TGE สุดแกร่ง! Q1/67 โชว์รายได้แตะ 258.2 ลบ. กำไร 64.3 ลบ. รับทรัพย์บริหารจัดการโรงไฟฟ้าไบโอแก๊ส ปักหมุดก้าวสู่เป้าหมายกำลังผลิตไฟฟ้าทะลุ 200 MW ภายในปี 75

TGE สุดแกร่ง! Q1/67 โชว์รายได้แตะ 258.2 ลบ. กำไร 64.3 ลบ. รับทรัพย์บริหารจัดการโรงไฟฟ้าไบโอแก๊ส ปักหมุดก้าวสู่เป้าหมายกำลังผลิตไฟฟ้าทะลุ 200 MW ภายในปี 75

กลุ่มบริษัท TGE เปิดผลการดำเนินงานไตรมาส 1/67 โชว์รายได้รวม 258.2 ล้านบาท มีกำไรสุทธิ 64.3 ล้านบาท ผลจากการรับรู้รายได้จากการบริหารจัดการโรงไฟฟ้าไบโอแก๊ส และการปรับตัวเพิ่มขึ้นของค่า FiT รวมถึงต้นทุนทางการเงินที่ลดลงจากการชำระเงินกู้ยืมสถาบันการเงิน ฟากซีอีโอ “สืบตระกูล บินเทพ” ลั่นพร้อมลุยประมูลโครงการโรงไฟฟ้าขยะชุมชนเพิ่ม เดินหน้านำนวัตกรรมและเทคโนโลยีทันสมัยมาใช้เพิ่มประสิทธิภาพการผลิตไฟฟ้า จ่อรุกตลาดคาร์บอนเครดิต รองรับแนวโน้มการเติบโตในอนาคต เจรจาผนึกพันธมิตรทั้งในประเทศและต่างประเทศ เพื่อบรรลุเป้าหมายกำลังการผลิตติดตั้งมากกว่า 200 เมกะวัตต์ภายในปี 2575

นายสืบตระกูล บินเทพ ประธานเจ้าหน้าที่บริหาร บริษัท ท่าฉาง กรีน เอ็นเนอร์ยี่ จำกัด (มหาชน) หรือ TGE  ผู้นำด้านอุตสาหกรรมพลังงานทดแทนที่เป็นมิตรต่อชุมชนและสิ่งแวดล้อม เปิดเผยว่า ภาพรวมผลการดำเนินงานในไตรมาส 1/2567 กลุ่มบริษัทฯ มีรายได้รวม 258.2 ล้านบาท เพิ่มขึ้น 9.9% จากช่วงเดียวกันปีก่อนที่มีรายได้รวม 234.9 ล้านบาท โดยมีกำไรขั้นต้น 90.4 ล้านบาท เพิ่มขึ้น 6.3% เมื่อเทียบกับช่วงเดียวกันปีก่อนที่มีกำไรขั้นต้น 85.1 ล้านบาท และมีกำไรสุทธิ 64.3 ล้านบาท เพิ่มขึ้น 2% เมื่อเทียบกับช่วงเดียวกันของปีก่อนที่มีกำไรสุทธิ 63 ล้านบาท 

ปัจจัยที่สนับสนุนให้มีรายได้เพิ่มขึ้นมาจากการรับบริหารจัดการโรงไฟฟ้าไบโอแก๊ส, การปรับตัวเพิ่มขึ้นของค่า FiT และต้นทุนทางการเงินที่ลดลงจากการจ่ายชำระเงินกู้ยืมจากสถาบันการเงิน 

ทั้งนี้ TGE ได้เริ่มบริหารจัดการโรงไฟฟ้าไบโอแก๊สตั้งแต่วันที่ 1 มกราคม 2567 กำลังผลิตติดตั้งรวม 7 เมกะวัตต์ โดยมีระยะเวลาสัญญา 5 ปี สามารถสร้างผลตอบแทนให้กับกลุ่มบริษัทฯ ได้ตามเป้าหมายที่วางไว้ และ TGE คาดการณ์ว่าจะสามารถเพิ่มประสิทธิภาพการดำเนินงานโรงไฟฟ้าไบโอแก๊สดังกล่าวได้ตลอดระยะเวลาสัญญา ซึ่งจะทำให้เกิดผลตอบแทนที่สูงขึ้น

ในช่วงไตรมาส 1/2567 ที่ผ่านมา บริษัทฯได้เริ่มดำเนินการเตรียมพื้นที่สำหรับการก่อสร้างโรงไฟฟ้าขยะชุมชน รวมถึงการจัดเตรียมเอกสารในการขอใบอนุญาตก่อสร้าง ซึ่งเชื่อว่าจะสามารถก่อสร้างเสร็จ และเริ่มรับรู้รายได้ปลายปี 2568 และไตรมาส 1/2569 นอกจากนี้ยังได้ศึกษาผลกระทบต่อสิ่งแวดล้อมและชุมชน เพื่อให้เป็นไปตามกลยุทธ์ของกลุ่มบริษัทฯ ในการเป็นผู้นำด้านโรงไฟฟ้าพลังงานทดแทนที่เป็นมิตรต่อชุมชนและสิ่งแวดล้อม 

ปัจจุบันบริษัทฯ มีโครงการโรงไฟฟ้าขยะชุมชนที่ได้รับคัดเลือกจากองค์กรปกครองส่วนท้องถิ่น (อปท.) เรียบร้อยแล้ว จำนวน 6 โครงการ กำลังการผลิตติดตั้งรวม 49.8 เมกะวัตต์ โดยมีความคืบหน้าในการก่อสร้างเฟสที่ 1 จำนวน 4 โครงการ ได้แก่ โครงการโรงไฟฟ้าขยะชุมชนในพื้นที่ 1. จังหวัดสระแก้ว 2. จังหวัดชุมพร 3. จังหวัดราชบุรี และ 4. จังหวัดชัยนาท กำหนดแล้วเสร็จและคาดพร้อมจำหน่ายไฟฟ้าเชิงพาณิชย์ (COD) ได้ปลายปี 2568   ขณะที่โครงการในเฟส 2 จำนวนทั้งสิ้น 2 โครงการ ได้แก่ โครงการโรงไฟฟ้าขยะชุมชนในพื้นที่ 1. จังหวัดสมุทรสาคร และ 2. จังหวัดอุบลราชธานี มีแผนเริ่มดำเนินการก่อสร้างในปี 2568 กำหนดแล้วเสร็จพร้อม COD ปลายปี 2569 และต้นปี 2570 

สำหรับแนวโน้มผลการดำเนินงานในช่วงที่เหลือของปีนี้ คาดว่ารายได้จากการดำเนินงานจะเติบโตได้ต่อเนื่องจากไตรมาสแรก โดยปัจจัยหลักมาจากประสิทธิภาพการบริหารจัดการโรงไฟฟ้าไบโอแก๊สที่ดีขึ้น รวมถึงการรับรู้รายได้ค่าจำหน่ายกระแสไฟฟ้าให้กิจการที่เกี่ยวข้องกันที่สูงขึ้นตามความต้องการใช้ไฟฟ้าที่เพิ่มขึ้น

“ล่าสุด TGE ได้เตรียมความพร้อมในการเข้าประมูลโครงการโรงไฟฟ้าขยะชุมชนกับองค์กรปกครองส่วนท้องถิ่น (อปท.) อีก 1 โครงการ ได้แก่ โรงไฟฟ้าขยะชุมชุนในพื้นที่ จังหวัดปราจีนบุรี กำลังการผลิตติดตั้ง 9.9 เมกะวัตต์  ซึ่งหากได้รับการคัดเลือกจาก อปท. จะทำให้บริษัทฯมีกำลังการผลิตรวมทุกโครงการกว่า 96 เมกะวัตต์ (โรงไฟฟ้าชีวมวล –ไบโอแก๊ส-ขยะชุมชน) ซึ่งเป็นไปตามเป้าหมายที่วางไว้” นายสืบตระกูล กล่าวในที่สุด 

นอกจากนี้ บริษัทฯยังมีแผนร่วมกับพันธมิตรทางธุรกิจเพื่อรุกขยายการลงทุนไปยังโรงไฟฟ้าพลังงานทดแทนประเภทอื่น ๆ ที่มีศักยภาพทั้งในประเทศและต่างประเทศ ซึ่งจะทำให้บรรลุเป้าหมายระยะยาวที่จะมีกำลังการผลิตติดตั้งมากกว่า 200 เมกะวัตต์ภายในปี 2575 ตามแผนที่วางไว้ ขณะเดียวกันบริษัทฯจะรุกเข้าไปในตลาดคาร์บอนเครดิต เพื่อตอบสนองความต้องการที่มีมากขึ้นในอนาคต ซึ่งจะเป็นอีกธุรกิจที่ช่วยสร้างรายได้เพิ่ม และผลักดันการเติบโตของบริษัทได้อย่างก้าวกระโดด