SJWD รุกขยาย “คลัสเตอร์โลจิสติกส์บางนา” ทำเลยุทธศาสตร์การขนส่ง รับดีมานด์แข็งแกร่ง ดีเดย์เปิดบริการคลังสินค้าทั่วไปแห่งใหม่พื้นที่ 1.8 หมื่น ตร.ม. โชว์ยอดจองพื้นที่เต็ม

SJWD รุกขยาย "คลัสเตอร์โลจิสติกส์บางนา" ทำเลยุทธศาสตร์การขนส่ง รับดีมานด์แข็งแกร่ง ดีเดย์เปิดบริการคลังสินค้าทั่วไปแห่งใหม่พื้นที่ 1.8 หมื่น ตร.ม. โชว์ยอดจองพื้นที่เต็ม

“บมจ.เอสซีจี เจดับเบิ้ลยูดี โลจิสติกส์” หรือ SJWD ปั้น “คลัสเตอร์โลจิสติกส์บางนา” ย่าน กม.19-23 ทำเลยุทธศาสตร์การขนส่งและกระจายสินค้า รับดีมานด์แข็งแกร่ง ล่าสุดได้เปิดให้บริการการคลังสินค้าทั่วไปแห่งใหม่ พื้นที่ 1.8 หมื่นตารางเมตร พร้อมยอดจองพื้นที่ล่วงหน้าเต็ม 100% ดันพื้นที่ให้บริการรวมในย่านนี้เพิ่มขึ้นเป็นเกือบ 1.4 แสนตารางเมตร จาก 8 โครงการ นำเสนอบริการหลากหลาย ทั้งคลังสินค้าห้องเย็นแบบ Multiple Temperature คลังสินค้าทั่วไป พื้นที่รับฝากและบริหารยานยนต์ และบริการขนส่งสินค้า ตอกย้ำกลยุทธ์บริษัทฯ ผสานความร่วมมือระหว่างธุรกิจเพื่อใช้สินทรัพย์ที่มีให้เกิดประสิทธิภาพสูงสุด

นายชวนินทร์ บัณฑิตกฤษดา ประธานเจ้าหน้าที่บริหารร่วม บริษัท เอสซีจี เจดับเบิ้ลยูดี โลจิสติกส์ จำกัด (มหาชน) หรือ SJWD ผู้ให้บริการโลจิสติกส์และซัพพลายเชนแบบครบวงจรรายใหญ่ที่สุดในอาเซียน เปิดเผยว่า บริษัทฯ เห็นถึงศักยภาพทำเลบางนา ซึ่งเป็นพื้นที่ยุทธศาสตร์ที่สำคัญของการให้บริการโลจิสติกส์และซัพพลายเชน ที่มีดีมานด์อย่างต่อเนื่อง โดยเฉพาะย่านบางนา-ตราด กิโลเมตรที่ 19-23 ซึ่งถูกกำหนดให้เป็นเขตพื้นที่อุตสาหกรรมเหมาะแก่การก่อสร้างโครงการคลังสินค้าและธุรกิจที่เกี่ยวเนื่องกับโลจิสติกส์ ช่วงที่ผ่านมา บริษัทฯ จึงเข้ามาพัฒนาพื้นที่ในโซนดังกล่าวให้เป็น "คลัสเตอร์โลจิสติกส์บางนา" ที่มีทั้งโครงการคลังสินค้าห้องเย็นแบบ Multiple Temperature คลังสินค้าทั่วไป พื้นที่รับฝากและบริหารยานยนต์ และบริการขนส่งสินค้า โดยล่าสุดได้เปิดให้บริการคลังสินค้าทั่วไปแห่งใหม่อีก 1 โครงการ ซึ่งพัฒนาภายใต้บริษัท แอลฟา อินดัสเทรียล โซลูชั่น จำกัด ที่เป็นบริษัทร่วมทุนระหว่างบริษัทฯ และบริษัท ออริจิ้น พร็อพเพอร์ตี้ จำกัด (มหาชน) หรือ ORI มีพื้นที่ให้เช่า 18,000 ตารางเมตร ปัจจุบันมียอดจองพื้นที่ล่วงหน้าเต็ม 100% คาดว่าจะสร้างรายได้ต่อปีกว่า 50 ล้านบาท

“โครงการคลังสินค้าทั่วไปแห่งใหม่จะเป็นฮับการขนส่งและจัดเก็บสินค้าได้หลากหลายรวมทั้งชิ้นส่วนอะไหล่ แก่อุตสาหกรรมยานยนต์และยานยนต์พลังงานไฟฟ้า (EV Car) ที่กำลังเติบโตอย่างรวดเร็วในประเทศไทย โดยผสานการให้บริการกับธุรกิจในเครือ SJWD ที่มีบริการพิธีการศุลกากร (Customs Clearance) สำหรับสินค้าที่ผ่านเข้า-ออกทางท่าเรือแหลมฉบัง  รวมถึงให้บริการแก่อุตสาหกรรมอื่น ๆ โดยเราได้ขยายการลงทุนในย่านบางมาอย่างต่อเนื่องและถือว่าเป็นผู้ให้บริการด้านโลจิสติกส์และซัพพลายเชนชั้นนำในย่านนี้สามารถให้บริการที่หลากหลายและครบวงจรแก่ลูกค้า” นายชวนินทร์ กล่าว

ประธานเจ้าหน้าที่บริหารร่วม SJWD กล่าวต่อว่า หลังจากเปิดดำเนินการโครงการคลังสินค้าทั่วไปแห่งใหม่จะเพิ่มศักยภาพการให้บริการแก่ลูกค้า และส่งผลให้บริษัทฯ มีโครงการที่พัฒนาแล้วในพื้นที่ “คลัสเตอร์โลจิสติกส์บางนา” ย่าน กม.19-23 รวม 8 โครงการ (รวมคลังสินค้าทั่วไปแห่งใหม่) มีพื้นที่ให้บริการรวมทั้งหมดประมาณ 140,000 ตารางเมตร สามารถตอบสนองความต้องการของลูกค้าจากหลากหลายอุตสาหกรรม เช่น อาหาร, ยานยนต์และชิ้นส่วน, สินค้าอุตสาหกรรม, เฮลท์แคร์ เป็นต้น โดย ณ เดือนพฤศจิกายน 2566 มีอัตราการเช่าพื้นที่เฉลี่ยทุกโครงการถึง 88% คาดว่าจะสร้างรายได้ต่อปีไม่ต่ำกว่า 1,000 ล้านบาท

ทั้งนี้ คลัสเตอร์โลจิสติกส์ดังกล่าว ประกอบด้วย (1) คลังสินค้าห้องเย็น 3 โครงการในย่านบางนา กม.22 และ กม.19 จุดเด่นคือเป็นคลังสินค้าห้องเย็นแบบ Multiple Temperature สามารถควบคุมอุณหภูมิได้หลายระดับในพื้นที่อาคารหลังเดียว ตั้งแต่ 20-25 องศาเซลเซียส 0 ถึง -10 องศาเซลเซียส และ -18 ถึง -25 องศาเซลเซียส โดยโครงการย่านบางนา กม.22 เปิดบริการเดือนกรกฎาคม 2566 ใช้ระบบโรโบติกส์ (ASRS) สามารถจัดเก็บและค้นหาสินค้าได้อย่างแม่นยำและลดการใช้พลังงาน ปัจจุบันมีอัตราการเช่าพื้นที่เฉลี่ย 53% และเตรียมขยายขอบเขตการให้บริการแก่สินค้าเฮลท์แคร์ที่ได้รับรองมาตรฐาน GMP และ ISO 13485 เป็นแห่งแรกของบริษัทฯ (2) คลังสินค้าทั่วไป 2 โครงการ ให้บริการจัดเก็บสินค้าประเภทชิ้นส่วนอะไหล่ยานยนต์ อุตสาหกรรมค้าปลีกและอีคอมเมิร์ซ (3) พื้นที่รับฝากชิ้นส่วนอะไหล่และบริหารยานยนต์ และให้บริการขนส่งสินค้าและกระจายสินค้าแก่ผู้ประกอบการชั้นนำในอุตสาหกรรมยานยนต์พลังงานไฟฟ้าจากจีนที่กำลังเติบโต และผู้ประกอบการยานยนต์จากยุโรปและญี่ปุ่น

“การพัฒนาคลัสเตอร์โลจิสติกส์บางนา ย่าน กม.19-23 สอดคล้องกับทิศทางของบริษัทฯ หลังรวมกิจการระหว่าง JWD และ SCGL ที่มุ่งเน้นการผสานความร่วมมือระหว่างธุรกิจในเครือเพื่อใช้ประโยชน์จากสินทรัพย์ให้มีประสิทธิภาพสูงสุด และใช้กลยุทธ์ Cross Sale และ Up Sale  นำเสนอบริการอื่น ๆ แก่ลูกค้าเพื่อสร้างรายได้เพิ่มขึ้น” นายชวนินทร์ กล่าว

 

เรียนรู้เพิ่มเติมเกี่ยวกับข้อมูลด้านโลจิสติกส์ : https://www.scgjwd.com/th