TM เผยจุดเด่นโรงเรียนผลิตนักบริบาลเดอะพาเร้นท์ส เน้นดูแลผู้สูงอายุและคนไข้ด้วยอาหารตามหลักโภชนบำบัด

TM เผยจุดเด่นโรงเรียนผลิตนักบริบาลเดอะพาเร้นท์ส เน้นดูแลผู้สูงอายุและคนไข้ด้วยอาหารตามหลักโภชนบำบัด

TM เผยโรงเรียนผลิตผู้บริบาลผู้สูงอายุ เดอะพาเร้นท์ส The Parents Nursing Care School ซึ่งเป็นธุรกิจสำคัญของ บริษัทลูก TMNC  มีจุดเด่นที่แตกต่างจากสถาบันฯอื่น ที่เน้นสอนการดูแลและบำบัดผู้สูงอายุด้วยโภชนบำบัด เปิดครัวสอนทำอาหารสำหรับการดูแลผู้ป่วยที่บ้าน รวมทั้งโภชนบัญญัติเพื่อให้นักบริบาลเข้าใจด้านอาหารเพื่อสุขภาพและอนามัย ยืนยันหลักสูตรแตกต่างเพื่อสร้างนักบริบาลที่มีคุณภาพ

            นางสุนทรี จรรโลงบุตร ประธานเจ้าหน้าที่บริหาร บริษัท เทคโนเมดิคัล จำกัด (มหาชน) หรือ TM เปิดเผยว่า เพื่อเป็นการเตรียมความพร้อมให้กับธุรกิจของ บริษัท TMNC  หนึ่งในเครือ TM  ซึ่งใช้ชื่อแบรนด์ ว่า The Parents เพื่อบริการผู้สูงอายุในทุกสภาวะ ซึ่งมีทั้ง The Parents Nursing Home  และ The Parents Hospital ที่จะเปิดให้บริการประมาณปลายปี 2565 บริษัทฯ จึงได้เปิดโรงเรียนผลิตนักบริบาล The Parents Nursing Care School เพื่อมาทำหน้าที่บริการคนไข้ โดยโรงเรียนบริบาลของเรานอกจากมีหลักสูตรที่เป็นไปตามระเบียบของกระทรวงศึกษาธิการแล้ว ยังให้ความสำคัญกับการสร้างความแตกต่างจากโรงเรียนบริบาลอื่น ๆ กล่าวคือมีครัวโภชนบำบัด เพื่อเตรียมความพร้อมให้กับนักเรียนที่เรียนจบหลักสูตร และต้องทำหน้าที่ดูแลผู้ป่วยหรือผู้สูงอายุที่บ้าน ให้มีความรู้ด้านการปรุงอาหารที่ถูกต้องตามหลักโภชนบำบัด เนื่องจากผู้สูงอายุส่วนใหญ่จะมีโรคประจำตัว ดังนั้น ผู้ทำหน้าที่ดูแลจำเป็นต้องทราบเรื่องอาหารที่เป็นประโยชน์ต่อสุขภาพและอาหารต้องห้ามสำหรับผู้ป่วยโรคต่าง ๆ   เนื่องจากการดูแลและบำบัดผู้สูงอายุจำเป็นต้องให้ความสำคัญในทุกเรื่อง โดยเฉพาะเรื่องการบริโภคซึ่งถือว่ามีผลต่อสุขอนามัยและการดำเนินชีวิตประจำวันของผู้สูงอายุ

ผศ.ดร.ศิริลักษณ์ จิตต์ระเบียบ  ผู้อำนวยการโรงเรียนการบริบาลเดอะพาเร้นท์ส กล่าวถึงจุดเด่นของหลักสูตรด้านโภชนบำบัดว่า นักเรียนบริบาลจำเป็นต้องเรียนรู้อาหารที่ส่งผลกระทบต่อโรคประจำตัวต่าง ๆ  เช่น  โรคเบาหวาน โรคความดันโลหิตสูง โรคไต โรคเก๊าท์ ฯลฯ  รวมทั้งต้องศึกษาทางด้านโภชนบัญญัติที่ว่าด้วยเรื่องอาหารเพื่อสุขภาพและสุขอนามัยของผู้สูงอายุ ดังนั้น ทางโรงเรียนจึงต้องมีหลักสูตรสอนการปรุงอาหาร เพราะการไปทำหน้าที่ดูแลคนไข้ที่บ้านจะต้องศึกษาประวัติด้านสุขภาพ เพื่อจะได้ทำหน้าที่ดูแลและบำบัดด้วยอาหารได้อย่างมีประสิทธิภาพมากยิ่งขึ้น

 ตัวอย่างเช่นหากคนไข้เป็นโรคเบาหวาน นักบริบาลจำเป็นต้องทราบว่าควรจัดโปรแกรมอาหารประเภทไหนให้เหมาะสมกับโรคดังกล่าว หรือหากคนไข้เป็นโรคไตและต้องฟอกไตต่อเนื่อง จำเป็นต้องเรียนรู้ว่าอาหารประเภทไหนควรรับประทานและประเภทไหนควรงด ดังนั้น ก่อนที่นักเรียนบริบาลทุกคนจะจบหลักสูตรจะต้องผ่านการทดสอบด้านการปรุงอาหาร รวมทั้งต้องมีความเข้าใจด้านโภชนบำบัดและโภชนบัญญัติ  ทางโรงเรียนต้องการให้ทุกคนที่จบหลักสูตรนี้ต้องทำอาหารได้  ไม่ใช่แค่เรื่องการดูแลการใช้ชีวิตประจำวันเพียงอย่างเดียว

“ผู้ป่วยและผู้สูงอายุบางท่านเบื่ออาหาร ดังนั้น ผู้ดูแลจะนำเสนอเมนูอาหารที่เหมาะสมกับทุกสภาวะของคนไข้ อาจต้องพูดคุยและสอบถามว่าวันนี้อยากทานข้าวต้มปลา หรือไข่ตุ๋นแบบญี่ปุ่น หรือว่าน้ำพริกผักต้ม หรืออาหารอื่น ๆ ตามหลักโภชนบำบัดที่เหมาะสมกับสุขภาพของคนไข้และผู้สูงอายุ หรือในบางครั้งอาจจะต้องเสนอกับผู้สูงอายุว่าจะทำอาหารทานกันเองไหม เพื่อสร้างความสัมพันธ์และเปิดโอกาสให้คนไข้มีส่วนร่วมกับกิจกรรมทำอาหารเท่าที่เขาทำได้ เพราะการแสดงความคิดเห็นร่วมกันจะทำให้เปิดความพึงพอใจทั้ง 2 ฝ่าย” ผศ.ดร.ศิริลักษณ์กล่าว