SPREME สุดฮอต! ไอพีโอขายเกลี้ยง 200 ล้านหุ้น ลั่นระฆังเทรดใน SET 2 พ.ค.นี้ ลุยประมูลงานขนาดใหญ่ภาครัฐ ดันผลงานปี 67 โต Double-Digit

SPREME สุดฮอต! ไอพีโอขายเกลี้ยง 200 ล้านหุ้น ลั่นระฆังเทรดใน SET 2 พ.ค.นี้ ลุยประมูลงานขนาดใหญ่ภาครัฐ ดันผลงานปี 67 โต Double-Digit

บมจ.สุพรีม ดิสทิบิวชั่น หรือ SPREME หุ้นICTอนาคตไกล ขายเกลี้ยง 200 ล้านหุ้น สะท้อนความเชื่อมั่นธุรกิจเติบโตยั่งยืน ตอกย้ำความเป็นผู้นำด้าน System Integrator และบริการบำรุงรักษาและซ่อมแซมระบบคอมพิวเตอร์และอุปกรณ์ต่อพ่วงหลังการขาย และการให้เช่าระบบคอมพิวเตอร์และอุปกรณ์ต่อพ่วงที่มีแนวโน้มเติบโตสูง “ธีรฉัตร ศิลปสนธยานนท์” ในฐานะแกนนำการจัดจำหน่ายและรับประกันการจัดจำหน่ายหุ้น ระบุหุ้น SPREME ได้รับความสนใจจากนักลงทุนทั่วไปอย่างคึกคัก เตรียมลงสนามเทรด SET วันที่ 2 พ.ค.นี้ ขณะที่ “วรชาติ ทวยเจริญ” ที่ปรึกษาทางการเงิน ชี้จุดเด่นมีความเชี่ยวชาญงานประมูลภาครัฐกว่า 20 ปี จ่อขึ้นแท่นหุ้นไอพีโอน้องใหม่ขวัญใจนักลงทุน ฟากซีอีโอ “ภานุวัฒน์ ขันธโมลีกุล” พร้อมเดินหน้าประมูลโครงการขนาดใหญ่มากกว่า 1 พันล้านบาท  ลุยทำ M&A ต่อยอดธุรกิจเทคโนโลยีฯ ดันรายได้ปีนี้โต Double-Digit

นายธีรฉัตร ศิลปสนธยานนท์ ผู้อำนวยการ บริษัทหลักทรัพย์ ฟินันซ่า จำกัด ในฐานะผู้จัดการการจัดจำหน่ายและรับประกันการจำหน่ายหุ้นสามัญของ บริษัท สุพรีม ดิสทิบิวชั่น จำกัด (มหาชน) หรือ SPREME เปิดเผยว่า ผลการจองซื้อหุ้นไอพีโอของ SPREME จำนวน 200 ล้านหุ้น มูลค่าที่ตราไว้ (พาร์) 0.50 บาทต่อหุ้น ในราคาหุ้นละ 2.60 บาท ระหว่างวันที่ 23-25 เมษายน 2567 ที่ผ่านมา ได้รับความสนใจจากนักลงทุนอย่างดีเยี่ยม เนื่องจากมั่นใจในปัจจัยพื้นฐานของ SPREME ตอกย้ำความเป็นผู้นำด้าน System Integrator ที่มีศักยภาพการเติบโตในอนาคต สอดคล้องกับแนวทางการพัฒนาประเทศไทยเข้าสู่รูปแบบ เมืองอัจฉริยะ (Smart City) และความปลอดภัยสาธารณะ (Public Safety)

ทั้งนี้ การที่หุ้น SPREME ได้รับความสนใจจากนักลงทุน เนื่องจากการกำหนดราคาหุ้นอยู่ในระดับที่เหมาะสมกับปัจจัยพื้นฐานที่แข็งแกร่ง คิดเป็นอัตราส่วนราคาต่อกำไรสุทธิต่อหุ้น (P/E ratio) เท่ากับประมาณ 12.29 เท่า ซึ่งถือเป็นระดับราคาที่เหมาะสม โดยหุ้น SPREME เตรียมเข้าซื้อขายในตลาดหลักทรัพย์แห่งประเทศไทย (SET) ในวันที่ 2 พฤษภาคม 2567 ในกลุ่มอุตสาหกรรมเทคโนโลยีสารสนเทศและการสื่อสาร หรือ ICT ขณะที่กลุ่มผู้ถือหุ้นใหญ่พร้อมใจล็อคอัพเต็มจำนวน 100%

นายวรชาติ ทวยเจริญ กรรมการผู้จัดการ บริษัท ฟินเน็กซ์ แอ๊ดไวเซอรี่ จำกัด ในฐานะที่ปรึกษาทางการเงิน กล่าวว่า จุดเด่นของ SPREME คือ มีความรู้ความเชี่ยวชาญในการประมูลงาน และดำเนินงานโครงการระบบสารสนเทศกับภาครัฐมากกว่า 20 ปี ตั้งแต่ปี 2545 จึงทำให้บริษัทฯ ได้รับความเชื่อมั่นจากหน่วยงานภาครัฐ โดยเฉพาะกระทรวงศึกษาธิการที่บริษัทฯ ประมูลงานได้อย่างสม่ำเสมอ ทั้งยังเป็นพันธมิตรกับคู่ค้ารายใหญ่ซึ่งเป็นผู้ผลิตที่มีชื่อเสียงระดับสากล เช่น HP, Lenovo, Acer, Apple, Intel, DELL, Epson, Canon, Brother, LG, Xerox, Samsung, Cisco, D-Link, Aruba, Axis, Boss, Honeywell, Microsoft และ VMWare ทำให้สามารถจัดหาผลิตภัณฑ์ได้ตรงกับความต้องการของลูกค้า ทั้งในด้านคุณภาพสินค้าและจำนวนในการส่งมอบอย่างตรงต่อเวลา

ปัจจุบัน SPREME ประกอบธุรกิจด้านเทคโนโลยีสารสนเทศและการสื่อสาร โดยเป็นผู้ออกแบบ ติดตั้ง และจัดจำหน่ายระบบเทคโนโลยีสารสนเทศ ระบบเครือข่าย อย่างครบวงจร (SI : System Integrator) พร้อมทั้งให้บริการซ่อมแซม บำรุงรักษา และการให้เช่าอุปกรณ์ โดยแบ่งกลุ่มธุรกิจเป็น 3 ประเภท ได้แก่ 1. ธุรกิจจำหน่ายและติดตั้งอุปกรณ์ที่เกี่ยวข้องกับระบบเทคโนโลยีสารสนเทศและระบบเครือข่าย (ธุรกิจจำหน่ายและติดตั้ง), 2. ธุรกิจให้บริการดูแลบำรุงรักษาและซ่อมแซมระบบคอมพิวเตอร์และอุปกรณ์ต่อพ่วง (ธุรกิจ MA) และ 3. ธุรกิจให้เช่าระบบคอมพิวเตอร์และอุปกรณ์ต่อพ่วง

นายภานุวัฒน์ ขันธโมลีกุล ประธานเจ้าหน้าที่บริหาร บริษัท สุพรีม ดิสทิบิวชั่น จำกัด (มหาชน) หรือ SPREME กล่าวว่า หลังเข้าระดมทุนในตลาดหลักทรัพย์ฯ บริษัทฯ พร้อมเข้าประมูลโครงการขนาดใหญ่ของภาครัฐในระดับมูลค่า 1 พันล้านบาทขึ้นไป  และเตรียมลงทุนซื้อกิจการเพื่อต่อยอดธุรกิจเดิมของบริษัทฯ (M&A) โดยเน้นธุรกิจที่เกี่ยวเนื่องกับธุรกิจเดิมของ SPREME คาดว่าจะสนับสนุนรายได้รวมปี 2567 เติบโตระดับDouble-Digit

"ภายหลังจากการระดมทุนในครั้งนี้จะทำให้บริษัทฯได้รับการยอมรับจากคู่ค้าและพันธมิตร รวมถึงสามารถเพิ่มศักยภาพในการประมูลงานขนาดใหญ่ในระดับ 1 พันล้านบาทขึ้นไป ซึ่งจะสนับสนุนการเติบโตในอนาคตได้เป็นอย่างดี"นายภานุวัฒน์กล่าว

สำหรับผลการดำเนินงานในปี 2566 บริษัทฯ มีรายได้รวม 1,276.41 ล้านบาท ประกอบด้วย 1. รายได้จากธุรกิจจำหน่ายและติดตั้ง จำนวน 1,108.81 ล้านบาท, 2. ธุรกิจ MA จำนวน 97.17 ล้านบาท , 3. ธุรกิจให้เช่า จำนวน 50.34 ล้านบาท , 4. รายได้อื่นๆ 20.09 ล้านบาท และมีกำไรสุทธิ 156.59 ล้านบาท