SUPER ดึงกองทุนพลังงานยักษ์ใหญ่อังกฤษ “Actis Energy Fund 5″ซื้อหุ้นบ.ย่อย“ทานตะวัน โซล่าร์” มูลค่าเกือบ 4.7 พันล้านบาทเปิดงบปี 66 รายได้ทะลุ 1 หมื่นลบ.- EBITDA Margin 80%

SUPER ดึงกองทุนพลังงานยักษ์ใหญ่อังกฤษ "Actis Energy Fund 5"ซื้อหุ้นบ.ย่อย“ทานตะวัน โซล่าร์" มูลค่าเกือบ 4.7 พันล้านบาทเปิดงบปี 66 รายได้ทะลุ 1 หมื่นลบ.- EBITDA Margin 80%

บอร์ด บมจ.ซุปเปอร์ เอนเนอร์ยี คอร์เปอเรชั่น (SUPER)  อนุมัติขายหุ้น “ทานตะวัน โซล่าร์” (SUNFLOWER) บริษัทย่อย ในสัดส่วน 90% กุมกำลังการผลิตไฟฟ้า 139.40 เมกะวัตต์ ให้กับบริษัทในเครือของกองทุน Actis Energy Fund 5 กองทุนพลังงานในประเทศอังกฤษ มูลค่ารายการ 4,691 ล้านบาท รองรับแผนขยายธุรกิจ-เคลียร์หนี้ ลดภาระดอกเบี้ย ฟาก CEO “จอมทรัพย์ โลจายะ”ระบุเป็นการสร้าง Strategic Partner พร้อมเปิดงบปี 66 กวาดรายได้กว่า 1 หมื่นล้านบาท  EBITDA Margin แตะ 80%

นายจอมทรัพย์ โลจายะ ประธานเจ้าหน้าที่บริหาร บริษัท ซุปเปอร์ เอนเนอร์ยี คอร์เปอเรชั่น จำกัด (มหาชน) (SUPER)  เปิดเผยว่า ที่ประชุมคณะกรรมการบริษัทฯในวันที่ 28 กุมภาพันธ์ 2567 ที่ผ่านมา มีมติขายหุ้น บริษัท ทานตะวัน โซล่าร์ จำกัด (SUNFLOWER) ซึ่งเป็นบริษัทย่อย ในสัดส่วน 90% มีมูลค่ารายการประมาณ 4,691 ล้านบาท ให้กับบริษัทในเครือของกองทุน Actis Energy Fund 5  เพื่อเตรียมเงินไว้สำหรับรองรับแผนการขยายธุรกิจโรงไฟฟ้าในอนาคต และคืนหนี้ เพื่อลดภาระดอกเบี้ย  

ทั้งนี้ กองทุน Actis Energy Fund 5  เป็นกองทุนที่เน้นลงทุนในกลุ่มพลังงานทดแทนที่จัดตั้งในประเทศอังกฤษ และเป็นผู้ถือหุ้นใหญ่ของ Levanta Holding Pte., Ltd. ซึ่งเป็นบริษัทลงทุนชั้นนำทางด้านธุรกิจพลังงานทดแทนในภูมิภาคเอเชียตะวันออกเฉียงใต้ จดทะเบียนในประเทศสิงคโปร์ โดยมี บริษัท เลวันตา รีนิวเอเบิลส์ (ประเทศไทย) จำกัด เป็นบริษัทย่อย จะเป็นผู้ซื้อหุ้น บริษัททานตะวันโซลาร์ จำกัด

บริษัท SUNFLOWER ดำเนินธุรกิจผลิตและจัดจำหน่ายกระแสไฟฟ้าจากพลังงานแสงอาทิตย์ในประเทศไทย ภายใต้การดำเนินงาน 8 บริษัท จำนวน 24 โครงการ กำลังการผลิตรวม 139.40 เมกะวัตต์ และได้ดำเนินการจ่ายไฟฟ้าเข้าระบบเชิงพาณิชย์เป็นที่เรียบร้อยแล้วทั้ง 24 โครงการ ตั้งแต่ปี 2558 – 2559

การขายหุ้นในครั้งนี้โซลาร์ฟาร์มในครั้งนี้ สอดคล้องกับแผนและกลยุทธ์ในการดำเนินธุรกิจของบริษัทฯ ที่ต้องการหาพันธมิตรยักษ์ใหญ่ด้านพลังงาน เพื่อสร้างความแข็งแกร่งทางการเงินรองรับแผนการขยายธุรกิจได้เร็วขึ้น” นายจอมทรัพย์กล่าวในที่สุด

ขณะที่ผลการดำเนินงานของบริษัทฯในปี 2566 มีรายได้รวม 10,130.71 ล้านบาท เพิ่มขึ้น 5.84% เทียบปี 2565 และ EBITDA Margin อยู่ที่ 7,837.33 ล้านบาท เพิ่มขึ้น 3.63% เทียบปี 2565 โดย EBITDA Margin แตะระดับ 80% สะท้อนความสามารถการทำกำไรที่อยู่ในระดับสูง