JWD กำไรสุทธิไตรมาส 2/65 พุ่งแรง 154.1 ล้านบาท เติบโต 33.4% จากปีก่อน มองแนวโน้มธุรกิจครึ่งปีหลังเติบโตดีกว่าครึ่งปีแรก

JWD กำไรสุทธิไตรมาส 2/65 พุ่งแรง 154.1 ล้านบาท เติบโต 33.4% จากปีก่อน มองแนวโน้มธุรกิจครึ่งปีหลังเติบโตดีกว่าครึ่งปีแรก

บมจ.เจดับเบิ้ลยูดี อินโฟโลจิสติกส์ หรือ JWD ทำผลงานไตรมาส 2/2565 โดดเด่นต่อเนื่อง กำไรสุทธิ 154.1 ล้านบาท เติบโต 33.4% จากปีก่อน จากธุรกิจหลักที่มีรายได้เพิ่มขึ้นและรับรู้ส่วนแบ่งกำไรจากธุรกิจที่เข้าลงทุน หนุนภาพรวมการดำเนินงาน เดือนแรกโดดเด่น มั่นใจทำผลงานครึ่งปีหลังได้ดีกว่าครึ่งปีแรก จากธุรกิจหลักที่มีแนวโน้มดี ส่วนธุรกิจรับฝากและบริหารยานยนต์คาดฟื้นตัวสู่ระดับปกติ เตรียมบันทึกกำไรจากคลังสินค้าห้องเย็นแห่งใหม่ PACM ภายใต้บริษัทร่วมทุน วางแผนเร่งก่อสร้างโครงการใหม่ที่ขยายการลงทุนให้แล้วเสร็จตามแผน พร้อมร่วมมือ บมจ.เซ็นทรัลพัฒนา พาร์ทเนอร์ธุรกิจ Self-Storage วางแผนขยายพื้นที่เป็น 100,000 ตารางเมตร ภายในปี 2568  

ดร.เอกพงษ์ ตั้งศรีสงวน ประธานเจ้าหน้าที่ฝ่ายการเงิน บริษัท เจดับเบิ้ลยูดี อินโฟโลจิสติกส์ จำกัด (มหาชน) หรือ JWD ผู้เชี่ยวชาญด้านโลจิสติกส์และซัพพลายเชนระดับอาเซียน เปิดเผยว่า บริษัทฯ ทำผลการดำเนินงานไตรมาส 2/2565 ได้ดีกว่าที่
คาดการณ์ไว้ แม้เป็นช่วงโลว์ซีซั่นและมีวันหยุดต่อเนื่องในช่วงเทศกาล โดยมีรายได้รวม 
1,398.9 ล้านบาท เพิ่มขึ้น 9.1% จากช่วงเดียวกันของปีก่อน ขณะที่กำไรสุทธิอยู่ที่ 154.1 ล้านบาท เพิ่มขึ้นถึง 33.4% เนื่องจากธุรกิจหลักส่วนใหญ่มีอัตราเติบโตที่ดี และรับรู้รายได้และส่วนแบ่งกำไรเพิ่มขึ้นจากธุรกิจที่เข้าลงทุนทั้งในประเทศและต่างประเทศ สอดคล้องกับอัตรากำไรสุทธิที่เพิ่มขึ้นอยู่ในระดับ 11% เทียบกับช่วงเดียวกันของปีก่อนอยู่ที่ 9%  

สำหรับธุรกิจที่เติบโตได้ดีในไตรมาส ที่ผ่านมา ได้แก่ ธุรกิจคลังสินค้าทั่วไป มีรายได้ 126.3 ล้านบาท เติบโต 28.7% จากช่วงเดียวกันของปีก่อน เนื่องจากมีความต้องการพื้นที่จัดเก็บสินค้าเพิ่มขึ้น โดยมีอัตราการเช่าพื้นที่เกือบเต็ม 100% ธุรกิจขนส่งสินค้า มีรายได้ 305.3 ล้านบาท เติบโต 50.6% จากปริมาณงานขนส่งสินค้าข้ามแดนที่เพิ่มขึ้นและรับรู้รายได้เต็มไตรมาสจากการลงทุนในบริษัท วีเอ็นเอส ทรานสปอร์ต จำกัด ส่วนธุรกิจขนย้าย มีรายได้ 70 ล้านบาท เติบโต 48.6% จากช่วงเดียวกันของปีก่อน ส่วนการดำเนินธุรกิจในกัมพูชา มีรายได้เพิ่มขึ้นเป็น 57.4 ล้านบาท เติบโต 52.7% นอกจากนี้บริษัทฯ รับรู้ส่วนแบ่งกำไรจาก Transimex บริษัทผู้ให้บริการโลจิสติกส์ครบวงจรรายใหญ่ในประเทศเวียดนามที่มีการขยายธุรกิจอย่างต่อเนื่อง และรับรู้ส่วนแบ่งกำไรจากการลงทุนใน บริษัท อีสเทิร์นซี แหลมฉบัง เทอร์มินัล จำกัด (ESCO) ผู้ประกอบการท่าเรือคอนเทนเนอร์รายใหญ่ในท่าเรือน้ำลึกแหลมฉบัง จังหวัดชลบุรี และผู้ให้บริการสถานีบรรจุและขนถ่ายสินค้าตู้คอนเทนเนอร์ ลาดกระบัง รวมถึงมีกำไรพิเศษ 59.4 ล้านบาท จากการที่พาร์ทเนอร์รายใหม่จากประเทศญี่ปุ่นเข้าร่วมลงทุนในสองโครงการย่อยของบริษัท แอลฟา อินดัสเทรียล โซลูชั่น จำกัด ซึ่งเป็นบริษัทร่วมทุนพัฒนาอสังหาริมทรัพย์เพื่ออุตสาหกรรมพร้อมบริการครบวงจร  

ขณะที่ภาพรวมผลการดำเนินงาน เดือนแรกปี 2565 สามารถสร้างการเติบโตได้ตามเป้าหมาย โดยมีรายได้รวม 2,809.3 ล้านบาท เพิ่มขึ้น 15.7% จากช่วงเดียวกันของปีก่อน และ กำไรสุทธิ 279.7 ล้านบาท เพิ่มขึ้น 9.1% จากช่วงเดียวกันของปีก่อน จากการลงทุนขยายธุรกิจอย่างต่อเนื่องและความต้องการใช้บริการด้านโลจิสติกส์และซัพพลายเชนที่เพิ่มขึ้น นอกจากนี้ธุรกิจฟู้ดเซอร์วิสที่เข้าลงทุน CSLF ประเทศไต้หวัน มีผลการดำเนินงานเทิร์นอะราวด์ ทำกำไรอย่างต่อเนื่องทุกเดือนในช่วงครึ่งปีแรกที่ผ่านมา จากการปรับแผนธุรกิจและขยายบริการตัวแทนจำหน่ายและกระจายสินค้าให้แก่แบรนด์ไอศกรีมชั้นนำเพิ่มเติม  

นายชวนินทร์ บัณฑิตกฤษดา ประธานกรรมการบริหารและประธานเจ้าหน้าที่บริหาร JWD กล่าวว่า แนวโน้มการดำเนินธุรกิจครึ่งปีหลัง มั่นใจว่าจะทำผลงานได้ดีกว่าครึ่งปีแรก โดยธุรกิจคลังสินค้าทั่วไปและธุรกิจขนส่งสินค้าข้ามแดนมีแนวโน้มที่ดีอย่างต่อเนื่อง ธุรกิจขนย้ายคาดว่าจะเติบโตดีกว่าครึ่งปีแรก และธุรกิจนิคมอุตสาหกรรมในกัมพูชาอยู่ระหว่างการเจรจากับลูกค้ารายใหญ่คาดว่าจะได้ข้อสรุปในเร็ว ๆ นี้ ส่วนธุรกิจรับฝากและบริหารยานยนต์ คาดว่าจะฟื้นตัวสู่ระดับปกติในครึ่งปีหลัง หลังจากปัญหาขาดแคลนชิพในอุตสาหกรรมยานยนต์เริ่มค่อย ๆ คลี่คลาย ประกอบกับบริษัทฯ ได้รับงานขนส่งรถยนต์ไฟฟ้าและชิ้นส่วนอะไหล่ยานยนต์เพิ่มขึ้น ขณะที่ธุรกิจคลังสินค้าห้องเย็น จะเริ่มบันทึกกำไรจากโครงการใหม่ PACM ที่ร่วมทุนกับพาร์ทเนอร์ ปัจจุบันมีอัตราการเช่าเต็มพื้นที่ หลังจากเปิดบริการเพียง 3-4 เดือน และจะส่งผลดีต่ออัตรากำไรขั้นต้นของธุรกิจคลังสินค้าห้องเย็นที่ดีขึ้น  

ทั้งนี้ แผนการดำเนินงานครึ่งปีหลังจะเร่งก่อสร้างโครงการที่อยู่ระหว่างขยายการลงทุนให้แล้วเสร็จตามแผน เช่น การก่อสร้างโครงการอาคารคลังสินค้าภายใต้บริษัทร่วมทุน (แอลฟา อินดัสเทรียล โซลูชั่น), การก่อสร้างอาคารคลังสินค้าห้องเย็นในจังหวัดสระบุรีและคลังสินค้าห้องเย็นโครงการ PACT ที่ร่วมทุนกับ บมจ.ไทยยูเนี่ยน กรุ๊ป เป็นต้น ขณะเดียวกันบริษัทฯ อยู่ระหว่างวางแผนลงทุนขยายสาขาร่วมกับ บมจ.เซ็นทรัลพัฒนา หรือ CPN ซึ่งเป็นพาร์ทเนอร์ในธุรกิจ Self-Storage (ห้องเก็บของส่วนตัวให้เช่า) โดยมีเป้าหมายเพิ่มพื้นที่ให้ได้ 100,000 ตารางเมตร ภายในปี 2568 โดยจะผสมผสานจุดแข็งของ CPN ซึ่งมีทำเลที่มีศักยภาพ มีฐานลูกค้าจำนวนมาก รวมถึงจะเร่งเพิ่มอัตราการเช่าพื้นที่ Self-Storage อย่างต่อเนื่อง  

“เราวางเป้าหมายรายได้ในปีนี้เติบโต 15% ซึ่งมั่นใจว่าจะทำได้ตามเป้าหมาย โดยสถานการณ์ธุรกิจในเดือนกรกฎาคมที่ผ่านมายังเป็นไปตามเป้าหมาย ขณะที่แผนระยะยาวตั้งเป้าทำรายได้แตะ 10,000 ล้านบาท ภายในปี 2568 และเพิ่มอัตรากำไรสุทธิอยู่ในระดับ 15%” นายชวนินทร์ กล่าว