TAN ประกาศแผนยุทธศาสตร์ปี 2567 จัดโครงสร้าง 4 กลุ่มธุรกิจ ชู ‘Truly Integrated Lifestyle Company’ มุ่งสู่กลุ่มบริษัทไลฟ์สไตล์ชั้นนำระดับภูมิภาค รุกขยายระบบนิเวศสร้างการเติบโตต่อเนื่อง พร้อมเปิดตัวทีมบริหารเสริมทัพความแกร่ง

TAN ประกาศแผนยุทธศาสตร์ปี 2567 จัดโครงสร้าง 4 กลุ่มธุรกิจ ชู ‘Truly Integrated Lifestyle Company’ มุ่งสู่กลุ่มบริษัทไลฟ์สไตล์ชั้นนำระดับภูมิภาค รุกขยายระบบนิเวศสร้างการเติบโตต่อเนื่อง พร้อมเปิดตัวทีมบริหารเสริมทัพความแกร่ง

‘บมจ.ธนจิรา รีเทล คอร์ปอเรชั่น หรือ TAN’ ประกาศยุทธศาสตร์ปี 2567 จัดโครงสร้าง 4 กลุ่มธุรกิจ Lifestyle, Fashion, Beauty & Wellness และ Food & Beverage เพิ่มศักยภาพการเติบโต เดินหน้าขยายระบบนิเวศทางธุรกิจต่อเนื่อง วางกลยุทธ์การตลาดอย่างมีประสิทธิภาพ พร้อมเพิ่มแบรนด์ใหม่เสริมแกร่งพอร์ต ปูพรมขยายสาขาเพิ่ม 23 สาขาทั้งในประเทศและต่างประเทศ และเพิ่มขีดความสามารถในการทำกำไร พร้อมเปิดตัวทีมบริหารใหม่เสริมทัพความแข็งแกร่ง ร่วมขับเคลื่อนธุรกิจมุ่งสู่กลุ่มบริษัทไลฟ์สไตล์ชั้นนำระดับภูมิภาค ภายใต้แนวคิด ‘Truly Integrated Lifestyle Company’ ตั้งเป้ารายได้ปี 2567 เพิ่มขึ้น 20%

นายธนพงษ์ จิราพาณิชกุล ประธานเจ้าหน้าที่บริหาร บริษัท ธนจิรา รีเทล คอร์ปอเรชั่น จำกัด (มหาชน) หรือ TAN ผู้นำเข้าและจัดจำหน่ายผลิตภัณฑ์ไลฟ์สไตล์ลักซ์​ชัวรีระดับโลก เปิดเผยว่า บริษัทฯ วางเป้าหมายรายได้ปี 2567 เติบโต 20% จากการเติบโตของยอดขายสาขาเดิม (SSSG) ประมาณ 10% และการเติบโตของยอดขายสาขาที่จะเปิดใหม่อีก 10% โดยมีปัจจัยสนับสนุนจากการเพิ่มแบรนด์ใหม่ในกลุ่มธุรกิจแฟชั่น การวางจำหน่ายสินค้าคอลเลคชั่นใหม่ การขยายระบบนิเวศไปสู่ธุรกิจอาหารและเครื่องดื่ม ซึ่งได้รับการตอบรับอย่างดีจากกลุ่มลูกค้าอย่างต่อเนื่อง และการขยายแบรนด์กลุ่มหาญไปประเทศจีนอย่างเต็มรูปแบบ ที่จะช่วยเพิ่มรายได้ให้เติบโตอย่างโดดเด่นในปีนี้

ทั้งนี้ เพื่อเพิ่มขีดความสามารถในการแข่งขัน รองรับศักยภาพการเติบโตอย่างก้าวกระโดด และสามารถตอบสนองไลฟ์สไตล์ของลูกค้าได้ครอบคลุมทุกมิติ กลุ่มบริษัทฯ ได้จัดโครงสร้างกลุ่มธุรกิจใหม่ แบ่งเป็น 1) กลุ่มธุรกิจไลฟ์สไตล์ (Lifestyle) ประกอบด้วยแบรนด์ Pandora เครื่องประดับเงินชั้นนำจากประเทศเดนมาร์ก และแบรนด์ Cath Kidston สินค้าไลฟ์สไตล์กลิ่นอายโมเดิร์นวินเทจจากประเทศอังกฤษ 2) กลุ่มธุรกิจแฟชั่น (Fashion) ประกอบด้วยแบรนด์ Marimekko แบรนด์สินค้าที่โดดเด่นด้านลายพิมพ์และสีสันจากประเทศฟินแลนด์ แบรนด์ GANNI แบรนด์แฟชั่นที่มีดีไซน์และเอกลักษณ์ที่โดดเด่นจากดินแดนสแกนดิเนเวีย 3) กลุ่มธุรกิจความงามและสุขภาพ (Beauty & Wellness) ประกอบด้วยแบรนด์ HARNN สินค้าบอดี้แคร์ สกินแคร์ สปา และอโรมาเทอราพี แบรนด์ Vuudh เครื่องหอมสไตล์ไทยร่วมสมัย รวมทั้งการขยายไปสู่ธุรกิจสปาทั้งในประเทศและต่างประเทศ ได้แก่ HARNN HERITAGE SPA, SCAPE BY HARNN, THE SPA BY HARNN, BY HARNN  และ 4) กลุ่มธุรกิจอาหารและเครื่องดื่ม ประกอบด้วย แบรนด์ร้านอาหารจากเซเลบริตี้เชฟชื่อดังอย่าง Gordon Ramsay Bread Street Kitchen & Bar, Gordon Ramsay Street Pizza และ Gordon Ramsay Street Burger รวมทั้งการต่อยอดแบรนด์ภายใต้พอร์ตฟอลิโอสู่กลุ่มธุรกิจอาหารและเครื่องดื่มอย่าง Marimekko Kafe และ Cath Kidston Tearoom

ประธานเจ้าหน้าที่บริหาร TAN กล่าวว่า กลุ่มบริษัทฯ พร้อมวางกลยุทธ์สร้างการเติบโตปี 2567 ผ่าน 1) สื่อสารการตลาดอย่างมีประสิทธิภาพ เพื่อดึงดูดให้ลูกค้ากลับมาซื้อซ้ำ โดยไม่พึ่งพิงการทำโปรโมชั่นลดราคา 2) เพิ่มแบรนด์ใหม่เสริมแกร่งพอร์ตอย่างต่อเนื่อง กลุ่มบริษัทฯ เตรียมเปิดตัวแบรนด์แฟชั่นชั้นนำจากประเทศญี่ปุ่น ซึ่งเป็นแบรนด์ที่ครองใจคนทั่วโลกด้วยสไตล์เสื้อผ้าที่หลากหลาย ตอบโจทย์กลุ่มคนที่ชื่นชอบเสื้อผ้า Streetwear และ High End ซึ่งเป็นแบรนด์ใหม่ที่จะเข้ามาเติมเต็มศักยภาพการขยายฐานลูกค้าไปสู่กลุ่มคนรุ่นใหม่ให้รู้จัก TAN มากยิ่งขึ้น โดยเล็งเห็นว่าในช่วงไม่กี่ปีที่ผ่านมา แฟชั่นสตรีทแวร์ในกลุ่มคนรุ่นใหม่เติบโตเป็นอย่างมาก และคาดว่าน่าจะมีมูลค่าสูงเป็นเท่าตัวภายในปี 2571 จากมูลค่าที่เพิ่มสูงขึ้นต่อเนื่องจึงทำให้สตรีทแวร์กลายเป็นหนึ่งในเทรนด์การค้าปลีกแฟชั่นที่สำคัญ และมีอิทธิพลอย่างมากกับตลาดแฟชั่น ขณะที่เทรนด์เสื้อผ้ามีความเป็นทางการขึ้น เน้นความเรียบหรู ดูดี ทำให้การเข้ามาของแบรนด์แฟชั่นญี่ปุ่น ตอบโจทย์เทรนด์ที่เกิดขึ้นในปัจจุบันนี้ โดยคาดว่าจะเปิดตัวในช่วงไตรมาส 2/2567 นอกจากนี้ ยังมีแผนเปิดตัวแบรนด์ Street Burger ร้านเบอร์เกอร์จากอังกฤษ ไดเวอร์ซิฟายแบรนด์ดังของเชฟกอร์ดอน แรมซีย์ (Gordon Ramsay) เพื่อตอบรับกับกระแสฟื้นตัวของตลาดร้านอาหาร และเจาะกลุ่มนิวเจนที่เป็น Burger Lover และนักท่องเที่ยวที่อยากเปิดประสบการณ์การรับประทานเบอร์เกอร์แบบใหม่ นำเสนอเบอร์เกอร์สูตรเฉพาะจากเชฟกอร์ดอน แรมซีย์ ด้วยวัตถุดิบชั้นเยี่ยมคัดสรรอย่างดี รสชาติอร่อย โดยคาดว่าจะเปิดตัวในประเทศไทยอย่างเป็นทางการปลายปี 2567 ตั้งเป้าเปิดให้บริการทั้งหมด 3 สาขา  3) ขยายสาขาแบรนด์ที่มีศักยภาพเติบโตทั้งในประเทศและต่างประเทศ กลุ่มบริษัทฯ วางเป้าหมายการเปิดสาขาใหม่ของแบรนด์ภายใต้พอร์ตโฟลิโอรวมทั้งสิ้น 23 สาขา สำหรับในต่างประเทศมีแผนขยายงานขายผ่านระบบ Multi-tier Franchise System ในประเทศจีนเพื่อขยายฐานลูกค้าระดับภูมิภาคในประเทศที่มีศักยภาพสูง โดยเสริมด้านออนไลน์ที่ทำได้ดีโดยตลอด และมีดีมานด์เติบโตอย่างมีนัยสำคัญ และ 4) เพิ่มขีดความสามารถในการทำกำไร ผ่านการควบคุมค่าใช้จ่ายที่มีอัตราส่วนคงที่ เพื่อสร้างยอดขายที่เพิ่มขึ้นจากทั้งสาขาเดิมและสาขาใหม่

ประธานเจ้าหน้าที่บริหาร TAN กล่าวเพิ่มเติมว่า เพื่อเพิ่มศักยภาพการดำเนินงาน และรองรับการขยายตัวของธุรกิจ กลุ่มบริษัทฯ ได้เสริมทัพความแกร่งทีมผู้บริหารที่มีความเชี่ยวชาญเข้ามาร่วมขับเคลื่อนแผนยุทธศาสตร์ให้เป็นไปตามเป้ายหมายที่วางเอาไว้ โดย ‘คุณชิดชนก จังพล’ Chief Financial Officer เสริมแกร่งในด้านการจัดการทางการเงิน การวางแผนกลยุทธ์ทางธุรกิจ การเพิ่มประสิทธิภาพ และรักษาเสถียรภาพทางการเงิน รวมถึงการบริหารจัดการความเสี่ยง ‘คุณมาจุรี สิทธิเดชะ’ Vice President of Brand Management Group & Creative Director-HG เสริมแกร่งด้านการกำหนดกลยุทธ์พัฒนาแบรนด์ภายใต้การดำเนินงานของ TAN ทั้งในไทยและต่างประเทศ และ ‘คุณนายภูมิพงษ์ ตันเจริญผล’ Vice President of Business Development Group & Chief of Staff เสริมแกร่งในด้านการค้นหาโอกาสใหม่ ๆ ในตลาด และสร้างกลยุทธ์การขยายธุรกิจให้เติบโตอย่างยั่งยืน ซึ่งจะเข้ามาร่วมผลักดันให้ TAN เติบโตอย่างก้าวกระโดดในทุกกลุ่มธุรกิจ

“เราวางเป้าหมายที่จะเป็นบริษัทไลฟ์สไตล์ครบวงจรอย่างแท้จริง หรือ Truly Integrated Lifestyle Company ผ่านการสร้างระบบนิเวศทางธุรกิจที่แข็งแกร่ง (Lifestyle Ecosystem) ด้วยการมีแบรนด์จากต่างประเทศและแบรนด์ของเราเองที่หลากหลายภายในระบบนิเวศ เพื่อส่งมอบคุณค่าและประสบการณ์การใช้ชีวิตอย่างสะดวกสบายให้กับกลุ่มลูกค้าในทุกมิติ พร้อมเพิ่มขีดความสามารถในการแข่งขัน รวมทั้งสร้างการเติบโตอย่างยั่งยืน ผลักดันให้ TAN ก้าวสู่การเป็นกลุ่มบริษัทไลฟ์สไตล์ชั้นนำระดับภูมิภาค” นายธนพงษ์ กล่าว