TAKUNI ผนึกพันธมิตร”เทลจี-สตาเลี่ยน” ตั้งบริษัท”TTS” รุกธุรกิจมอเตอร์ไซค์ไฟฟ้าแบรนด์เทลจี วางแผนปี 67 เปิด 5 โชว์รูมในกทม.-หัวเมืองใหญ่ ตั้งเป้ายอดขาย 1 หมื่นคัน มั่นใจกระแสตอบรับดี

TAKUNI ผนึกพันธมิตร”เทลจี-สตาเลี่ยน” ตั้งบริษัท”TTS”รุกธุรกิจมอเตอร์ไซค์ไฟฟ้าแบรนด์เทลจี วางแผนปี 67 เปิด 5 โชว์รูมในกทม.-หัวเมืองใหญ่ ตั้งเป้ายอดขาย 1 หมื่นคัน มั่นใจกระแสตอบรับดี

ทาคูนิกรุ๊ป เดินหน้ารุกธุรกิจพลังงานทางเลือก เซ็นเอ็มโอยูบริษัทยักษ์ใหญ่จากจีน”เทลจี”และผู้ประกอบธุรกิจผลิตชิ้นส่วนรถมอเตอร์ไซค์ชั้นนำในไทย”สตาเลี่ยน” ร่วมจัดตั้งบริษัท TTS Connect  จำกัดเพื่อนำเข้ามาประกอบและจำหน่ายรถมอเตอร์ไซค์ไฟฟ้าในไทย ทาคูนิถือหุ้นใหญ่ 40% ส่วนพันธมิตรถือฝ่ายละ 30% ของทุนจดทะเบียน วางเป้าหมายปี 67 นำเข้าพร้อมขาย 4,000-10,000  คัน พร้อมปูพรมเปิด 5 โชว์รูม ประเดิมที่ศูนย์การค้าพีเพิล ปาร์ค ถนนรามอินทรา มีนบุรี และบริเวณโรงงานสตาเลี่ยน ถนนแพรกษา สมุทรปราการ พร้อมทยอยเปิด Pop-up store อีก 5 สาขา ตามหัวเมืองใหญ่ มั่นใจกระแสตอบรับดี รับเทรนด์รถมอเตอร์ไซค์อีวีมาแรง

นายชาติชาย พยุหนาวีชัย ประธานกรรมการ บริษัททาคูนิ กรุ๊ป จำกัด (มหาชน) หรือ TAKUNI เปิดเผยว่า ในวันที่ 25 ตุลาคมนี้ บริษัทได้ลงนามความร่วมมือเบื้องต้น  (MOU) กับบริษัทเทลจี เทรดดิ้ง จำกัด (TAILG) จากประเทศจีน  และบริษัทเดอะสตาเลี่ยน จำกัด หรือร่วมจัดตั้งบริษัท TTS Connect จำกัด ทุนจดทะเบียนเบื้องต้น 15 ล้านบาท โดยบริษัทถือหุ้น 40%  ส่วนบริษัทเทลจีถือ 30% และบริษัทสตาเลี่ยน 30% ของทุนจดทะเบียน

วัตถุประสงค์ในการจัดตั้งบริษัทเพื่อดำเนินธุรกิจผลิตและจัดจำหน่ายรถมอเตอร์ไซด์ไฟฟ้า (EV) โดยบริษัทเทลจีก่อตั้งขึ้นในปี 2547 ที่เมืองเซินเจิ้น ประเทศจีน บริษัทเป็นผู้บุกเบิกการออกแบบและการผลิตยานพาหนะที่ใช้พลังงานจากแบตเตอรี่ล้วน ซึ่ง การเติบโตอย่างรวดเร็วตลอดระยะเวลาเกือบสองทศวรรษส่งผลให้บริษัทสามารถขยายธุรกิจไปยังกว่า 90 ประเทศ และก้าวขึ้นสู่ผู้นำด้านนวัตกรรมยานพาหนะไฟฟ้า ครอบคลุมทั้งจักรยานไฟฟ้า จักรยานยนต์ไฟฟ้า และรถสามล้อไฟฟ้า  ระดับ Top3 จากประเทศจีน   ในขณะที่ทางสตาเลี่ยน (STALLIONS) ก็มีประสบการณ์ด้านการผลิตและประกอบรถมอเตอร์ไซค์ รวมไปถึงการทำระบบดีลเลอร์

“ความร่วมมือดังกล่าว ทางด้านเทลจีจะรับผิดชอบด้านอาร์แอนด์ดี แล้วส่งชิ้นส่วนรถเข้ามาในไทย  ในราคาที่สามารถแข่งขันได้ ในขณะที่บริษัทสตาเลี่ยนจะรับผิดชอบด้านการประกอบรถ ส่วนทาคูนิ จะรับหน้าที่ด้านการจัดจำหน่ายและไฟแนนซ์ โดยช่วงแรกการดำเนินงานจะรุกตลาดลูกค้าองค์กรที่เรามีพันธมิตรมากมาย พร้อมกับการ Road Show ไปยังจังหวัดต่างๆ เพื่อสร้าง brand awareness เพื่อรองรับการขยายตลาด B to C คือขายให้กับลูกค้าทั่วไป  โดยนอกเหนือจากการจัดจำหน่ายเองแล้ว บริษัทยังมีความร่วมมือกับเครือข่ายและพันธมิตรที่เป็นร้านขายมอเตอร์ไซด์และโชว์รูมทั่วประเทศ รวมแผนเปิดรับสมัครดีลเลอร์ หรือตัวแทนจัดจำหน่ายรถมอเตอร์ไซด์ไฟฟ้า ทั่วประเทศอีกด้วย โดยเราตั้งเป้าหมายปี 2567 ไว้ว่าเราจะขยับเพื่อติด marketshare 5 อันดับแรกของตลาดรถมอเตอร์ไซค์อีวีในประเทศไทย รวมถึงรุกขยายไปยังพันธมิตรของเราที่ต่างประเทศด้วย ซึ่งจะมียอดขายรถมอเตอร์ไซด์อีวีเบื้องต้นไว้ที่จำนวน 6,000-10,000 คัน”นายชาติชายกล่าว

ประธานกรรมการบริษัททาคูนิ กรุ๊ป จำกัด (มหาชน) กล่าวอีกว่า สำหรับรถมอเตอร์ไซด์ไฟฟ้า (EV) จะใช้แบรนด์ หรือยี่ห้อเทลจี เนื่องจากเป็นรถมอเตอร์ไซด์ที่ลูกค้ารู้จักเป็นอย่างดีในหลากหลายประเทศรวมทั้งในตลาดจีนในแง่ของคุณภาพ โดยจะมีการนำรถมอเตอร์ไซด์เข้ามาหลายรุ่น เพื่อให้ครอบคลุมลูกค้าทุกกลุ่ม ไม่ว่าจะเป็นกลุ่มลูกค้าที่ใช้ในการประกอบอาชีพเช่น ไรเดอร์ หรือพี่วินมอเตอร์ไซค์ รุ่นที่เหมาะกับการใช้ชีวิตประจำวัน รวมถึงรุ่นที่เหมาะกับการใช้ภายในองค์กรหรือนิคมอุตสาหกรรม

“เรามั่นใจว่ารถมอเตอร์ไซด์อีวีจะได้รับกระแสตอบรับที่ดีจากลูกค้า โดยเฉพาะในปัจจุบันที่ประชาชนหันมาตื่นตัวเรื่องรักษ์โลก หรือพลังงานสะอาดมากขึ้น ซึ่งถือเป็นเมกะเทรนด์ที่กำลังมาแรงมากในขณะนี้ และตลาดในประเทศไทยก็ถือเป็นตลาดใหญ่สำหรับรถมอเตอร์ไซด์  ที่สำคัญรถ EV ยังช่วยประหยัดค่าใช้จ่ายพลังงาน และรัฐบาลยังสนับสนุนให้ประชาชนหันมาใช้รถมอเตอร์ไซด์อีวีโดยช่วยซัพพอร์ตภาษีให้ เพื่อให้ประชาชนเข้าถึงรถไฟฟ้าได้ง่ายขึ้นในราคาที่ไม่แพงอีกด้วย”นายชาติชายกล่าว