PRTR กางแผนปี 67 ผู้นำธุรกิจ Outsource ดันรายได้เติบโต 10-15% ด้านกำไรโดดเด่นจาก Recruitment – ธุรกิจใหม่ฟื้นตัวมีนัยสำคัญ

PRTR กางแผนปี 67 ผู้นำธุรกิจ Outsource ดันรายได้เติบโต 10-15% ด้านกำไรโดดเด่นจาก Recruitment – ธุรกิจใหม่ฟื้นตัวมีนัยสำคัญ

PRTR กางแผนปี 67 เติบโตต่อเนื่อง ย้ำการเป็นผู้นำ Total HR Solutions ที่มีมาร์เก็ตแชร์เบอร์หนึ่งในธุรกิจ Outsource ตั้งเป้าปีนี้จัดจ้างพนักงานเพิ่มขึ้นอยู่ที่ประมาณ 18,500 คน ดัน Recurring อยู่ในระดับสูงต่อเนื่อง ขณะที่ธุรกิจที่เป็นไฮมาร์จิ้นในการสรรหาพนักงาน หรือ Recruitment จับกลุ่มลูกค้าธนาคารและการเงิน กลุ่มธุรกิจค้าปลีก กลุ่มสินค้าอุปโภค-บริโภค เข้ามาเพิ่มขึ้น ตั้งเป้าปีนี้จะสรรหาพนักงานได้ประมาณ 2,800 ตำแหน่ง ซึ่งเป็นธุรกิจที่อัตรากำไรขั้นต้นอยู่ในระดับสูงถึง 62-65% ขณะที่ ธุรกิจใหม่ที่เข้าไปลงทุนเริ่มเก็บเกี่ยวผลงาน แม้ปี 66 รับรู้ผลขาดทุนราว 24 ล้านบาท แต่ปีนี้จะดีขึ้นมีนัยสำคัญ คาดคงเหลือการรับรู้ผลขาดทุนจากธุรกิจใหม่เพียงเล็กน้อย ดันภาพรวม PRTR กำไรแข็งแกร่ง ส่วนเป้ารายได้วางไว้จะโต 10-15% จากปีก่อน

นางสาวริศรา เจริญพานิช ประธานเจ้าหน้าที่บริหาร บริษัท พีอาร์ทีอาร์ กรุ๊ป จํากัด (มหาชน) หรือ PRTR เปิดเผยเป้าหมายรายได้ปีนี้คาดเติบโตจากปีก่อน 10-15% เนื่องจากธุรกิจหลักด้านการจัดจ้างพนักงาน (Outsource) และ ธุรกิจบริการสรรหาพนักงาน (Recruitment) เติบโตขึ้นต่อเนื่อง ควบคู่การบริหารต้นทุนทางการเงินที่มีประสิทธิภาพ ขณะที่ ทิศทางธุรกิจใหม่ที่เข้าไปลงทุนปรับตัวดีขึ้น ทำให้ PRTR จะรับรู้ผลขาดทุนจากธุรกิจใหม่ลดลงอย่างมีนัยสำคัญ ทั้งนี้ ผลประกอบการของ PRTR งวดประจำปี 2566 PRTR มีรายได้รวม 6,422.0 ล้านบาท เพิ่มขึ้นจากปีก่อน 5.0% โดยมีธุรกิจบริการสรรหาพนักงาน (Recruitment) เติบโตโดดเด่น ขณะที่ กำไรสุทธิส่วนของบริษัทใหญ่ 206.4 ล้านบาท เพิ่มขึ้นจากปีก่อน 2.1% โดยมีอัตรากำไรขั้นต้น 10.1% อัตรากำไรสุทธิส่วนของบริษัทใหญ่ 3.2%  ทั้งนี้ในปี 2566 มีผลขาดทุนจากธุรกิจใหม่ที่ 24 ล้านบาท โดยหากมองเพียงธุรกิจหลักในปี 2566 บริษัทสามารถทำอัตรากำไรสุทธิได้ที่ 3.6% ซึ่งเป็นอัตรากำไรสุทธิที่สูงขึ้นกว่าเดิมโดยมองว่าธุรกิจหลักยังมีการเติบโตต่อเนื่อง และอีกส่วนหนึ่งเป็นปัจจัยบวกจากต้นทุนทางการเงินที่ลดลงในปีนี้หลังบริษัทเข้า IPO เมื่อ มีนาคม 2566

โดย ธุรกิจหลักด้านการจัดจ้างพนักงาน (Outsource) ในปี 2566 มีพนักงานในกลุ่มราว 16,813 คน ส่วนใหญ่เป็นกลุ่มพนักงานพีซีคิดเป็นประมาณ 40% พนักงานออฟฟิศ 18% กลุ่มพนักงานทั่วไป 12% วิศวกร 10% รวมทั้งกลุ่มพนักงานขายและการตลาด กลุ่ม Customer Service ไอที และคนขับรถ ตามลำดับ รวมมีสัดส่วนรายได้ประมาณ 95.1% ของรายได้ทั้งหมด และคิดเป็นการเติบโตจากปีก่อนหน้าประมาณ 13% ซึ่งคาดว่าในปี 2567 รายได้ในกลุ่ม Outsource จะเติบโตต่อเนื่องที่ประมาณ 10 - 15% จากการรับรู้พนักงานที่เข้ามาเพิ่มเติมในปีที่แล้ว และตั้งเป้าจะขยายพนักงาน Outsource ในปีนี้ให้อยู่ที่ประมาณ 18,500 คน เพิ่มขึ้นมาทั้งจากลูกค้ารายเดิม และลูกค้ารายใหม่ ชูกลุ่มที่เติบโตโดดเด่นยังเป็นกลุ่มเดิมคล้ายปีก่อน แต่ดีมานด์ที่เห็นว่าเข้ามาเพิ่มเติม คือ กลุ่ม Customer Service กลุ่มธนาคารและการเงิน ที่เห็นทิศทางการเข้ามามากขึ้น สนับสนุนรายได้ในบริการ outsource staff ที่เป็นลักษณะ Recurring ที่อยู่ในระดับสูงกว่า 95% ของรายได้รวม และมองหากลุ่มพนักงานใหม่ๆ เช่น กลุ่มแม่บ้าน พนักงานขับรถ เป็นกลุ่มที่ PRTR สนใจ เป็นต้น

ขณะที่ ธุรกิจบริการสรรหาพนักงาน (Recruitment) ในปี 2566 มีสัดส่วนรายได้ประมาณ 4.2% จากการเพิ่มพนักงานสรรหาเข้ามาร่วมทีมในปีที่แล้วเพื่อรุกตลาดนี้ อาทิ กลุ่มธนาคารและการเงิน กลุ่มธุรกิจค้าปลีก กลุ่มสินค้าอุปโภค-บริโภค เป็นต้น โดยปี 2566 เราสามารถสรรหาพนักงานได้ประมาณ 2,438 ตำแหน่ง เกินกว่าเป้าหมายที่วางไว้ พร้อมกับการมีฐานข้อมูลพนักงานในระบบที่เพิ่มขึ้นแตะที่เกือบ 600,000 คนในปี 2566 ที่ผ่านมา โดยในปี 2567 นี้ บริษัทยังคงมุ่งเน้นเจาะกลุ่ม mass recruitment และ พนักงาน Junior Level ให้มากขึ้น จากความต้องการของลูกค้า และสามารถสรรหาได้รวดเร็ว เนื่องจากธุรกิจนี้อัตรากำไรขั้นต้นค่อนข้างสูงมาก หรืออยู่ที่ประมาณ 62-65% ตั้งเป้าปีนี้รายได้เติบโตต่อเนื่องที่ระดับ 15 - 20% และตั้งเป้าจะสรรหาพนักงานได้ประมาณ 2,800 ตำแหน่ง

สำหรับธุรกิจใหม่ที่เข้าไปลงทุนในช่วง 2 ปีที่ผ่านมา มั่นใจว่าเริ่มเห็นภาพการเติบโตที่ชัดเจนขึ้น แม้ในปีก่อน 3 ธุรกิจใหม่ยังคงมีผลขาดทุนรวมประมาณ 24 ล้านบาท เนื่องจากยังอยู่ในช่วงเริ่มต้นธุรกิจ แต่ปี 2567 นี้ คาดจะรับรู้ผลขาดทุนน้อยลงเหลือประมาณ 10 ล้านบาท สะท้อนเรามาถูกทางแล้ว และจะส่งผลให้ภาพรวมกำไรของ PRTR ในปี 2567 เติบโตขึ้น และจะดีต่อเนื่องใน 1-2 ปีจากนี้ได้ ประกอบด้วย ธุรกิจให้บริการฝึกอบรมแบบออนไลน์ผ่านแพลตฟอร์มและออฟไลน์ (Integrated Learning Services) ของ BLACKSMITH ที่คาดจะมีรายได้เพิ่มขึ้นเท่าตัวในปีนี้ ธุรกิจให้บริการซอฟต์แวร์ด้านการบริหารจัดการบุคลากร (Human capital management software) ภายใต้ PINNO และ ธุรกิจบริการจัดหางานผ่านแพลตฟอร์ม (Online Job Platform) ภายใต้ NEXMOVE ที่มีลูกค้าเข้ามาเพิ่มขึ้นต่อเนื่อง

อย่างไรก็ดี ในปีที่ผ่านมา PRTR ได้ต่อยอดไปยังธุรกิจจัดหาคนไปทำงานต่างประเทศ ภายใต้ PRTR Global ไปยังประเทศมาเลเซีย, ฟิลิปปินส์ และสิงคโปร์ ซึ่งไม่มีการลงทุนเพิ่มเติม เริ่มรับรู้รายได้เข้ามาแล้วจากกลุ่มลูกค้า Customer Service แอร์โฮสเตส และจะเดินหน้าขยายต่อเนื่อง

“ธุรกิจหลักของ PRTR ในกลุ่ม Outsource แม้ในยามที่เศรษฐกิจแย่ แต่ Outsource ไม่ค่อยกระทบ สะท้อนจากช่วงโควิดที่ผ่านมา ความต้องการคนในการจัดจ้างพนักงานยังคงมีต่อเนื่อง ขณะที่กลุ่ม  Recruitment สรรหาพนักงานลดลงในช่วงโควิด เนื่องจาก ลูกค้ายังไม่กล้าจ้างพนักงานประจำแต่ปัจจุบันการจ้างงานเริ่มกลับสู่ภาวะปกติ ทำให้เรามองว่าธุรกิจ Outsource จะเป็นการเติบโตอย่างไม่หวือหวา แต่มั่นคง โดยมี Recruitment เข้ามาเสริมทัพ และเทรนด์ที่เติบโตของธุรกิจนี้ สนับสนุนอัตรากำไรของ PRTR ที่สูงขึ้นต่อเนื่องได้ พร้อมกันนี้ เรายังเข้าไปลงทุนในธุรกิจใหม่ เริ่มขยายกิจการในช่วง 2 ปีที่ผ่านมา โดยโฟกัสว่า จะทำอย่างไรให้ PRTR เป็นมากกว่า HR Management แต่เราคือ Total HR Solution ที่มาร์เก็ตแชร์ธุรกิจ Outsource เป็นเบอร์หนึ่ง ทำให้ปี 2566 เรารับรู้ผลขาดทุนจากธุรกิจใหม่นี้ราว 24 ล้านบาท แต่จะดีขึ้นอย่างมีนัยสำคัญ และสามารถรีเทิร์นกลับมาเป็นกำไรที่แข็งแกร่งในช่วง 1-2 ปีจากนี้ได้” คุณริศรา กล่าวทิ้งท้าย