BKD เปิดแผนปี 67 ปักหมุดรายได้โต 15 % พุ่งเป้างานเอกชนกลุ่ม “โรงแรม-โรงพยาบาล-บ้านเศรษฐี”

BKD เปิดแผนปี 67 ปักหมุดรายได้โต 15 % พุ่งเป้างานเอกชนกลุ่ม “โรงแรม-โรงพยาบาล-บ้านเศรษฐี”

BKD เปิดแผนธุรกิจปี 67 มุ่งโฟกัสงานรับเหมาตกแต่งภายในภาคเอกชนเป็นหลัก เน้นกลุ่มโรงแรม โรงพยาบาล และบ้านเศรษฐี  นำร่องตกแต่งภายในโรงแรมพัทยา-กรุงเทพ มูลค่ารวมประมาณ 400-500 ล้านบาท คาดเริ่มทยอยรับรู้รายได้ตั้งแต่ไตรมาส2 ปีนี้ ปักหมุดรายได้โตกว่า 15 %

นางนุชนารถ รัตนสุวรรณชาติ ประธานกรรมการบริหาร บริษัท บางกอก เดค-คอน จำกัด (มหาชน) หรือ BKD หนึ่งในผู้นำด้านบริการรับเหมาตกแต่งภายในแบบครบวงจร เปิดเผยว่า แผนการดำเนินธุรกิจในปี 2567 เป็นอีกหนึ่งปีที่มีความท้าทายในการดำเนินธุรกิจให้เติบโตอย่างแข็งแกร่ง มุ่งมั่นสร้างรายได้มากกว่าปีที่ผ่านมา โดยตั้งเป้าหมายรายได้เติบโต 15%

ภาพรวมครึ่งแรกของปีนี้ BKD จะเน้นงานรับเหมาตกแต่งภายในส่วนของภาคเอกชนเป็นหลัก เนื่องจากงานในส่วนของภาครัฐยังคงชะลอตัว เพราะต้องรอการพิจารณาผ่านร่างงบประมาณปี 2567/68 ของรัฐบาล

สำหรับงานภาคเอกชนที่จะเป็นหัวใจสำคัญในการสร้างรายได้ มี 3 ส่วนด้วยกัน ประกอบด้วยงานรับเหมาตกแต่งภายในธุรกิจโรงแรม  กลุ่มโรงพยาบาล และกลุ่มบ้านเศรษฐี โดยรับเหมาตกแต่งภายในธุรกิจโรงแรม มีการฟื้นตัวอย่างชัดเจน จากการเปิดประเทศต้อนรับนักท่องเที่ยว และนโยบายฟรีวีซ่าไทย-จีนถาวร ทำให้ได้รับการว่าจ้างตกแต่งภายในกลุ่มโรงแรมเข้ามาอย่างต่อเนื่อง ทั้งในส่วนการตกแต่งใหม่และการรีโนเวท

ปัจจุบันบริษัทได้รับการจ้างเหมาตกแต่งภายในจากโรงแรม 2 แห่ง ที่พัทยา และกรุงเทพ มูลค่ารวมประมาณ 400-500 ล้านบาท ซึ่งเริ่มดำเนินการแล้ว คาดว่าจะทยอยรับรู้รายได้ตั้งแต่ไตรมาส 2 ปีนี้  ขณะเดียวกัน BKD ยังมีแผนเตรียมเข้าร่วมประมูลรับเหมาตกแต่งภายในโรงแรมอีก 4-5 แห่ง ซึ่งมั่นใจว่ามีโอกาสจะได้งานไม่น้อยกว่า 50%

ขณะที่งานรับเหมาตกแต่งภายในโรงพยาบาล อยู่ระหว่างเตรียมเข้าร่วมประมูลงาน 3-4 แห่ง ซึ่งก็มีโอกาสจะได้งานเช่นเดียวกัน ส่วนกลุ่มบ้านเศรษฐี ปัจจุบันได้รับการว่าจ้างแล้ว 3 หลัง มูลค่างานแต่ละหลังไม่ต่ำกว่า 100 ล้านบาท  นอกจากนี้ ยังมีงานออกแบบและตกแต่งออฟฟิศสำนักงานอีก 2 แห่ง ซึ่งแต่ละแห่งมีมูลค่า 100-200 ล้านบาท

อย่างไรก็ตาม แม้งานตกแต่งภายในภาคเอกชนในปีนี้จะคึกคัก แต่บริษัทก็มีนโยบายที่ชัดเจน เน้นรับงานที่มีคุณภาพ ตอบโจทย์ความต้องการของลูกค้า และมีอัตรากำไรขั้นต้นที่สูง จึงไม่เน้นแข่งขันด้านราคา

นางนุชนารถ กล่าวว่า ด้วยงานของลูกค้าที่มีอยู่ในมือ และแนวโน้มงานที่จะมีเข้ามาอย่างต่อเนื่อง รวมถึงการได้ร่วมเป็นพันธมิตรกลับกลุ่มเจมาร์ทเมื่อปีที่ผ่านมา เพื่อต่อยอดธุรกิจอสังหาริมทรัพย์ ทำให้มั่นใจว่าการเติบโตของบริษัทในปีนี้ จะเป็นไปตามแผนงานที่วางไว้

ทั้งนี้ เมื่อวันที่ 22 ก.พ.ที่ผ่านมา คณะกรรมการบริษัท มีมติจ่ายเงินปันผลให้กับผู้ถือหุ้นในอัตราหุ้นละ 0.05 บาท กำหนดวันไม่ได้รับสิทธิปันผล(XD)วันที่ 7 มีนาคม 2567 และจะจ่ายเงินปันผลในวันที่ 23 เมษายน 2567