“มูลนิธิรักษ์ไทย” นำเครื่องเอกซเรย์แบบพกพาจาก “ฟูจิฟิล์ม” มอบให้ “รพ. แม่ตื่น” ขับเคลื่อนภารกิจตรวจคัดกรองเชิงรุกในพื้นที่ห่างไกล อ. อมก๋อย จ. เชียงใหม่

“มูลนิธิรักษ์ไทย” นำเครื่องเอกซเรย์แบบพกพาจาก “ฟูจิฟิล์ม” มอบให้ “รพ. แม่ตื่น” ขับเคลื่อนภารกิจตรวจคัดกรองเชิงรุกในพื้นที่ห่างไกล อ. อมก๋อย จ. เชียงใหม่

กรุงเทพฯ 25 มีนาคม 2567 — บริษัท ฟูจิฟิล์ม (ประเทศไทย) จำกัด เผยเครื่องเอกซเรย์แบบพกพา FDR Xair” ได้รับความไว้วางใจจากมูลนิธิรักษ์ไทย สมาชิกองค์กร CARE International โดยการจัดซื้อผ่านการสนับสนุนจากกองทุนโลก เพื่อนำไปใช้ในภารกิจยุติวัณโรคด้วยการตรวจคัดกรองเชิงรุกในพื้นที่เสี่ยงและประชากรกลุ่มเปราะบางที่ไม่สามารถเข้าถึงบริการด้านสาธารณสุข สอดคล้องกับเป้าหมายโครงการ Stop TB and AIDS through RRTTPR Year 2024-26 (STAR 2024-26) ของมูลนิธิฯ โดยล่าสุดมูลนิธิรักษ์ไทย ได้นำหนึ่งในเครื่องเอกซเรย์จากฟูจิฟิล์มที่จัดซื้อผ่านกองทุนโลก ไปมอบให้แก่โรงพยาบาลแม่ตื่น โดยที่ผ่านมา ฟูจิฟิล์ม ประเทศไทย และมูลนิธิรักษ์ไทย ได้ทำงานร่วมกันเพื่อสร้างความตระหนักรู้ถึงความสำคัญของการตรวจคัดกรองเชิงรุกเพื่อต่อสู้กับวัณโรคในไทย รพ. แม่ตื่น จะนำเครื่องเอกซเรย์ใหม่ไปออกหน่วยในชุมชนกลุ่มเสี่ยงที่เข้าไม่ถึงการคัดกรอง คาดว่าจะสามารถตรวจคัดกรองกลุ่มเสี่ยงได้ถึง 1,500 รายต่อปีจากประชากรกว่า 70,000 รายในพื้นที่อำเภออมก๋อย จังหวัดเชียงใหม่

รายงาน TB Global Report 2023 โดยองค์กรอนามัยโลก เผยว่าวัณโรคคร่าชีวิตผู้คนไปกว่า 1.3 ล้านคนในปี 2565 โดยประเทศไทย ซึ่งได้รับการจัดให้เป็นประเทศที่มีตัวเลขการติดเชื้อสูง ยังคงเผชิญกับปัญหาการติดเชื้ออย่างต่อเนื่อง และมีรายงานผู้เสียชีวิตจากวัณโรคราว 12,000 -14,000 คนต่อปี นอกจากนี้ ยังมีประชากรอีกจำนวนมากที่อาจติดเชื้อวัณโรคโดยไม่ได้รับการวินิจฉัย เนื่องจากเข้าไม่ถึงการตรวจคัดกรอง

คุณนิภา ชมภูป่า ผู้ประสานงานโครงการสุขภาพ มูลนิธิรักษ์ไทยภาคเหนือ กล่าวถึงภารกิจในครั้งนี้ว่า “โครงการ Stop TB and AIDS through RRTTPR Year 2024-26 (STAR 2024-26) ภายใต้การดำเนินงานของมูลนิธิรักษ์ไทย มุ่งเน้นการช่วยเหลือกลุ่มประชากรข้ามชาติและกลุ่มเปราะบางรวมทั้งหมด 19 จังหวัด โดย จ.เชียงใหม่มีแรงงานข้ามชาติราว 200,000 คน เป็นกลุ่มขึ้นทะเบียนแรงงานถูกต้องประมาณ 80,000 คน  โดยการนำประชากรที่เป็นกลุ่มเป้าหมายนี้มาเข้ากระบวนการตรวจคัดกรองเป็นเรื่องท้าทาย โดยเฉพาะในพื้นที่อมก๋อย ที่มีประชากรข้ามชาติและแรงงานที่ไม่ได้ขึ้นทะเบียนอยู่มาก โดยหนึ่งในภารกิจท้าทายของมูลนิธิในโครงการ STAR 2024-26 ครั้งนี้คือการยุติการติดเชื้อวัณโรคและ HIV ในกลุ่มผู้ใช้สารเสพติด ซึ่งมีความเสี่ยงสูงในการติดเชื้อวัณโรค เราจึงร่วมมือกับโรงพยาบาลแม่ตื่น ที่ดูแลประชาชนในพื้นที่อมก๋อย โดยเราจำเป็นต้องเข้าตรวจเชิงรุกในชุมชนกลุ่มเสี่ยง ทั้งประชากรข้ามชาติและกลุ่มผู้ใช้สารเสพติด มูลนิธิรักษ์ไทยได้รับการสนับสนุนจากกองทุนโลก เพื่อจัดซื้อเครื่องเอกซเรย์แบบพกพา “FDR Xair” ที่มาพร้อม AI ที่ช่วยแพทย์ประเมินผลเอกซเรย์ได้อย่างมีประสิทธิภาพระหว่างการออกหน่วยตรวจคัดกรอง เพื่อนำผู้เสี่ยงติดเชื้อไปรับการวินิจฉัยได้เร็วและนำเข้ากระบวนการรักษาได้ทันท่วงที

ด้านนายแพทย์ธนชล วงส์หิรัญเดชา ผู้อำนวยการ โรงพยาบาลแม่ตื่น อธิบายความท้าทายในการเข้าถึงกลุ่มเปราะบางในพื้นที่ว่า “รพ.แม่ตื่น ดูแลรับผิดชอบประชากรราว 16,500 คน  ครอบคลุม 2 ตำบลของ อ. อมก๋อย ได้แก่ ต.แม่ตื่น และ ต.ม่อนจอง ซึ่งห่างจากตัวเมืองเชียงใหม่ประมาณ 270 กิโลเมตรโดยใช้เวลาเดินทางขึ้นเขาสูงชันกว่า ชั่วโมง ในพื้นที่นี้ มีผู้ติดฝิ่นและผู้ป่วย HIV อยู่ด้วย ซึ่งถือว่าเป็นกลุ่มมี่เสี่ยงต่อการติดเชื้อวัณโรคมากกว่าประชากรทั่วไปหลายเท่า แต่การนำประชากรกลุ่มนี้มาตรวจคัดกรองและรักษานั้นเป็นเรื่องที่ท้าทาย รพ. แม่ตื่นจึงได้ปรึกษามูลนิธิรักษ์ไทย ในการนำอุปกรณ์ตรวจคัดกรองที่เข้าถึงชุมชนเหล่านี้ เราได้รับการสนับสนุนเครื่องเอกซเรย์แบบพกพา FDR Xair ที่มีระบบ AI ที่ช่วยให้เราออกหน่วยคัดกรองคนจำนวนมากได้ ในปี 2567 เราจะขยายการคัดกรองเชิงรุกในกลุ่มเสี่ยงและตั้งเป้าคัดกรองประชากรถึง 1,500 คนต่อปี จากประชากรทั้งหมด 70,000 คนในพื้นที่อมก๋อย”

เครื่องเอกซเรย์ของฟูจิฟิล์ม เป็นหัวใจสำคัญของภารกิจการตรวจคัดกรองครั้งนี้ เครื่องดังกล่าวได้รับการรับรองจากกองทุนโลก ด้านคุณภาพและการใช้งานที่เหมาะกับบุคลากรทางการแพทย์ โดย มร. โซ มารูโอะ กรรมการผู้จัดการ บริษัท ฟูจิฟิล์ม (ประเทศไทย) จำกัด กล่าวว่า "เราภูมิใจที่ได้ร่วมนำเทคโนโลยีเอกซเรย์ล้ำสมัยมาต่อสู้กับวัณโรค การตรวจพบเชื้ออย่างรวดเร็ว เป็นกุญแจสำคัญสู่การรักษาวัณโรคที่มีประสิทธิภาพ เครื่องเอกซเรย์ FDR Xair มีขนาดกะทัดรัด พกพาง่าย และอ่านผลได้อย่างรวดเร็ว เหมาะสำหรับการออกหน่วยตรวจนอกโรงพยาบาล จุดแข็งของเครื่องนี้คือขนาดเล็กและน้ำหนักที่เบาเพียง 3.5 กก. ทั้งยังมีแบตเตอรี่ในตัว ทำให้พกพาไปออกตรวจได้แบบไม่ต้องใช้ไฟฟ้า ฟูจิฟิล์ม ยังคงเดินหน้าสร้างสรรค์นวัตกรรมทางการแพทย์ที่ช่วยเปลี่ยนแปลงชีวิตผู้คน ภายใต้จุดมุ่งหมายใหม่ของกลุ่มบริษัทฟูจิฟิล์มในการ 'แต่งแต้มรอยยิ้มให้โลกของเรา' บริษัทเดินหน้าสนับสนุนบุคลากรทางการแพทย์ในภารกิจยุติวัณโรค เพื่อนำไปสู่การรักษาโรคนี้ได้อย่างทันท่วงที ด้วยความมุ่งมั่นที่จะสร้างรอยยิ้มให้แก่ผู้คนอีกมากมาย"