“SMD” เผยตั้งแต่กลางเดือนพฤศจิกายนจนถึงต้นเดือนธันวาคม 2566 นี้ ไข้หวัดใหญ่ระบาดหนัก

“SMD” เผยตั้งแต่กลางเดือนพฤศจิกายนจนถึงต้นเดือนธันวาคม 2566 นี้ ไข้หวัดใหญ่ระบาดหนัก

บริษัท เซนต์เมด จำกัด (มหาชน) หรือ SMD ผู้นำธุรกิจจัดจำหน่ายเครื่องมือแพทย์เฉพาะทางด้านระบบการหายใจและช่วยชีวิต  เผยปัจจุบันบริษัทฯ มีผลิตภัณฑ์ชุดตรวจไข้หวัดใหญ่ สายพันธุ์  A & B จัดจำหน่ายอยู่ทั้งหมด 3 ประเภท ดังนี้ 1) SARS-CoV-2 and Influenza A+B  Antigen Combo Rapid  Test (Colloidal Gold)  2) Influenza A & Influenza B  Antigen Combo Rapid Test (Colloidal Gold)  3) ชุดตรวจไข้หวัดใหญ่สายพันธุ์  A&B แบบตรวจหาเชื้อด้วยตนเอง - Influenza A & Influenza B Antigen Combo Rapid Test (Colloidal Gold)  โดยชุดตรวจประเภทที่ 1 และ ประเภทที่ 2 ซึ่งมีข้อห้าม 2 ประการ คือ “ห้ามบุคคลทั่วไปนำไปใช้ตรวจตัวเอง และห้ามขายแก่บุคคลทั่วไป”  ซึ่งข้อความทั้งสองดังกล่าวนี้ได้ระบุไว้ให้เห็นชัดเจนบนฉลากหน้ากล่องสินค้า ดังนั้น สินค้าทั้ง  2 ประเภทนี้ บริษัทฯ จะจัดจำหน่ายให้แก่ โรงพยาบาล คลินิก และตัวแทนจำหน่ายช่วง เท่านั้น แต่สำหรับชุดตรวจประเภทที่ 3 ซึ่งเป็นชุดตรวจไข้หวัดใหญ่สายพันธุ์  A&B แบบตรวจหาเชื้อด้วยตนเอง จะมีข้อความระบุบนฉลากหน้ากล่องว่า “บุคคลทั่วไปสามารถใช้ได้”  ดังนั้น บริษัทฯ จะจัดจำหน่ายสินค้าประเภทที่ 3 นี้ ให้แก่ ตัวแทนจำหน่ายช่วงและร้านขายยาที่ได้รับการแต่งตั้งอย่างเป็นทางการ

ดร.วิโรจน์ วสุศุทธิกุลกานต์ ประธานเจ้าหน้าที่บริหาร ยังกล่าวต่อว่า ปัจจุบันมีการลักลอบจัดจำหน่ายชุดตรวจไข้หวัดใหญ่สายพันธุ์  A & B  แบบ Professional Use หรือ ชุดตรวจโควิดและชุดตรวจไข้หวัดใหญ่สายพันธุ์  A & B อยู่ในชุดเดียวกัน แบบ Professional Use อีกทั้งยังมีการจัดจำหน่าย ชุดตรวจโควิดและชุดตรวจไข้หวัดใหญ่สายพันธุ์  A & B และ RSV ที่อยู่ในชุดเดียวกัน  แบบ Professional Use  ให้แก่ประชาชนทั่วไปเป็นจำนวนมาก ทั้งในรูปแบบออนไลน์ และออฟไลน์  ซึ่งโดยข้อเท็จจริงแล้วผลิตภัณฑ์ในลักษณะนี้จะมีข้อห้าม “ห้ามบุคคลทั่วไปนำไปใช้ตรวจตัวเอง และห้ามขายแก่บุคคลทั่วไป” โดยข้อความดังกล่าวจะระบุไว้ชัดเจนหน้ากล่องผลิตภัณฑ์ ซึ่งหมายความว่า ผลิตภัณฑ์ดังกล่าวจะต้องถูกใช้งานโดยบุคลากรทางการแพทย์เท่านั้น เนื่องจาก มีโอกาสเกิด Cross Sex  และ/หรือ เหตุผลอื่นๆ อีกหลายประการ ซึ่งอาจทำให้ประชาชนทั่วไปสับสนหรือตื่นตระหนกได้

อย่างไรก็ตาม พบว่าปัจจุบันมีการลักลอบจัดจำหน่ายผลิตภัณฑ์ที่เป็น Professional Use หลากหลายผลิตภัณฑ์ให้แก่ประชาชนทั่วไป ในรูปแบบถอดกล่องสินค้าและฉลากสินค้าทั้งหมดทิ้งไป โดยนำชุดตรวจใส่ในถุงซิปพลาสติกใส ซึ่งน่าจะเป็นเรื่องที่ไม่ชอบด้วยกฎหมาย

อนึ่ง ประชาชนทั่วไปสามารถหาซื้อ ชุดตรวจไข้หวัดใหญ่สายพันธุ์  A&B แบบตรวจหาเชื้อด้วยตนเอง ผ่านตัวแทนจำหน่ายช่วงและร้านขายยาที่ได้รับการแต่งตั้งอย่างเป็นทางการ  จำนวน 9 บริษัท ตามรายชื่อดังต่อไปนี้ :-

  1. บริษัท ไฮคอสมี่ จำกัด  โทร. 02-410-7624 ,064-297-6639  และ  081-409-9997
  2. บริษัท 5 เมดิคอล แอนด์ ซัพพลาย จำกัด  โทร. 084-215-7999
  3. ร้านยากรุงเทพ ทุกสาขา  โทร. 02-538-2229
  4. ร้านบู๊ทส์ (Boots) 156 สาขา
  5. บริษัท เอมิลี่ เวิลด์ กรุ๊ป จำกัด  โทร. 099-115-7945
  6. ร้านขายยา MEDICALU  โทร. 088-982-9897
  7. ร้านชุมชนยา (ถ.นเรศ บางรัก)  โทร. 02-631-6407
  8. ร้านขายยา เซฟ แอนด์ เซฟ ฟาร์มาซี  โทร. 082-619-2414
  9. ร้านสุขภาพออนไลน์ 365wecare  โทร. 080-365-3696

ดร.วิโรจน์ กล่าวต่อว่า ตนเองมีประสบการณ์กลับจากไปดูงานที่ประเทศสวิตเซอร์แลนด์ เมื่อประมาณปลายปี 2565 กลับมามีอาการป่วยมากใกล้เคียงกับโควิดแทบทุกประการ (แต่ตอนนั้นยังไม่เคยติดเชื้อโควิดมาก่อน) จึงตรวจ ATK COVID-19 ผลตรวจเป็นลบ แต่มั่นใจว่าจะต้องเป็นโรคใดโรคหนึ่งระหว่างโควิด-19 หรือไข้หวัดใหญ่สายพันธุ์ A & B จึงถือโอกาสทดสอบผลิตภัณฑ์ใหม่นี้และตรวจพบเชื้อ Influenza A หลังจากนั้นจึงรีบไปพบแพทย์โดยทันที และได้ยาโอเซลทามิเวียร์ (Oseltamivir) หรือ ยาทามิฟลู (Tamiflu) มารับประทาน  ถือว่าเป็น Early Detection - Early Treatment – Early Recovery ผ่านชุดตรวจผลิตภัณฑ์ใหม่ของเรา ซึ่งตามข้อเท็จจริงแล้วการตรวจพบโรคไข้หวัดใหญ่ สายพันธุ์ A & B ยิ่งเร็วเท่าไหร่ การรักษาด้วยยาก็จะมีประสิทธิภาพมากขึ้นเท่านั้นเช่นกัน อีกทั้ง โรคโควิด-19 และไข้หวัดใหญ่สายพันธุ์ A & B ในผู้ป่วยบางรายมีอาการใกล้เคียงกันมาก แต่การรักษาด้วยยาจะต่างกัน

ดร.วิโรจน์ ยังกล่าวทิ้งท้ายว่า ผลิตภัณฑ์ ชุดตรวจไข้หวัดใหญ่สายพันธุ์  A&B แบบตรวจหาเชื้อด้วยตนเอง ยี่ห้อ Baicare เป็นผลิตภัณฑ์ยี่ห้อเดียวกับ ชุดตรวจโควิด-19 แบบตรวจหาเชื้อด้วยตนเอง ซึ่งจัดจำหน่ายในช่วงโควิดโอมิครอนระบาดหนัก เมื่อต้นปี 2565 โดยบริษัทฯ จัดจำหน่ายผลิตภัณฑ์ยี่ห้อนี้ได้มากกว่า 1,000 ล้านบาท ทำให้มั่นใจว่า ชุดตรวจไข้หวัดใหญ่สายพันธุ์  A&B แบบตรวจหาเชื้อด้วยตนเอง ยี่ห้อ Baicare จะได้รับการยอมรับจากประชาชนทั่วไปเหมือนชุดตรวจโควิด-19

สุดท้ายนี้ ดร.วิโรจน์ CEO SaintMed ฝากถึงนักลงทุนผู้ถือหุ้นทุกๆท่านด้วยข้อความสั้นๆแต่มีความหมายลึกซึ้ง “SMD เราให้ความสำคัญกับ Business Model และ ESG ที่จะส่งเสริมและสนับสนุนการเติบโตแบบสมดุล ยั่งยืน และรุ่งเรืองร่วมกัน เรามุ่งเน้นการแสวงหาเครื่องมือแพทย์และอุปกรณ์ทางการแพทย์ที่มีประโยชน์ต่อวงการแพทย์  ทำให้ผู้ป่วยได้รับการรักษาพยาบาลที่สะดวกและรวดเร็วยิ่งขึ้น รวมไปถึงมีอายุยืนยาวมากขึ้น และ/หรือ มีอัตราการรอดชีวิตมากขึ้น ดังนั้นสิ่งที่นักลงทุนทุกท่านที่ได้ลงทุนกับหุ้น SMD ไม่ใช่แค่ได้รับผลดีจากเรื่องกำไรหรือผลตอบแทน แต่ยังเป็นเรื่องของประโยชน์ที่ผู้ป่วย และสังคมรวมทั้งระบบสาธารณะสุขในภาพรวมของไทย จะได้รับตามที่ได้ดังกล่าวมาข้างต้นอีกด้วย” ซึ่งตรงกับวิสัยทัศน์ของบริษัทฯ “ส่งมอบเครื่องมือแพทย์และการบริการที่มีคุณค่า สู่ระบบสาธารณสุขของประเทศไทย”  ดร.วิโรจน์ กล่าว