SCL โชว์งบ Q1/67 อะไหล่รถยนต์ดีมานด์พุ่ง หนุนยอดขายทำได้ 468 ลบ. โต 24% กำไรทะยานกว่า 87%

SCL โชว์งบ Q1/67 อะไหล่รถยนต์ดีมานด์พุ่ง หนุนยอดขายทำได้ 468 ลบ. โต 24% กำไรทะยานกว่า 87%

SCL โชว์ผลงาน Q1/67 ยอดขายทำได้ 468 ลบ. โตเกือบ 24% กำไรกว่า 12 ลบ. พีคแรงกว่า 87% รับพฤติกรรมผู้บริโภคบำรุงรักษารถยนต์คันเดิม หนุนดีมานด์อะไหล่รถยนต์แท้เพิ่มขึ้น มอง Q2/67 สัญญาณดี สต๊อกสินค้าอะไหล่ทดแทนเข้ามาตอบโจทย์ลูกค้าต่อเนื่อง ประกอบกับ เติมแบรนด์ใหม่เข้าพอร์ต ควบคู่รุกขายรถ EV เต็มสูบ สร้าง S-Curve ให้ธุรกิจ ตอกย้ำผู้จัดจำหน่ายอะไหล่รถยนต์รายใหญ่ของประเทศไทย

นายสกล ตั้งก่อสกุล กรรมการผู้จัดการใหญ่ บริษัท เอส.ซี.แอล.มอเตอร์ พาร์ท จำกัด (มหาชน) หรือ SCL เปิดเผยถึง ผลประกอบการไตรมาส 1/2567 มีกำไรสุทธิอยู่ที่ 12.15 ล้านบาท เพิ่มขึ้นจากงวดเดียวกันของปีก่อน จำนวน 5.66 ล้านบาท หรือคิดเป็นการเพิ่มขึ้นร้อยละ 87.22 โดยการเพิ่มขึ้นของกำไรขั้นต้น การลดลงของค่าใช้จ่ายในการบริหาร

ขณะที่ รายได้จากการขายอยู่ที่ 467.94 ล้านบาท เพิ่มขึ้นจากงวดเดียวกันของปีก่อน จำนวน 90.36 ล้านบาท หรือคิดเป็นการเติบโตร้อยละ 23.93 แบ่งเป็นรายได้จากการขายผลิตภัณฑ์อะไหล่รถยนต์ภายใต้ตราสินค้าของค่ายรถยนต์ต่างๆ (Genuine Parts) 428.11 ล้านบาท เติบโตร้อยละ 28.71 สาเหตุหลักจากผู้ใช้รถยนต์ต้องทำการซ่อมดูแลบำรุงรักษารถยนต์คันเดิม เพื่อให้ใช้งานได้ต่อไป เนื่องจาก การขออนุมัติกู้เงินเพื่อซื้อรถยนต์ใหม่ทำได้ยากขึ้น สำหรับ รายได้จากการขายผลิตภัณฑ์อะไหล่ทดแทน (Replacement Parts) เท่ากับ 39.83 ล้านบาท ลดลงเล็กน้อย เนื่องจากตัวแทนจำหน่ายอะไหล่ทดแทนในหลายค่ายไม่สามารถส่งสินค้าให้ได้ตามรอบการสั่งซื้อสินค้า ทำให้ในไตรมาส 1 ยังไม่สามารถตอบสนองความต้องการของลูกค้าได้อย่างเต็มประสิทธิภาพ แต่สต๊อกสินค้าเริ่มเข้ามาอย่างเพียงพอในช่วงไตรมาส 2 นี้ และสนับสนุนผลการดำเนินงานเติบโตต่อเนื่อง

ทั้งนี้ SCL ผู้จัดจำหน่ายชิ้นส่วนอะไหล่รถยนต์ โดยบริษัทฯ เป็นศูนย์รวมในการจำหน่ายชิ้นส่วนอะไหล่รถยนต์ หลากหลายประเภท ครอบคลุมผลิตภัณฑ์อะไหล่มากกว่า 167,000 รายการ ทั้งผลิตภัณฑ์อะไหล่รถยนต์ภายใต้ตราสินค้าของค่ายรถยนต์ต่างๆ (Genuine Parts) นอกจากนี้ บริษัทฯ ยังเป็นผู้จัดจำหน่ายอะไหล่ทดแทน (Replacement Parts)  นอกจากนี้ SCL ได้มุ่งมั่นในการขยายธุรกิจไปยังกลุ่มผลิตภัณฑ์ยานพาหนะอื่นๆ เพิ่มเติม เพื่อสร้าง S-Curve ในการเติบโต ล่าสุด จับมือเป็นพันธมิตรทางธุรกิจกับ บมจ. เน็กซ์ พอยท์ (NEX)  ทั้งในกลุ่มอะไหล่รถยนต์ รถบรรทุก และยานยนต์ไฟฟ้าเชิงพาณิชย์ แบรนด์ Nex เป็นต้น ถือเป็นก้าวที่สำคัญสำหรับการเข้ามารุกธุรกิจรถ EV และจะทำการตลาดอย่างเข้มข้นในไตรมาส 2/2567 เป็นต้นไป พร้อมวางเป้าหมายรายได้ปีนี้คาดเติบโตจากปีก่อน ไม่ต่ำกว่า 10%