‘CV’ ลงนาม MOU ทำ Due Diligence พิจารณาเข้าซื้อโรงงานผลิตชีวมวลอัดเม็ด ในเวียดนาม 2 โครงการ มูลค่าลงทุนประมาณ 6-8 ล้านเหรียญสหรัฐฯ

‘CV’ ลงนาม MOU ทำ Due Diligence พิจารณาเข้าซื้อโรงงานผลิตชีวมวลอัดเม็ด ในเวียดนาม 2 โครงการ มูลค่าลงทุนประมาณ 6-8 ล้านเหรียญสหรัฐฯ

‘บมจ. โคลเวอร์ เพาเวอร์’ หรือ CV ส่งบริษัทในเครือ บจ.โคลเวอร์ รีไซเคิ้ล ลงนามเข้าทำ Due Diligence เพื่อพิจารณาเข้าลงทุน โรงงานผลิตชีวมวลอัดเม็ด ในประเทศเวียดนามร่วมกับพันธมิตร จำนวน 2 โครงการ มูลค่ารวมประมาณ 6 - 8 ล้านเหรียญสหรัฐฯ หรือ ประมาณ 260 ล้านบาท คาดเพิ่มรายได้มากกว่า 1,000 ล้านบาทต่อปี  เสริมเสถียรภาพและความมั่นคงของวัตถุดิบหลัก ที่ใช้เป็นเชื้อเพลิงในการผลิตไฟฟ้า สำหรับโครงการโรงไฟฟ้าของกลุ่ม CV ที่ประเทศญี่ปุ่น 

นายเศรษฐศิริ ศักดิ์สิทธิเสรีกุล ประธานเจ้าหน้าที่บริหาร บริษัท โคลเวอร์ เพาเวอร์ จำกัด (มหาชน) หรือ CV ผู้ผลิตและจำหน่ายไฟฟ้าจากพลังงานหมุนเวียน และผู้ให้บริการด้านงานวิศวกรรมแบบครบวงจร ผ่านนวัตกรรมเทคโนโลยีที่ทันสมัย  ตามวิสัยทัศน์ในการเป็นบริษัทพลังงานชั้นนำ ที่ส่งมอบคุณค่าจากพลังงานหมุนเวียน สู่สังคมโลก เพื่อความยั่งยืน เปิดเผยว่า บริษัทฯ ได้ลงนามบันทึกข้อตกลง (MOU) เพื่อการตรวจสอบฐานะทางการเงินของกิจการ ( Due Diligence) โรงงานผลิตชีวมวลอัดเม็ด ในประเทศเวียดนาม จำนวน 2 โครงการ มูลค่ารวมประมาณ 6-8 ล้านเหรียญสหรัฐฯ หรือคิดเป็นมูลค่าประมาณ 260 ล้านบาท โดยหากทำ Due Diligence เรียบร้อยจะนำโครงการเข้าพิจารณาโดยคณะกรรมการบริษัทฯอีกครั้ง ซึ่งแผนการพิจารณาลงทุนในครั้งนี้ ถือเป็นการตอกย้ำความมุ่งมั่นในด้านยุทธศาสตร์การลงทุนในระยะยาวของบริษัทฯ 

ทั้งนี้ การทำ Due Diligence ทั้ง 2 โครงการดังกล่าว แบ่งเป็น 1.) โรงงานผลิตชีวมวลอัดเม็ด ในประเทศเวียดนาม มีกำลังการผลิต 140,000 ตัน/ปี และสัมปทานการปลูกป่าที่ใช้เป็นวัตถุดิบในการผลิตมากกว่า 10,000 เฮกตาร์ (ปริมาณสำรองวัตถุดิบมากกว่า 300,000 ตัน/ปี)  โดย CV จะพิจารณาสัดส่วนการเข้าเป็นผู้ถือหุ้นหลักที่ 60% ซึ่งคาดว่าการพิจารณาที่จะเข้าลงทุนนี้จะสามารถช่วยสร้างรายได้เข้ามาไม่ต่ำกว่า 600 ล้านบาท/ปี หาก COD ได้เต็มกำลังการผลิต   

และ 2.) โรงงานผลิตชีวมวลอัดเม็ด ในประเทศเวียดนาม มีกำลังการผลิต 100,000 ตัน/ปี และสัมปทานการปลูกป่าที่ใช้เป็นวัตถุดิบในการผลิตมากกว่า 34,000 เฮกตาร์ (ปริมาณสำรองวัตถุดิบมากกว่า 1,000,000 ตัน/ปี) โดย CV จะพิจารณาสัดส่วนการเข้าเป็นผู้ถือหุ้นหลักที่ 60% คาดว่าการพิจารณาเข้าลงทุนนี้จะช่วยสร้างรายได้เข้ามาไม่ต่ำกว่า 430 ล้านบาท/ปี หาก COD ได้เต็มกำลังการผลิตเช่นกัน 

“สำหรับการพิจารณาเข้าลงทุนโครงการในครั้งนี้ จะช่วยเสริมสร้างศักยภาพทางธุรกิจให้กับกลุ่มบริษัทฯ ทำให้สามารถเพิ่มเสถียรภาพและความมั่นคงของวัตถุดิบหลักที่ใช้เป็นเชื้อเพลิงในการผลิตไฟฟ้า และบริหารจัดการควบคุมต้นทุนของเชื้อเพลิงได้ โดยจะใช้เป็นเชื้อเพลิงให้กับโรงไฟฟ้าของกลุ่มในประเทศญี่ปุ่น รวมถึงการขายเชื้อเพลิงให้กับโรงไฟฟ้าอื่นๆ ภายนอกกลุ่ม  ซึ่งในระหว่างที่รอโรงไฟฟ้าของบริษัทในประเทศญี่ปุ่นก่อสร้างแล้วเสร็จ เราสามารถขาย wood pellets ได้ทันทีจากการทำสัญญา Supply Contract 1 – 3 ปี กับผู้ซื้อรายใหญ่ในประเทศญี่ปุ่น และเกาหลี ตั้งแต่ไตรมาส 1/65  โดยโรงงานผลิตชีวมวลอัดเม็ด (wood pellets) ในเวียดนามทั้ง 2 โครงการจะช่วยสนับสนุนการเติบโตอย่างก้าวกระโดดในปี 2565” 

ประธานเจ้าหน้าที่บริหาร CV กล่าวเพิ่มเติมว่า เชื้อเพลิงชีวมวลอัดเม็ด (wood pellets)  ถือเป็น Biomass ประเภทหนึ่งที่ผ่านกระบวนการลดความชื้นและเปลี่ยนแปลงลักษณะกายภาพจาก ไม้สับ (Wood chips) ให้มีขนาดเล็กลงใกล้เคียงกับขี้เลื่อย (Saw dust) จากนั้นผ่านกระบวนการลดความชื้นและอัดแน่นให้เป็นแท่ง (Pellets) เพื่อสะดวกในการขนส่งและเพิ่มการเผาไหม้อย่างมีประสิทธิภาพ ซึ่งเชื้อเพลิงชีวมวลอัดเม็ด มีการผลิตหลากหลายรูปแบบและยังมีคุณภาพสินค้าที่หลากหลายขึ้นอยู่กับการนำไปใช้ ไม่ว่าจะเป็นเชื้อเพลิงสำหรับโรงไฟฟ้า การให้ความร้อนกับที่อยู่อาศัย และการใช้งานประเภทอื่นๆ เป็นต้น ซึ่งหนึ่งในข้อดีของการใช้ชีวมวลอัดเม็ด คือ การลดการใช้เชื้อเพลิงฟอสซิล จึงเป็นการช่วยลดการปล่อยก๊าซคาร์บอนไดออกไซด์ (CO2) หนึ่งในก๊าซเรือนกระจก (Green House Gas) ซึ่งเป็นสาเหตุของภาวะโลกร้อน(Global Warming) ถือเป็นแนวทางของ CV ที่จะมุ่งเน้นผลิตไฟฟ้าจากพลังงานหมุนเวียนเพื่อดูแลสิ่งแวดล้อมอย่างแท้จริง 

*หมายเหตุ: เฮกตาร์​ หรือ hectare (ha) หน่วยพื้นที่ โดย 1 เฮกตาร์เท่ากับ 10000 ตารางเมตร หรือ 2.471 เอเคอร์ หรือ 6.25 ไร่