มิสแกรนด์ (MGI) พร้อมเข้าซื้อขายในตลาดหลักทรัพย์ mai 14 ธ.ค.นี้

มิสแกรนด์ (MGI) พร้อมเข้าซื้อขายในตลาดหลักทรัพย์ mai 14 ธ.ค.นี้

บมจ.มิสแกรนด์ (MGI) บันทึกประวัติศาสตร์ธุรกิจเวทีการประกวดนางงามรายแรกที่เข้ามาระดมทุนในตลาดหุ้นไทย พร้อมเทรดวันแรกในตลาดหลักทรัพย์ mai 14 ธ.ค.นี้ ชูธุรกิจครบวงจร โดดเด่นในกลุ่มคอมเมิร์ซ ที่มีจุดแข็งในการจำหน่ายสินค้าเชิงพาณิชย์ผ่านนางงาม ด้วยแบรนด์ที่มีความแข็งแกร่ง ขณะที่ภาพรวมฐานะการเงินสุดสตรอง มีกระแสเงินสดดีมาก อัตราหนี้สินต่อทุนต่ำ ไม่มีหนี้ ธุรกิจเติบโตสูง พร้อมนำเงินที่ได้จากการระดมทุนต่อยอดการเติบโต ยกระดับองค์กรสู่สากล “นับจากนี้ทุกพื้นที่มีแต่แกรนด์”

นายณวัฒน์ อิสรไกรศีล ประธานเจ้าหน้าที่บริหาร บริษัท มิสแกรนด์ อินเตอร์เนชั่นแนล จำกัด (มหาชน) หรือ MGI กล่าวว่า บริษัทฯ พร้อมเข้าซื้อขายเป็นวันแรกในตลาดหลักทรัพย์ เอ็ม เอ ไอ (mai) หมวดธุรกิจสินค้าอุปโภคบริโภค ในวันที่ 14 ธันวาคม 2566 ในชื่อย่อหลักทรัพย์ว่า “MGI” นับเป็นอีกก้าวสำคัญสู่การเติบโตอย่างยั่งยืน ด้วยประสบการณ์กว่า 10 ปี มีแบรนด์ที่ประสบความสำเร็จ พร้อมเดินหน้ากลยุทธ์การขยายตลาดสร้างความยั่งยืน และต่อยอดไปสู่ธุรกิจที่เป็นโอกาสมากขึ้น และพาทุกคนที่เป็นส่วนหนึ่งของมิสแกรนด์ร่วมเติบโตไปด้วยกัน

โดย MGI เป็นเจ้าของเวทีประกวดนางงามก้องโลก “มิสแกรนด์ ไทยแลนด์” และ “มิสแกรนด์ อินเตอร์เนชั่นแนล” โดยมีเป้าหมายเพื่อยกระดับอุตสาหกรรมการประกวดนางงามทั้งระดับประเทศและระดับนานาชาติ ให้เป็นเวทีนางงามที่ได้รับกระแสนิยมมากที่สุด ภายใต้สโลแกน “นับจากนี้ทุกพื้นที่มีแต่แกรนด์” ทำให้มีผู้คนติดตามและมีส่วนร่วม (Engagement) และสามารถต่อยอดไปสู่ธุรกิจที่เป็นโอกาสได้อย่างครบวงจร ส่งมอบสินค้าและบริการแก่ลูกค้าให้ประทับใจที่สุด พร้อมพัฒนาและเสริมสร้างการเรียนรู้ให้แก่บุคลากรอย่างต่อเนื่อง

อีกทั้ง MGI มีความเชี่ยวชาญและประสบความสำเร็จในการจัดประกวดนางงามจนมีฐานแฟนเพิ่มขึ้น และกำลังขยายฐานสู่ตลาดโลกมากขึ้น เป็นจุดแข็งสำคัญของการเติบโตทางธุรกิจอีกมากมาย และความภาคภูมิใจของ MGI จากการประเมินของ Global Beauties ซึ่งเป็นองค์กรชั้นนำที่เกี่ยวกับการวิเคราะห์การประกวดนางงามระดับนานาชาติที่ก่อตั้งมาตั้งแต่ปี 1998 ได้มีการจัดอันดับ 5 เวทีระดับ Grand Slam Beauty Pageant ในเดือนมิถุนายน 2566 โดย Miss Grand International เป็นเวทีที่จัดการประกวดโดยคนไทยที่ถูกจัดอันดับให้อยู่ใน GRAND SLAM TOP 5  ที่ทัดเทียมในระดับสากลโลก และเป็นซอฟต์ พาวเวอร์ (Soft Power) ที่แข็งแกร่งของคนไทย

ทั้งนี้ หลังจากเข้าจดทะเบียนในตลาดหลักทรัพย์ฯ MGI เตรียมนำเงินที่ได้จากการระดมทุนจำนวนประมาณ 297 ล้านบาท สนับสนุนฐานทุน MGI ให้แข็งแกร่งยิ่งขึ้น เพื่อเตรียมพร้อมสำหรับขยายไปยังโอกาสใหม่ๆ และสามารถเติบโตก้าวกระโดดได้

นายวรชาติ ทวยเจริญ กรรมการผู้จัดการ บริษัท ฟินเน็กซ์ แอ๊ดไวเซอรี่ จำกัด ในฐานะที่ปรึกษาทางการเงิน กล่าวว่า MGI จะเป็นหุ้นน้องใหม่ที่สามารถสร้างผลตอบแทนที่น่าพอใจให้กับนักลงทุน เนื่องจากมีปัจจัยพื้นฐานที่แข็งแกร่ง ประกอบกับประสบการณ์ในฐานะผู้นำที่คร่ำหวอดอยู่ในอุตสาหกรรม ถือเป็นบริษัทเจ้าของเวทีประกวดนางงามรายแรกที่เข้ามาจดทะเบียนในตลาดหลักทรัพย์ฯ

แม้ภายใต้สภาวะตลาดหุ้นที่ผันผวน แต่ด้วยความแข็งแกร่งของ MGI อยู่ในอุตสาหกรรมที่ดี มีผลประกอบการที่ดี ผู้บริหารมีวิสัยทัศน์ และสินค้าที่จัดจำหน่ายอยู่ในเทรนด์ของผู้บริโภค เชื่อว่า จะทำให้ MGI ได้รับการตอบรับที่ดีจากนักลงทุนในระยะยาว

ทั้งนี้ ในด้านผลการดำเนินงานของ MGI มีการเติบโตอย่างโดดเด่น งวด 9 เดือนแรกของปีนี้ มีรายได้รวม 432.45 ล้านบาท กำไรสุทธิ 77.13 ล้านบาท มีจำนวนที่มากกว่าปี 2565 ทั้งปีเป็นที่เรียบร้อยแล้ว และเป็นการเติบโตจากทุกกลุ่มธุรกิจ โดยธุรกิจพาณิชย์ จัดจำหน่ายสินค้าอุปโภคบริโภคเป็นรายได้กลุ่มหลัก สัดส่วนรายได้ 41% ธุรกิจประกวดนางงามมิสแกรนด์ 13% ธุรกิจสื่อและบันเทิง 19% ธุรกิจบริหารจัดการศิลปิน 23% และรายได้ค่าเช่าช่วง MGI Hall 4% ด้วยจุดเด่นของ MGI เป็นบริษัท Cash Cow มีเงินสดในมือจำนวนมาก เป็นบริษัทที่ไม่มีหนี้ ซึ่งหากดูอัตราหนี้สินต่อทุนอยู่ต่ำเพียงประมาณ 0.8 เท่า หนี้สินส่วนใหญ่คือเจ้าหนี้การค้า ส่วนอัตราส่วนหนี้สินที่มีภาระดอกเบี้ยต่อส่วนของผู้ถือหุ้นอยู่ต่ำมาก  <0.01 เท่า สะท้อนฐานการเงินแข็งแกร่ง ธุรกิจเติบโตสูง

ขณะที่แนวโน้มไตรมาส 4/2566 ธุรกิจที่อยู่ใน Ecosystem ของ MGI เติบโตไปพร้อมกัน และถือเป็นช่วงเก็บเกี่ยวหลังจากการประกวดแล้วเสร็จ นางงามได้รางวัล เริ่มทำอีเวนท์ต่างๆ และมีกิจกรรมการตลาดอย่างคึกคัก รวมทั้งการรับรู้ค่าลิขสิทธิ์จากการจัดงาน Miss Grand International รวมถึง ยอดจัดจำหน่ายสินค้าที่ผ่านแพลตฟอร์มออนไลน์ และ TikTok ที่กระแสยังคงร้อนแรงต่อเนื่อง จึงมั่นใจ MGI มีความแข็งแกร่งอย่างมากทั้งในแง่ธุรกิจ และฐานทุน โดยเตรียมลงทุนเพื่อต่อยอดไปสู่ความยั่งยืน เพื่อสร้างผลตอบแทนที่ดีต่อนักลงทุนในระยะยาวได้

ด้านนายธวัทชัย แพร่แสงเอี่ยม ประธานเจ้าหน้าที่บริหาร บริษัทหลักทรัพย์ เอเอสแอล จำกัด ในฐานะผู้จัดการการจัดจำหน่าย กล่าวว่า ในช่วงระยะเวลาเสนอขายหุ้นสามัญแก่ประชาชนเป็นครั้งแรก (IPO) จำนวน 60 ล้านหุ้น ระหว่างวันที่ 4 ธันวาคม และวันที่ 6-7  ธันวาคมที่ผ่านมา มีนักลงทุนให้ความสนใจจองซื้อเข้ามาเป็นจำนวนมาก สะท้อนความเชื่อมั่นที่มีต่อบริษัทฯ

โดยเงินที่ได้จากการระดมทุน MGI จะไปใช้สำหรับลงทุนปรับปรุงตกแต่งอาคาร การลงทุนพัฒนาผลิตภัณฑ์สินค้า และผลิตรายการ เพื่อเพิ่มความสามารถในการสร้างรายได้ในทุกช่องทาง รวมทั้ง การลงทุนพัฒนาขีดความสามารถของระบบสารสนเทศ (Information Technology) ส่วนที่เหลือใช้เป็นเงินทุนหมุนเวียน นับเป็นการยกระดับองค์กรของมิสแกรนด์สู่มหาชน สร้างความเชื่อถือเชื่อมั่น และเติบโตอย่างยั่งยืนภายใต้การบริหารงานบนหลักธรรมาภิบาลที่ดี

ขณะที่ MGI มีผู้ถือหุ้นใหญ่ 2 อันดับแรกก่อนและหลัง IPO คือ คุณณวัฒน์ อิสรไกรศีล และคุณรัชพล จันทรทิม ซึ่งยังไม่มีแผนที่จะขายหุ้นของบริษัทในอนาคต เนื่องจากทั้งสองคนเป็นผู้เริ่มก่อตั้งบริษัทมาตั้งแต่เริ่มแรก เป็นผู้ที่ช่วยกันบริหารบริษัทให้มีความเจริญเติบโตมาจนถึงทุกวันนี้ และทั้งสองคนยังมีความมุ่งมั่น มีความตั้งใจที่แน่วแน่ในการบริหารบริษัท และนำพาบริษัทให้เจริญเติบโตบรรลุเป้าหมาย ให้บริษัทเป็นผู้นำในอุตสาหกรรมนางงามโลกให้สำเร็จ  รวมทั้ง บริษัทฯ มีนโยบายจ่ายเงินปันผลให้แก่ผู้ถือหุ้นในอัตราไม่น้อยกว่า 40% ของกำไรสุทธิ