SCG HOME Experience & KOON ชี้เทรนด์วัยเก๋าหนุนโอกาสธุรกิจเติบโต เร่งสร้างผลิตภัณฑ์และโซลูชั่นรองรับ ตอบโจทย์ดีมานด์อนาคต

SCG HOME Experience & KOON ชี้เทรนด์วัยเก๋าหนุนโอกาสธุรกิจเติบโต เร่งสร้างผลิตภัณฑ์และโซลูชั่นรองรับ ตอบโจทย์ดีมานด์อนาคต

เอสซีจี โฮม เอ็กซพีเรียนซ์ และ โรงพยาบาลคูน ร่วมวงเสวนาในงานมนุษย์ต่างวัย Talk 2023 “Out of The Box Aging”หัวข้อ ‘Business Solution in Aging Society’ ระบุเทรนด์สูงวัยหนุนการเติบโตกลุ่มธุรกิจอสังหาริมทรัพย์และเฮลธ์แคร์ แนะปรับกลยุทธ์สร้างผลิตภัณฑ์และโซลูชั่นใหม่รองรับความต้องการที่ตรงจุด เจาะกลุ่มเป้าหมายผู้สูงอายุและผู้เตรียมความพร้อมในอนาคต มั่นใจธุรกิจที่เกี่ยวเนื่องสามารถขยายตัวได้หากพัฒนาได้ตอบโจทย์

นายธัญญ์กวิน บุดดีมี กรรมการผู้จัดการ บริษัท เอสซีจี เอ็กซพีเรียนซ์ จำกัด (SCG HOME Experience) เปิดเผยว่า กลุ่มผู้สูงอายุมีแนวโน้มขยายตัวเพิ่มขึ้น โดยคาดการณ์การว่าในปี 2050 จะมีผู้สูงอายุกว่า 2,092 ล้านคน หรือเทียบเป็นสัดส่วนประมาณ 21.5% ของประชากรโลก ส่วนประเทศไทยปัจจุบันก้าวเข้าสู่สังคมสูงวัยอย่างเต็มตัว จึงเป็นโอกาสสำคัญที่ทางเอสซีจี โฮม เอ็กซพีเรียนได้ปรับกลยุทธ์ทางธุรกิจตามเทรนด์ โดยให้ความสำคัญในกลุ่มผู้สูงวัยมากขึ้น ซึ่งสถาปนิกของบริษัทมีความเชี่ยวชาญในการออกแบบจากประสบการณ์จริงตามความต้องการของลูกค้าในกลุ่มนี้เพิ่มขึ้น จนก้าวสู่การเป็น Expert Care Living ซึ่งจะเน้นการออกแบบที่สำคัญ 3 ด้าน ได้แก่ ความปลอดภัย สุขภาวะที่ดี และสุขภาพ

สำหรับด้านความปลอดภัย ผู้สูงอายุควรระมัดระวังการล้ม ลื่น สะดุด บริษัทจึงเน้นเพิ่มความปลอดภัยในการใช้ชีวิต เพื่อลดโอกาสในการเกิดอุบัติเหตุ อาทิ การใช้พื้นลดแรงกระแทกภายในบ้าน การเลือกใช้กระเบื้องในบ้านที่มีค่า R สูงเพื่อป้องกันการลื่น การติดตั้งราวจับ การติดตั้งกล้องวงจรปิด เป็นต้น

การสร้างสุขภาวะที่ดีในสภาพแวดล้อมที่เหมาะสม เริ่มต้นได้ง่ายๆ จากการออกแบบบ้านให้ถูกหลัก Universal Design จัดวางพื้นที่การใช้งานให้เหมาะสม รองรับการอยู่อาศัยในทุกวัย สำหรับผู้สูงอายุจะเน้นหนักในการออกแบบพื้นที่หลักคือห้องนอนและห้องน้ำ

ส่วนด้านสุขภาพ เพื่อให้ถูกหลักสุขอนามัยและมีสุขภาพที่ดีขึ้นในผู้สูงอายุ เน้นการใช้นวัตกรรมทางการเพิ่มอากาศบริสุทธิ์ที่สามารถกรองและกำจัดเชื้อโรค ไวรัส แบคทีเรีย รวมถึงเชื้อโควิด และช่วยเพิ่มออกซิเจนเข้าสู่ที่อยู่อาศัย ลดปริมาณคาร์บอนไดออกไซด์ในบ้าน ซึ่งบริษัทมีนวัตกรรม SCG Active AIR Quality ที่สามารถแก้ปัญหาในด้านคุณภาพอากาศให้ดีอยู่ตลอดเวลา ส่งผลให้ผู้อยู่อาศัยมีสุขภาพที่ดีขึ้น

“วันนี้เราสามารถพูดได้ว่าเราคือ Care Living Destination ที่มีความเชี่ยวชาญด้านที่อยู่อาศัยสำหรับผู้สูงอายุรวมถึงผู้ร่วมอยู่อาศัยให้ได้รับความสะดวกสบาย ปลอดภัย ถูกสุขลักษณะและดีต่อสุขภาพ จากการให้บริการจริงกับลูกค้านำมาต่อยอดสู่การนำเสนอสินค้าและบริการที่ตรงความต้องการและนวัตกรรมที่ตอบโจทย์ อีกทั้งเราไม่ได้หยุดนิ่งเพียงองค์ความรู้ด้านการอยู่อาศัย แต่เราได้ผนึกกำลังในการแลกเปลี่ยนองค์ความรู้ทางด้านการแพทย์ด้วยการจับมือกับโรงพยาบาลเอกชัย และโรงพยาบาลในเครือเช่นโรงพยาบาลคูน เพื่อผสานข้อมูลทางการแพทย์ที่เป็นประโยชน์ต่อการอยู่อาศัยเข้าไว้ด้วยกัน เราจึงมั่นใจว่าวันนี้เราเดินมาถูกทางและเป็นหนึ่งในผู้ให้บริการที่มีความเชี่ยวชาญที่ลูกค้าจะนึกถึงเราเป็นอันดับแรก” ธัญญ์กวิน กล่าว

แพทย์หญิงนิษฐา เอื้ออารีมิตร ผู้อำนวยการโรงพยาบาลคูน เปิดเผยว่า โรงพยาบาลคูน ในเครือโรงพยาบาล     เอกชัย เป็นการรักษาแบบ Palliative Care หรือการรักษาแบบประคับประคองแห่งแรกของประเทศไทย โดยมีกลุ่มลูกค้าหลักที่ชัดเจน ซึ่งโรงพยาบาลพร้อมดูแลรักษาและให้คำปรึกษาด้วยแพทย์ผู้เชี่ยวชาญเฉพาะทาง วางแผนการรักษาที่เฉพาะตัวเพื่อมุ่งเน้นคุณภาพชีวิตที่ดีขึ้นของผู้ป่วยและครอบครัวเป็นสำคัญ

สำหรับความแตกต่างโรงพยาบาลทั่วไป กับ โรงพยาบาลคูน แพทย์หญิงนิษฐา กล่าวว่า “โรงพยาบาลอาจเป็นที่ที่คนไข้ไม่ได้เป็นตัวของตัวเอง และไม่มีใครฟังความต้องการของผู้ป่วยได้ทั้งหมด ซึ่งที่โรงพยาบาลคูณจะมีการเสริมทักษะบุคลากรด้าน Deep Listening ทุกคน เพื่อสร้างพื้นที่การรับฟังผู้ป่วยให้มากที่สุด ทำให้เข้าใจกันยิ่งขึ้น และตอบสนองในการดูแลรักษาให้ตรงจุดตามที่ผู้ป่วยต้องการ เป็นหัวใจสำคัญในการสร้างความแตกต่างและทำให้ธุรกิจอยู่ได้ ปัจจุบันโรงพยาบาลคูณ มีความสามารถในการดูแลผู้ป่วยสูงสุด 30 เตียง ซึ่งเมื่อเทียบกับการรองรับผู้ป่วยในพื้นที่กรุงเทพและปริมณฑลที่มีผู้ป่วยเรื้อรังสูงถึงหลักล้านคนอาจไม่เพียงพอ จึงมองว่าเป็นโอกาสในการขยายบริการเพิ่มขึ้นในอนาคต”

ทั้งนี้จากการเสวนา ‘Business Solution in Aging Society’ มุมมองของผู้บริหารจากสองธุรกิจใหญ่ เปิดเผยว่า ธุรกิจควรมีกลุ่มเป้าหมายที่ชัดเจน โดยหากวางเป้าหมายเป็นกลุ่มผู้สูงอายุควรจำแนกประเภท อาทิ กลุ่มที่ดูแลตัวเองได้ กลุ่มที่มีผู้ช่วยเหลือดูแล กลุ่มติดเตียง เป็นต้น โดยในแต่ละกลุ่มจะมีความต้องการที่แตกต่างกัน ส่งผลถึงการพัฒนาผลิตภัณฑ์ บริการ และนวัตกรรมที่ต้องปรับเปลี่ยนให้ตอบโจทย์ลูกค้า จึงจะทำให้ธุรกิจเติบโตได้ตามแนวโน้มและต่อยอดได้ในอนาคต