ผถห. GEL อนุมัติปรับโครงสร้างธุรกิจ มูลค่ารวม 880 ลบ. เดินเกมรุกดัน “อินโน พรีคาสท์” ขึ้นแท่นรายใหญ่สุดของไทย

ผถห. GEL อนุมัติปรับโครงสร้างธุรกิจ มูลค่ารวม 880 ลบ. เดินเกมรุกดัน “อินโน พรีคาสท์” ขึ้นแท่นรายใหญ่สุดของไทย

ผู้ถือหุ้น บมจ.เจนเนอรัล เอนจิเนียริ่ง (GEL) ยกมืออนุมัติปรับโครงสร้างกิจการ มูลค่ารวม 880 ล้านบาท บริษัทย่อย "อินโน พรีคาสท์" (Inno Precast) เดินหน้าเต็มสปีดลุยขยายธุรกิจพรีคาสท์รายใหญ่สุดของไทย ฟากผู้บริหาร “ธิติพงศ์ ตั้งพูนผลวิวัฒน์” ระบุ การปรับโครงสร้างในครั้งนี้ จะช่วยเพิ่มความแข็งแกร่ง สนับสนุนรายได้เพิ่มขึ้นต่อเนื่อง มั่นใจภายใน 2-3 ปีดันผลงานเติบโตก้าวกระโดด

นายธิติพงศ์ ตั้งพูนผลวิวัฒน์ ประธานเจ้าหน้าที่บริหาร บริษัท เจนเนอรัล เอนจิเนียริ่ง จำกัด (มหาชน) (GEL) เปิดเผยว่า ที่ประชุมสามัญผู้ถือหุ้นประจำปี 2566 ในวันที่ 30 พฤศจิกายน 2566 ที่ผ่านมา มีมติอนุมัติปรับโครงสร้างกิจการของบริษัทฯ โดยการโอนกิจการบางส่วน (Partial Business Transfer: PBT) และ/หรือการซื้อขายกิจการบางส่วน และสัญญาที่เกี่ยวข้องกับ บริษัท อินโน พรีคาสท์ จำกัด และบุคคลที่เกี่ยวข้องในครั้งนี้ คิดเป็นมูลค่ารวมทั้งสิ้นประมาณ 880 ล้านบาท ให้กับบริษัท อินโน พรีคาสท์ จำกัด (อินโน พรีคาสท์) ซึ่งเป็นบริษัทย่อยที่บริษัทฯ ถือหุ้นจำนวน 1,019,999 หุ้น คิดเป็นสัดส่วนร้อยละ 51

ทั้งนี้ อินโน พรีคาสท์ จะชำระค่าตอบแทนสำหรับการโอนกิจการบางส่วน และ/หรือ การซื้อขายกิจการบางส่วน ดังนี้ 1. การออกหุ้นเพิ่มทุนให้แก่บริษัทฯ เป็นจำนวนทั้งสิ้นไม่เกิน 1,070,991 หุ้น ในราคาหุ้นละ 570.50 บาท คิดเป็นมูลค่าทั้งสิ้น 611.00 ล้านบาท 2. การชำระเงินสดให้แก่บริษัทฯ เป็นจำนวน 124 ล้านบาท และ 3.การซื้อทรัพย์สินที่เกี่ยวข้องกับธุรกิจพรีคาสท์ ซึ่งประกอบด้วยที่ดินและอาคารโรงงานจากบริษัทฯ (ภายหลังจากที่ทรัพย์สินได้รับการปลดจากการเป็นหลักประกัน) มูลค่าทั้งสิ้น 145 ล้านบาท โดยมูลค่าทรัพย์สินที่ชำระจะหักจากค่าเช่าที่ อินโน พรีคาสท์ เช่าทรัพย์สินจากบริษัทฯ เป็นระยะเวลา 3 ปี ก่อนที่จะมีการปลดทรัพย์สินจากการเป็นหลักประกัน ซึ่งคิดเป็นค่าเช่า 11.6 ล้านบาทต่อปี

นอกจากนี้ ภายหลังการปรับโครงสร้างกิจการของ GEL ในครั้งนี้เสร็จสมบูรณ์ บริษัทฯ จะถือหุ้นในอินโน พรีคาสท์ เป็นจำนวน 2,090,990 หุ้น คิดเป็นสัดส่วนร้อยละ 55.4 ของจำนวนหุ้นที่จำหน่ายแล้วทั้งหมดของ อินโน พรีคาสท์ โดยหลังจากผู้ถือหุ้นของบริษัทฯ มีมติอนุมัติการเข้าทำรายการ คาดว่าจะดำเนินการแล้วเสร็จภายในเดือนธันวาคม 2566

ปัจจุบัน GEL ยังมุ่งหน้าและก้าวสู่บริษัทผลิตและจำหน่ายวัสดุก่อสร้างชั้นนำ ซึ่งหลังจากการปรับโครงสร้างกิจการในครั้งนี้ และการมี อินโน พรีคาสท์ เป็นบริษัทย่อยของ GEL จะทำให้บริษัทฯ รับรู้รายได้สูงขึ้นเกือบสองเท่าตัว จากการรวมงบการเงินกับบริษัท อินโน พรีคาสท์ ที่จะสามารถเติบโตได้อย่างต่อเนื่อง จากคำสั่งซื้อวัสดุก่อสร้างของฐานลูกค้าเดิม รวมถึงจากทางพฤกษา และลูกค้ารายอื่นในอนาคต ช่วยลดต้นทุนเฉลี่ยต่อหน่วย (Economy of Scale) ในระยะยาว รวมถึงบริษัทฯ มีกลยุทธ์การสร้างแพลตฟอร์มในการนำเทคโนโลยีที่ดีกว่ามาปรับใช้ ทำให้มีต้นทุนที่ดีขึ้น ส่งผลให้เกิดประโยชน์ในภาพรวมต่อลูกค้าของบริษัทฯ

สำหรับ ผลการดำเนินงานในงวดไตรมาส 3/2566 ที่ผ่านมา GEL พลิกกลับมามีกำไร 41 ล้านบาท ส่วนรายได้รวมอยู่ที่ 1,337 ล้านบาท เพิ่มขึ้น 78% จากงวดเดียวกันปีก่อนมีรายได้รวมเท่ากับ 752 ล้านบาท มาจากการรับรู้รายได้หลัง “อินโน พรีคาสท์” กลายเป็นบริษัทย่อยของ GEL ทำให้ บริษัทฯ รับรู้รายได้ที่สูงขึ้นจากการรวมงบการเงินกับ บริษัท อินโน พรีคาสท์ เป็นการส่งสัญญาณที่ดี และจะกลับมาเทิร์นอะราวด์ได้อีกครั้ง

“สำหรับแผนการดำเนินธุรกิจในช่วงโค้งสุดท้ายของปี 2566 บริษัทฯ ยังเดินหน้าส่งมอบงานให้กับลูกค้าได้อีกจำนวนมาก และพร้อมเดินหน้าเข้าประมูลงานอย่างต่อเนื่อง ขณะที่เทคโนโลยีสีเขียวจากอินโน พรีคาสท์ จะช่วยเพิ่มความสามารถในการขยายตลาดไปยังกลุ่มลูกค้าที่สนใจเรื่องการรักษาสิ่งแวดล้อม ซึ่งจะทำให้ผลการดำเนินงานของ GEL มีโอกาสเทิร์นอะราวด์ โดยเติบโตขึ้นอย่างต่อเนื่องจากฐานลูกค้าที่แข็งแกร่ง ศักยภาพการผลิตที่มากขึ้น และการสร้างรายได้ที่มั่นคง” นายธิติพงศ์ กล่าวในที่สุด