ผถห. EVER ไฟเขียวซื้อที่ดิน “สุวินทวงศ์ โกลด์ฯ” มูลค่า 167 ลบ.ลุยโปรเจคบ้านเดี่ยว “33 Residence” คาดเริ่มก่อสร้างภายในไตรมาส 3-4 ปีนี้

ผถห. EVER ไฟเขียวซื้อที่ดิน “สุวินทวงศ์ โกลด์ฯ” มูลค่า 167 ลบ.ลุยโปรเจคบ้านเดี่ยว "33 Residence" คาดเริ่มก่อสร้างภายในไตรมาส 3-4 ปีนี้

ผู้ถือหุ้น บมจ.เอเวอร์แลนด์ (EVER) โหวตอนุมัติซื้อที่ดิน ”สุวินทวงศ์ โกลด์ แอสเซ็ท“มูลค่า 167 ล้านบาท รับแผนเปิดโครงการบ้านเดี่ยว "33 Residence" เผยอยู่ระหว่างศึกษากลุ่มลูกค้าเป้าหมายเพื่อตอบโจทย์กลุ่มลูกค้าบ้านหรู คาดเริ่มก่อสร้างภายในไตรมาส 3-4/67 ทยอยรับรู้รายได้ในปลายปี 68 หนุนผลงานโตต่อเนื่อง

นายสวิจักร์ โลจายะ ประธานกรรมการ บริษัท เอเวอร์แลนด์ จำกัด (มหาชน) (EVER) ผู้พัฒนาอสังหาริมทรัพย์คอนโดมิเนียมภายใต้แบรนด์ “เดอะโพลิแทน” ทำเลย่านสนามบินน้ำโครงการแนวราบ-บ้านเดี่ยว แบรนด์ “มายโฮม”  ทำเลย่านสุวินทวงศ์  และโครงการแนวราบ-ทาวน์โฮม แบรนด์ “เอเวอร์ซิตี้” เปิดเผยว่า ที่ประชุมสามัญผู้ถือหุ้นประจำปี 2567 เมื่อวันที่ 26 เมษายน 2567 มีมติอนุมัติการเข้าซื้อที่ดินจำนวน 3 แปลง ซึ่งเป็นของบริษัท สุวินทวงศ์ โกลด์ แอสเซ็ท จำกัด (SWG) มูลค่า 167.50 ล้านบาท เพื่อพัฒนาโครงการบ้านเดี่ยวจำนวน 33 ยูนิต ภายใต้โครงการ 33 Residence โดยคาดว่าจะเริ่มพัฒนาโครงการในปลายไตรมาส 3 – 4 ปีนี้ และรับรู้รายได้ในช่วงปลายปี 2568

"ต้องขอขอบคุณผู้ถือหุ้นทุกท่านที่ให้การสนับสนุนบริษัทฯ และเชื่อมั่นในความมุ่งมั่นและแผนการสร้างธุรกิจให้เติบโต  เราพร้อมที่จะสร้างมุ่งมั่นและสร้างผลตอบแทนที่ดีต่อเนื่อง โดยเรายังเดินหน้าขยายการลงทุน และพัฒนาโครงการต่อเนื่อง ตามแผนที่วางไว้  เพื่อสนับสนุนให้มีผลการดำเนินงานโตต่อเนื่อง"นายสวิจักร์ กล่าว

บริษัทฯยังคงเดินหน้าพัฒนาโครงการตามเป้าหมายที่วางไว้ โดยเน้นโครงการแนวราบ เนื่องจากการตอบรับที่ดีจากการเปิดขายโครงการแนวราบบ้านเดี่ยว บ้านแฝดและทาวน์โฮม โดยในปี 2567 บริษัทฯ เตรียมเปิดขายโครงการใหม่   2 โครงการ มูลค่า 2,000 ล้านบาท ได้แก่ โครงการ “เอวาริส-ราชพฤกษ์ตัดใหม่” จำนวน 128 ยูนิต ซึ่งเป็นบ้านแฝดและบ้านเดี่ยว มูลค่า 630  ล้านบาท และเปิดขายเฟสต่อเนื่อง บ้านเดี่ยวแบรนด์ “มายโฮม” โครงการซิลเวอร์เลค วินด์ เฟส 3 จำนวน 31 ยูนิต จากมูลค่าโครงการทั้ง 3 เฟสรวมมูลค่า 1,300 ล้านบาท ซึ่งมีราคาเฉลี่ยอยู่ที่ 5.99 - 15 ล้านบาท/แปลง

ประธานกรรมการ EVER กล่าวอีกว่า ในปี 2567 คาดว่ารายได้จะเติบโตต่อเนื่อง จากยอดขายโครงการต่างๆ เข้ามาสนับสนุน ทั้งแนวราบและแนวสูง โดยปัจจุบันมียอดขายรอโอน (Backlog) กว่า 600 ล้านบาท ซึ่งจะทยอยรับรู้ถึงปี 2568