท้อนได้จากตัวเลขดัชนีผู้ผลิตในยุโรป ญี่ปุ่น และสหรัฐฯ ที่ประกาศในสัปดาห์ก่อนออกมาแย่กว่าคาด สอดคล้องกับการปรับประมาณการ ศก. ของ Fed หลังจบการประชุมนโยบายการเงินรอบที่ผ่านมา

อีกทั้งในตลาดตราสารหนี้ยังมีสัญญาณ Inverted Yield Curve ซึ่งเป็น Yield ของพันธบัตรรัฐบาลสหรัฐฯ อายุ 3 เดือน สูงกว่าพันธบัตรอายุ 10 ปี ที่มักเป็นสัญญาณต่อภาวะ เศรษฐกิจชะลอตัว แต่ในระยะยาวยังคงมุมมองเป็นบวก เนื่องจากปัญหาต่างๆ ที่เกิดขึ้นส่วนใหญ่ถูกผูกอยู่กับการเจรจายุติสงครามการค้าระหว่างสหรัฐฯ-จีน ซึ่งหากการพูดคุยระหว่างทั้ง 2 ฝ่ายยังมีแนวโน้มในทางที่ดีขึ้นแบบที่ผ่านมา และทางจีนยอมเพิ่มสัดส่วนการนำเข้าสินค้าจากสหรัฐฯ รวมทั้งแก้ปัญหาเชิงโครงสร้างตามที่สหรัฐฯ ร้องขอ คาดส่งผลให้ทิศทางการเติบโตของเศรษฐกิจโลกทยอยกลับมาฟื้นตัวดีขึ้นตามลำดับ

 โดยเฉพาะในสหรัฐฯ ที่จะได้ประโยชน์มากที่สุด จากการส่งออกสินค้าไปยังจีนที่เพิ่มขึ้นมาก ซึ่งปัจจุบันค่าเงินหยวนเทียบดอลลาร์แข็งค่าขึ้น 2.3% และในสัปดาห์นี้ยังคงต้องติดตามการประชุมระหว่างผู้นำด้านการค้าของสหรัฐฯ-จีนที่จะมีขึ้นในจีนเพื่อทราบถึงความคืบหน้าล่าสุดก่อนที่จะเข้าสู่การประชุมสุดยอดผู้นำของทั้งสองฝ่ายในเดือน เม.ย. 

                ดังนั้นมอง SET Index มีความผันผวนสูง โดยดัชนีมีแนวรับ 1,625 จุด และแนวต้าน 1,650 จุดมองหากดัชนีย่อเป็นโอกาสเข้าซื้อ 3 กลุ่ม หุ้นเด่น ดังนี้  กลุ่มที่คาดว่าจะได้ประโยชน์หลังเลือกตั้ง กลุ่มค้าปลีก ซึ่งมองได้อานิสงส์บวกจากนโยบายค่าแรงขั้นต่ำที่พรรคการเมืองหลักทั้ง 4  นำมาใช้เป็นนโยบายหลักในการหาเสียง  ซึ่งมีค่าเฉลี่ยของค่าแรงขั้นต่ำใหม่สูงกว่าระดับปัจจุบันที่ 330 บาทต่อวัน ราว 25-26.9% คาดหนุนกำลังซื้อกลุ่มรากหญ้าให้ปรับตัวดีขึ้น เลือกหุ้นที่คาดจะได้ประโยชน์ ได้แก่ CPALL, AEONTS

                รองลงมากลุ่มท่องเที่ยว เมื่อประเทศไทยเข้าสู่กระบวนการเลือกตั้ง ทำให้นักท่องเที่ยวบางกลุ่มมีมุมมองความเสี่ยงทางการเมืองของประเทศไทยที่ลดลง คาดทำให้จำนวนนักท่องเที่ยวเพิ่มมากขึ้น เลือกหุ้นที่คาดจะได้ประโยชน์ ได้แก่ AAV, AOT, PLAT และกลุ่มสื่อ คาดเอเจนซี่ จะกลับมาอัดฉีดเม็ดเงินเข้าสู่อุตสาหกรรมอีกครั้ง หลังการเลือกตั้งมีความชัดเจนและการบริโภคในประเทศมีแนวโน้มดีขึ้น โดยแนะนำ  RS, BEC และกลุ่ม Out of Home  แนะนำ VGI

นอกจากนี้เลือกหุ้นที่ Turnaround Stock  โดยเลือกหุ้นที่กำไรปี  62 ฟื้นตัวโดดเด่นในปี 62 เลือก TKS, TWPC,  รวมทั้งกลุ่มโรงพยาบาล มองเป็นหุ้นกลุ่ม Defensive ที่น่าสนใจยามตลาดผันผวน จากกระแสเงินสดแข็งแกร่งไม่ผันผวนตามสภาวะเศรษฐกิจและธุรกิจยังสามารถขยายตัวได้ต่อเนื่อง โดยคัดกรองหุ้นจากข้อมูลของ Bloomberg Consensus ที่มี Earning Growth ปี 62 โต และยังมี Upside เลือก EKH , BCH และ BDMS