UBE คว้า CG 5 ดาว และหุ้นยั่งยืน SET ESG Ratings ระดับ A สะท้อนความมุ่งมั่นการดำเนินธุรกิจตามหลักธรรมาภิบาลที่มี ESG เป็นวัฒนธรรมองค์กร เพื่อรากฐานธุรกิจพลังงานและอาหารที่ยั่งยืนในทุกมิติ

UBE คว้า CG 5 ดาว และหุ้นยั่งยืน SET ESG Ratings ระดับ A สะท้อนความมุ่งมั่นการดำเนินธุรกิจตามหลักธรรมาภิบาลที่มี ESG เป็นวัฒนธรรมองค์กร เพื่อรากฐานธุรกิจพลังงานและอาหารที่ยั่งยืนในทุกมิติ

บริษัท อุบล ไบโอ เอทานอล จำกัด (มหาชน) หรือ ยูบีอี ผู้ผลิตและจำหน่ายผลิตภัณฑ์แปรรูปจากมันสำปะหลังรายใหญ่ของประเทศไทย โชว์ผลงานการดำเนินธุรกิจบนหลักการกำกับดูแลกิจการ ได้รับการจัดอันดับบริษัทจดทะเบียนที่มีการกำกับดูแลกิจการที่ดีในระดับดีเลิศ (Excellent CG Scoring) หรือ CG 5 ดาว จากโครงการสำรวจการกำกับดูแลกิจการบริษัทจดทะเบียน (Corporate Governance Report of Thai Listed Companies: CGR) จากสมาคมส่งเสริมสถาบันกรรมการบริษัทไทย (IOD) โดยการสนับสนุนจากตลาดหลักทรัพย์แห่งประเทศไทย (ตลท.) พร้อมได้รับการคัดเลือกเป็นหุ้นยั่งยืน SET ESG Ratings (เดิม THSI) ระดับ A สะท้อนความมุ่งมั่นในการยกระดับมาตรฐานการดำเนินธุรกิจบนหลักการกำกับดูแลกิจการที่ดี คำนึงถึงผลประโยชน์ของผู้มีส่วนได้ส่วนเสียทุกกลุ่มและครอบคลุมทุกมิติตามแนวทาง ESG ที่ผนึกกลยุทธ์ด้านความยั่งยืน สอดรับกลยุทธ์ทางธุรกิจเพื่อการเติบโตที่กว้างไกลกว่าอย่างยั่งยืน

นางสาวสุรียส โควสุรัตน์ ประธานเจ้าหน้าที่บริหารและกรรมการผู้จัดการใหญ่ บริษัท อุบล ไบโอ เอทานอล จำกัด (มหาชน) หรือ ยูบีอี เปิดเผยว่า การได้รับทราบผลความสำเร็จจากการประเมินในปีนี้ นับเป็นความภาคภูมิใจและเป็นกำลังใจให้กับคณะกรรมการ ผู้บริหาร และพนักงานทุกคน ถือเป็นรางวัลที่ร่วมแรงร่วมใจผลักดันจนได้รับการยอมรับว่า ยูบีอี เป็นองค์กรที่มีการกำกับดูแลกิจการที่ดีในระดับ CG 5 ดาว และเป็นหุ้นยั่งยืน SET ESG Rating ในระดับ A ในที่สุด ซึ่งการดำเนินตามหลักเกณฑ์ต่างๆ ของทั้ง 2 การประเมิน ถือเป็นการวางรากฐานในการพัฒนาธุรกิจ โดยมี ESG เป็นฐานที่แข็งแรงในการที่จะช่วยยกระดับองค์กร และผู้มีส่วนได้ส่วนเสียให้ยั่งยืนอย่างเป็นรูปธรรม ต้องขอขอบคุณที่ทางสมาคมฯ และตลาดหลักทรัพย์ฯ ได้จัดโครงการดีๆ ที่มีเกณฑ์การประเมินเข้มข้นเพิ่มขึ้นทุกปี และที่สำคัญทำให้ได้มองเห็นตัวเองและได้มุมมองจากหน่วยงานภายนอก มาสะท้อนว่าเราต้องพัฒนาและเพิ่มเติมในส่วนไหนบ้าง ไม่หลงทางในการทำงาน โดยเฉพาะการสร้างวัฒนธรรมองค์กรให้พนักงานทุกคนมีความตระหนัก และมีความรู้เรื่อง ESG ไปพร้อมๆ กับการเติบโตของธุรกิจ สามารถประยุกต์ใช้ปฏิบัติเป็นงานประจำ เป็นนิสัยจนกลายเป็นวินัยสม่ำเสมอ ตรงนี้คือเป้าหมายที่สำคัญในความท้าทายที่ภายในองค์กรจะส่งมอบการจัดการความยั่งยืนจากรุ่นสู่รุ่น

ส่วนหนึ่งที่สำคัญที่คณะทำงานด้านการขับเคลื่อนความยั่งยืนภายในองค์กรได้มองตรงกันจากการนำหลักเกณฑ์มาร่วมประเมิน คือ 1) การทำให้ทุกส่วนงานมีกระบวนการทำงานที่คำนึงถึงผู้มีส่วนได้ส่วนเสีย มีระบบการบริหารจัดการที่รอบด้านมากขึ้นเพื่อตอบสนองความต้องการได้ทันที และ 2) คือเราได้มีวิธีการประเมินความเสี่ยงของธุรกิจที่ต้องสอดคล้องกับประเด็นสาระสำคัญที่บริษัทฯ ช่วยกันระดมความคิดวิเคราะห์ เพื่อรองรับปัจจัยที่เปลี่ยนแปลงด้านเศรษฐกิจ สังคม สิ่งแวดล้อม และสภาพภูมิอากาศที่เข้ามาอย่างรวดเร็ว ทำให้เราต้องปรับตัว และมีโครงการนำนวัตกรรมมาขับเคลื่อนองค์กร ในการช่วยกันคิดค้นสิ่งใหม่ๆ เพื่อเพิ่มขีดความสามารถในการแข่งขัน

“ดิฉันขอเป็นตัวแทนพี่น้องพนักงานทุกคนในการที่ยังคงยึดมั่นในการทำธุรกิจด้วยความโปร่งใสตามหลักบรรษัทภิบาล ยกระดับธุรกิจเป็น “UBEYOND” (ยู-บียอนด์*) ด้าน Beyond Sustainability เติมเต็มอีกมิติหนึ่งนอกเหนือจากการสร้างผลประกอบการที่ดี เพื่อวางรากฐานธุรกิจให้เติบโต และช่วยพัฒนาประเทศให้บรรลุเป้าหมายด้านความยั่งยืนระดับสากล (SDGs) ต้องขอบคุณอีกครั้งที่สมาคมฯ และตลาดหลักทรัพย์ฯ ได้มีการส่งเสริมให้บริษัทจดทะเบียนทุกบริษัทฯ ได้เข้าร่วมในกิจกรรมที่ทรงคุณค่ามากเช่นนี้”

UBE ยังคงมุ่งมั่นที่จะนำแนวคิด “UBEYOND” (ยู-บียอนด์) ด้าน Beyond Sustainability มาพัฒนาในการทำงานด้านความยั่งยืนอย่างจริงจัง เป็นรูปธรรม ให้เป็นที่ยอมรับ และมีการวัดผลที่ชัดเจนมากยิ่งขึ้น เพื่อความต่อเนื่องในการดำเนินธุรกิจและช่วยเพิ่มขีดความสามารถในการแข่งขัน และสร้างความเชื่อมั่นให้นักลงทุนทั้งในและต่างประเทศ รวมถึงผู้มีส่วนได้ส่วนเสียทุกกลุ่ม ด้วยการดำเนินธุรกิจตามแนวทาง ESG ที่ให้ความสำคัญกับผู้มีส่วนได้ส่วนเสียทุกกลุ่มอย่างสมดุล ใส่ใจตลอดวัฎจักรของการดำเนินธุรกิจบนพื้นฐานนวัตกรรมตั้งแต่ต้นน้ำ จนถึงปลายน้ำที่ส่งมอบผลิตภัณฑ์ที่มีคุณค่าสู่ผู้บริโภค เพื่อขับเคลื่อนให้ยูบีอี ก้าวสู่การเป็นผู้นำผลิตภัณฑ์อาหารและพลังงานจากวัตถุดิบทางเกษตรที่มีความยั่งยืนในทุกมิติ