HFT ท็อปฟอร์ม!! งบโค้งแรก มีกำไรกว่า 148 ลบ. โตสนั่น 421% กวาดรายได้ 687 ลบ. ส่งซิกปีนี้เทิร์นอะราวด์ ออเดอร์เริ่มกลับมาหนุนรายได้ทั้งปีโต 15%

HFT ท็อปฟอร์ม!! งบโค้งแรก มีกำไรกว่า 148 ลบ. โตสนั่น 421% กวาดรายได้ 687 ลบ. ส่งซิกปีนี้เทิร์นอะราวด์ ออเดอร์เริ่มกลับมาหนุนรายได้ทั้งปีโต 15%

“บมจ.ฮั้วฟง รับเบอร์ (ไทยแลนด์) หรือ HFT” ประกาศผลงานไตรมาสแรกปีนี้ โกยกำไร 148.47 ลบ. เพิ่มขึ้นกว่า 421.48% กวาดรายได้ 687.60 ลบ. เพิ่มขึ้น 13.20% จากงวดเดียวกันของปีก่อน ประเมินแนวโน้มผลประกอบการปี 67 เทิร์นอะราวด์ ออเดอร์เริ่มกลับมา หลังสถานการณ์โควิดคลี่คลาย หนุนรายได้ทั้งปีโต 15% ตามแผน

นายจวง จื้อ เหยา รองประธานกรรมการ บริษัท ฮั้วฟง รับเบอร์ (ไทยแลนด์) จำกัด (มหาชน) หรือ HFT  เปิดเผยว่า ผลประกอบการของบริษัทฯ งวดไตรมาส 1 ปี 2567 บริษัทฯ มีกำไรสุทธิอยู่ที่  148.47 ล้านบาท เพิ่มขึ้น 120.02 ล้านบาท หรือคิดเป็น 421.86% จากงวดเดียวกันของปีก่อนที่มีกำไรสุทธิ 28.45 ล้านบาท ขณะที่รายได้จากการขายอยู่ที่ 687.60 ล้านบาท  เพิ่มขึ้น 80.16 ล้านบาท หรือคิดเป็น 13.20% เทียบกับงวดเดียวกันของปีก่อนที่มีรายได้ 607.44 ล้านบาท เนื่องจากวิกฤตการณ์โควิดที่ผ่านมา ทำให้คลังสินค้าของลูกค้านั้นเต็มและยังไม่ได้รับการระบาย แต่ในปี 2567 นี้ สต๊อกสินค้าปรับตัวดีขึ้น และลูกค้าทยอยสั่งสินค้าเพิ่มขึ้น โดยมองคำสั่งซื้อจะเริ่มกลับมาสู่สภาวะปกติ

“ผลประกอบการออกมาเป็นที่น่าประทับใจทั้งรายได้และกำไร จากรายได้ที่เพิ่มขึ้น ตามคำสั่งซื้อที่เริ่มกลับมาเป็นเหมือนเดิม ความต้องการยางนอก-ยางในรถจักรยานกลุ่มลูกค้ายุโรปยังเติบโตดี และบริษัทได้รับผลบวกจากค่าเงินบาทที่อ่อนค่าลง ทำให้ได้กำไรจากอัตราแลกเปลี่ยนประมาณ 30%  อย่างไรก็ดี ปัจุจบันออเดอร์เริ่มกลับมาแล้ว แม้กลับมายังไม่เต็มหนึ่งร้อยเปอร์เซ็นต์ก็ตาม แต่มองว่าจะอยู่ในทิศทางขาขึ้น” นายจวง จื้อ เหยา กล่าว

อย่างไรก็ดี เชื่อว่าปีนี้บริษัทตั้งเป้ารายได้จะเติบโตราว 15% จากปีก่อน โดยขณะนี้บริษัทกำลังเร่งกำลังการผลิตอย่างเต็มที่เพื่อผลิตสินค้าตามคำสั่งซื้อที่เพิ่มขึ้น โดยพนักงานทำงานล่วงเวลา(โอที) เต็มเวลาที่กฏหมายกำหนด และมีนโยบายจ้างงานเพิ่มขึ้น เพื่อเพิ่มกำลังการผลิตรองรับงานในมือและแผนขยายตลาดในอนาคต

ทั้งนี้ บริษัทมีนโยบายในการเปิดตลาดใหม่โดยการหากลุ่มลูกค้าที่มีชื่อเสียงเป็นที่รู้จักอย่างกว้างขวาง เพื่อกระจายสินค้าไปยังลูกค้าได้มากขึ้นและขยายตลาดไปยังกลุ่มลูกค้าที่มีกำลังซื้อสูง โดยปัจจุบันสัดส่วนรายได้ผลิตภัณฑ์ยางนอก อยู่ที่ 83.11% ผลิตภัณฑ์ยางในอยู่ที่ 15.76%  และผลิตภัณฑ์อื่นๆ  1.13%