DEMCO ส่งซิกผลงานสดใส ทยอยรับรู้จากแบ็คล็อคตุนไว้กว่า 4,285 ลบ. ลุยประมูลงานใหม่ เน้นโครงการใหญ่มูลค่าสูงหนุนมาร์จิ้นเพิ่มขึ้น

DEMCO ส่งซิกผลงานสดใส ทยอยรับรู้จากแบ็คล็อคตุนไว้กว่า 4,285 ลบ. ลุยประมูลงานใหม่ เน้นโครงการใหญ่มูลค่าสูงหนุนมาร์จิ้นเพิ่มขึ้น

บมจ.เด็มโก้ (DEMCO) ประเมินภาพรวมธุรกิจโค้งสุดท้ายปีนี้สัญญาณดี หลังนโยบายเปิดประเทศส่งผลให้ภาครัฐเอกชนเปิดประมูลโครงการใหม่มากขึ้น ฟาก ซีอีโอ "พงษ์ศักดิ์  ศิริคุปต์" ระบุปัจจุบันมีงานในมือรอรับรู้รายได้มูลค่ารวม 4,285 ล้านบาท เดินหน้าทยอยรับรู้ต่อเนื่อง พร้อมลุยประมูลงานใหม่ โดยเฉพาะงาน EPC มีมูลค่าโครงการสูงขึ้น ช่วยสนับสนุนความสามารถทำกำไรเพิ่มขึ้น ผลักดันอนาคตเติบโตอย่างมั่นคง สร้างผลตอบแทนที่ดีให้กับผู้ถือหุ้นได้สม่ำเสมอ

            นายพงษ์ศักดิ์ ศิริคุปต์ ประธานเจ้าหน้าที่บริหาร บริษัท เด็มโก้ จำกัด (มหาชน) หรือ DEMCO เปิดเผยว่าภาพรวมการดำเนินธุรกิจในไตรมาส 4/2564 มีแนวโน้มที่ดีขึ้น หลังจากที่มีนโยบายเปิดประเทศได้เริ่มขับเคลื่อนและมีความชัดเจนมากขึ้น แม้จะต้องเผชิญกับสถานการณ์การแพร่ระบาดของโรคโควิด -19 ที่กำลังกลายพันธุ์ แต่คาดว่าภาครัฐและเอกชนจะยังคงเดินหน้าลงทุนในโครงการต่าง ๆ อย่างต่อเนื่อง  ดังนั้นมั่นใจว่าจะช่วยสนับสนุนให้ในปีนี้บริษัทสามารถเติบโตได้ตามเป้าหมายที่วางไว้

            "ปัจจุบันบริษัทมีงานในมือรอรับรู้รายได้ (Backlog) อยู่แล้ว 4,285 ล้านบาท โดยจะทยอยรับรู้รายได้ส่วนใหญ่ ในปี 2565 –  2566 ซึ่งเป็นงานออกแบบจัดหาพร้อมติดตั้ง (EPC) ในโครงการระบบวิศวกรรมโรงงานไฟฟ้า โครงการโรงไฟฟ้าหมุนเวียน ขณะที่มีแผนที่จะเดินหน้าประมูลงานโครงการใหม่เพิ่มขึ้น โดยเฉพาะการประมูลงานโครงการของภาครัฐ ทั้งในส่วนโครงการของการไฟฟ้าฝ่ายผลิตแห่งประเทศไทย (กฟผ.) ซึ่งจะมีการเปิดประมูลงานในส่วนงานก่อสร้างสถานีไฟฟ้าย่อย (Substation) เฉลี่ย 1 หมื่นล้านบาทต่อปี และโครงการของการไฟฟ้าส่วนภูมิภาค (กฟภ.) ปัจจุบันอยู่ระหว่างรอเข้าประมูลงานก่อสร้างสถานีไฟฟ้าย่อยและสายส่ง และมีมูลค่าเฉลี่ยอยู่ที่ประมาณ 7,000 ล้านบาทต่อปี ซึ่งจะสนับสนุนให้บริษัทเติบโตได้อย่างต่อเนื่อง"

            ประธานเจ้าหน้าที่บริหาร กล่าวอีกว่าในช่วงที่ผ่านมา บริษัทได้ชนะงาน EPC ที่มีมูลค่างานในระดับที่สูงขึ้น เช่น โครงการสร้างระบบจำหน่ายไฟฟ้าสำหรับทางด่วนที่เชื่อมระหว่างเมือง 2 สาย บางใหญ่ – กาญจนบุรี (M81) และบางปะอิน - นครราชสีมา มูลค่ารวม 1,130 ล้านบาท รวมทั้งมูลค่าโครงการที่จะเปิดให้ประมูลใหม่ ส่วนมากจะมีมูลค่าโครงการสูงขึ้น ซึ่งบริษัทมีความชำนาญและมีความสามารถบริหารจัดการต้นทุนที่ดี ดังนั้นน่าจะช่วยสนับสนุนให้ความสามารถในการทำกำไรเพิ่มขึ้นได้ในอนาคต

            นอกจากนี้บริษัทยังคงมองหาโอกาสในการขยายธุรกิจใหม่ไปสู่ธุรกิจการทำสถานีไฟฟ้าย่อย สำหรับรองรับสถานีชาร์จไฟฟ้า การบริหารจัดการโครงข่าย Micro Grid รวมถึงการลงทุนในโรงไฟฟ้าพลังงานทดแทนประเภท BIOMASS, BIOGAS เพื่อต่อยอดธุรกิจหลัก ซึ่งจะช่วยสนับสนุนอนาคตให้มีแหล่งรายได้เพิ่มขึ้นอีกด้วย

            อนึ่ง ภาพรวมผลการดำเนินงานในงวด 9 เดือนของปี 2564 บริษัทมีรายได้รวมอยู่ที่ 2,191.5 ล้านบาท เพิ่มขึ้น 26.4% จากงวดเดียวกันปีก่อนนี้มีรายได้รวมเท่ากับ 1,733.7 ล้านบาท ขณะที่กำไรสุทธิอยู่ที่ 30.7 ล้านบาท ส่วนงวดไตรมาส 3/2564 มีรายได้รวมอยู่ที่ 857.4 ล้านบาท เพิ่มขึ้น 23.4% จากงวดเดียวกันของปีก่อน ที่มีรายได้รวมเท่ากับ 695.0 ล้านบาท และมีกำไรสุทธิอยู่ที่ 23.3 ล้านบาท