QTCG เปิดจองหุ้น IPO วันแรกคึกคัก จ่อลงสนามเทรด mai 4 เม.ย.นี้

QTCG เปิดจองหุ้น IPO วันแรกคึกคัก จ่อลงสนามเทรด mai 4 เม.ย.นี้

บมจ.คิวทีซีจี “QTCG” ปลื้ม เปิดจองซื้อหุ้น IPO ที่ระดับราคา 1.20 บาทต่อหุ้น วันแรกคึกคัก กระแสตอบรับดีเกินคาดมั่นใจนักลงทุนเชื่อมั่นในศักยภาพการเป็นผู้นำธุรกิจให้บริการด้านรับเหมาติดตั้งงานระบบวิศวกรรมประกอบอาคาร (Mechanical & Electrical: M&E) อย่างครบวงจรระดับชั้นนำของประเทศไทย พร้อมระบุการเข้าระดมทุนครั้งนี้ไม่ทำให้นักลงทุนผิดหวัง เล็งสยายปีกสู่การเข้ารับติดตั้งงานระบบฯในโปรเจกต์ขนาดใหญ่ขึ้นเพื่อสร้างรากฐานการเติบโตอย่างยั่งยืนในอนาคต เตรียมเคาะระฆังเข้าเทรด ในตลาดหลักทรัพย์ mai 4 เม.ย.นี้

นายธิติวัฒน์ เงินนำโชคธนรัตน์ ประธานเจ้าหน้าที่บริหาร บริษัท คิวทีซีจี จำกัด (มหาชน) หรือ QTCG เปิดเผยว่า หลังจากที่บริษัทฯ ได้มีการนำเสนอข้อมูลต่อนักลงทุนทั่วไป (Retail Investor Roadshow) ที่อ.หาดใหญ่ จ.สงขลา และ กรุงเทพฯ ในช่วงที่ผ่านมา พบว่านักลงทุนให้ความสนใจเข้าร่วมรับฟังข้อมูลเป็นจำนวนมาก สะท้อนถึงการตอบรับของกลุ่มนักลงทุน โดยจะเห็นได้จากวันนี้ซึ่งเป็นวันแรกของการเปิดให้จองซื้อหุ้น IPO ตามกรอบระยะเวลาซื้อขายระหว่างวันที่ 27-29 มีนาคม 2567 ที่ระดับราคาเสนอขายหุ้น IPO ที่ 1.20 บาทต่อหุ้น โดยเสนอขายหุ้นสามัญเพิ่มทุนให้กับประชาชนทั่วไป (IPO) จำนวน 180 ล้านหุ้น มูลค่าที่ตราไว้หุ้นละ 0.50 บาท ผ่านบริษัทหลักทรัพย์ ยูโอบี เคย์เฮียน (ประเทศไทย) จำกัด (มหาชน) บริษัทหลักทรัพย์ ทรีนีตี้ จำกัด และ บริษัทหลักทรัพย์ เอสบีไอ ไทย ออนไลน์ จำกัด ปรากฏว่ากลุ่มนักลงทุนจำนวนมากแจ้งความประสงค์เพื่อจองซื้อหุ้น QTCG ผ่านทั้ง 3 โบรกฯ เข้ามาอย่างต่อเนื่อง ซึ่งถือเป็นการส่งสัญญาณเชิงบวกสำหรับหุ้นน้องใหม่ QTCG

ด้วยความโดดเด่นของ Business Model ที่เป็นหนึ่งในผู้นำธุรกิจให้บริการด้านรับเหมาติดตั้งงานระบบวิศวกรรมประกอบอาคาร (Mechanical & Electrical: M&E) อย่างครบวงจรระดับชั้นนำของประเทศที่มากด้วยประสบการณ์กว่า 23 ปี มีทีมวิศวกรที่มีศักยภาพในการให้บริการรับเหมาติดตั้งงานระบบวิศวกรรมภายในอาคาร ระดับพรีเมี่ยม เกรด ให้กับโครงการคุณภาพมาแล้วมากกว่า 1,000 โครงการ อาทิ โครงการ Andaz Resort Pattaya, โครงการอาคารหอประชุมกองทัพบก, โรงแรมคาเพลลา, อาคาร จี แลนด์ พระราม 9, คอนโดมิเนียม Khun By Yoo , อาคารพักอาศัยของสำนักงานปลัดกระทรวงกลาโหม, โครงการงานปรับปรุงพื้นที่ตึกผู้ป่วยนอกโรงพยาบาลศิริราช, โครงการอาคารโรงงาน ITC- 3.2 (สมุทรสาคร) เป็นต้น ซึ่งจะเห็นได้ว่า QTCG มีกลุ่มลูกค้ากระจายอยู่ในหลากหลายอุตสาหกรรมทั้งกลุ่มโรงไฟฟ้า, กลุ่มโรงงานอุตสาหกรรม, กลุ่มอาคาร, กลุ่มโรงพยาบาล และกลุ่มโรงแรม

ดังนั้นเชื่อว่าการเข้าระดมทุนในตลาดหลักทรัพย์ เอ็ม เอ ไอ ครั้งนี้จะเพิ่มศักยภาพความแข็งแกร่งฐานะทางการเงินให้กับบริษัทฯ สู่การต่อยอดการลงทุนเพื่อรองรับการเข้าประมูลโครงการใหญ่ๆ ในอนาคต พร้อมทั้งยังสามารถต่อยอดและขยายฐานงานเดิมที่มีอยู่ โดย ณ วันที่ 31 ธันวาคม 2566 บริษัทฯ มีมูลค่างานที่ยังไม่ได้รับรู้รายได้ประมาณ 1,158 ล้านบาท ซึ่งเป็นงานขนาดใหญ่ในกลุ่มลูกค้าที่มีชื่อเสียงต่อเนื่องจากโครงการเดิม อาทิ โครงการ CIB International school, โครงการ คอนโด ชูช์ ราชเทวี (SHUSH), โครงการก่อสร้างอาคารกระทรวงมหาดไทย, โครงการ พัฒนาพื้นที่ส่วนขยาย ศูนย์ราชการเฉลิมพระเกียรติ ๘๐ พรรษา ๕ ธันวาคม ๒๕๕๐ โซน C, โครงการ วัน อมตะ, โครงการก่อสร้างอาคารใหม่ตลาดยิ่งเจริญ, โครงการ KIS International school เป็นต้น ดังนั้นจากปัจจัยดังกล่าวในข้างต้นสะท้อนถึงความเชื่อมั่นของนักลงทุนที่ให้การตอบรับในหุ้น QTCG และบริษัทฯ มีความพร้อมที่จะเข้าทำการซื้อขายในตลาดหลักทรัพย์เอ็ม เอ ไอ ในวันที่ 4 เมษายนนี้

ด้านนายกิตติชัย นาคะประเสริฐกุล รองกรรมการผู้จัดการอาวุโส ฝ่ายวาณิชธนกิจ บริษัทหลักทรัพย์ ยูโอบี เคย์เฮียน (ประเทศไทย) จำกัด (มหาชน) ในฐานะบริษัทที่ปรึกษาทางการเงินและผู้จัดการการจัดจำหน่ายและรับประกันการจำหน่ายร่วม (Joint Lead Underwriter) กล่าวว่า QTCG จัดเป็นหุ้น Growth Stock ที่สร้างมูลค่าเพิ่มสู่การเติบโตอย่างแข็งแกร่งและยั่งยืนในอนาคต

เนื่องจาก QTCG จัดอยู่ในกลุ่มอุตสาหกรรมรับเหมาก่อสร้าง โดยในปี 2567 นี้ กลุ่มอุตสาหกรรมดังกล่าวจะมีการขยายตัวที่ดีขึ้นซึ่งเป็นผลจากการกระตุ้นเศรษฐกิจของภาครัฐ การเร่งเบิกจ่ายงบประมาณปี 2567 ที่จะเกิดขึ้นช่วงเดือนมิถุนายน - กันยายน 2567 ส่งผลให้โครงการก่อสร้างต่าง ๆ ต้องเร่งเดินหน้าลงทุน ดังนั้นหากภาคการก่อสร้างคึกคักก็จะส่งผลดีต่อ QTCG ที่จะเข้ารับงานให้บริการรับเหมาติดตั้งงานระบบวิศวกรรมภายในอาคารได้อย่างมีนัยสำคัญ จากปัจจัยข้างต้นทำให้หุ้น QTCG ได้รับการตอบรับที่ดีจากนักลงทุนตั้งแต่วันแรก ดังนั้นมองว่าในอีก 2 วันที่เหลือของระยะเวลาการเปิดจองซื้อ (27-29 มี.ค.นี้) ก็ยิ่งจะได้รับกระแสตอบรับที่ดีจากกลุ่มนักลงทุนมากยิ่งขึ้นอย่างแน่นอน