PCC เปิดงบ Q1/67 รายได้โต 14.25% ยอดขายสินค้าหม้อแปลงไฟฟ้า – อุปกรณ์ระบบโครงข่ายไฟฟ้าอัจฉริยะ เพิ่มขึ้น มั่นใจรายได้ปีนี้โต 10% ตามเป้าหมาย

PCC เปิดงบ Q1/67 รายได้โต 14.25% ยอดขายสินค้าหม้อแปลงไฟฟ้า - อุปกรณ์ระบบโครงข่ายไฟฟ้าอัจฉริยะ เพิ่มขึ้น มั่นใจรายได้ปีนี้โต 10% ตามเป้าหมาย

บมจ.พรีไซซ คอร์ปอเรชั่น (PCC) รายงานผลการดำเนินงานงวดไตรมาส 1/2567 มีรายได้อยู่ที่ 1,202.61 ลบ.เพิ่มขึ้น 14.25% กวาดกำไรสุทธิ  89.84 ลบ. โต 8.50% เนื่องจากยอดขายกลุ่มสินค้าหม้อแปลงไฟฟ้า,กลุ่มสินค้าสวิตช์ตัดตอนชนิดต่างๆ และรายได้ขายกลุ่มอุปกรณ์และระบบควบคุมสำหรับระบบโครงข่ายไฟฟ้าอัจฉริยะ เพิ่มขึ้น  แถมสามารถควบคุมต้นทุน และ ค่าใช้จ่ายในการดำเนินงานอย่างมีประสิทธิภาพ  ด้านซีอีโอ “กิตติ สัมฤทธิ์” มั่นใจรายได้ปีนี้โต 10% จากปีก่อน  มองระบบสมาร์ทกริดขยายตัวต่อเนื่อง หนุนการเติบโตของบริษัทฯอย่างยั่งยืน

นายกิตติ สัมฤทธิ์  ประธานเจ้าหน้าที่บริหาร และกรรมการผู้จัดการใหญ่ บริษัท พรีไซซ คอร์ปอเรชั่น จำกัด (มหาชน) (PCC) ผู้นําในธุรกิจเทคโนโลยีแพลตฟอร์มครอบคลุมอุตสาหกรรมสมาร์ทกริดของประเทศไทย เปิดเผยว่า ผลประกอบการงวดไตรมาส 1/2567 มีรายได้รวมอยู่ที่ 1,202.61 ล้านบาท เพิ่มขึ้น 14.25%  จากปีก่อนที่มีรายได้  1,052.60 ล้านบาท

กลุ่มบริษัทฯ มีโครงสร้างรายได้สำหรับงวดสามเดือนแรกปี 2566 และ 2567 จากรายได้จากการขายใน สัดส่วนร้อยละ 56.9 ต่อ 53.8 และรายได้จากการให้บริการและโครงการก่อสร้างในสัดส่วนเท่ากับ ร้อยละ 42.7 ต่อ  45.5 ของรายได้รวม ตามลำดับ

โดยรายได้จากการขายงวดไตรมาส 1/2567  มีรายได้เท่ากับ 647.54 ล้านบาท เพิ่มขึ้น 8.10% จากปีก่อนมีรายได้เท่ากับ 599.04 ล้านบาท เนื่องจากการขายสินค้าให้กลุ่มลูกค้าภาครัฐและเอกชนที่เป็นผู้รับเหมาหลักของงานสถานีไฟฟ้าเพิ่มขึ้น ปัจจัยหลักมาจากกลุ่มผลิตภัณฑ์ ดังนี้  รายได้ขายกลุ่มสินค้าหม้อแปลงไฟฟ้ากำลัง  ได้แก่ หม้อแปลงไฟฟ้าระบบจำหน่าย ,รายได้ขายกลุ่มสินค้าสวิตช์ตัดตอนชนิดต่างๆ ได้แก่ โหลดเบรคสวิตซ์ และรายได้ขายกลุ่มอุปกรณ์และระบบควบคุมสำหรับระบบโครงข่ายไฟฟ้าอัจฉริยะ ได้แก่ อุปกรณ์ใน กลุ่ม มิเตอร์

และรายได้จากการให้บริการและโครงการก่อสร้างงวดไตรมาส 1/2567 มีรายได้เท่ากับ 547.61 ล้านบาท เพิ่มขึ้น 21.84%  จากปีก่อนมีรายได้เท่ากับ 449.44 ล้านบาท  ปัจจัยหลักคือการเพิ่มขึ้นของรายได้สำหรับงานบริการก่อสร้าง ดังนี้  งานก่อสร้างสถานีไฟฟ้าแรงสูง จากงานโครงการสถานีไฟฟ้าแรงสูง 500/230 kV แม่เมาะและ ลำพูน , งานระบบควบคุมสำหรับระบบโครงข่ายไฟฟ้าอัจฉริยะ จากงานโครงการติดตั้งขยายของงาน FDI (Feeder Device Interface) 4 ภาค ซึ่งเป็นสัญญาต่อเนื่องของงานโครงการ SCADA ที่จบโครงการ ไปแล้ว  และ งานบริการจัดหาและติดตั้งอุปกรณ์ไฟฟ้าแรงสูง จากการงานติดตั้งอุปกรณ์ โหลดเบรคสวิตซ์

ทั้งนี้ งวดไตรมาส 1/2567  บริษัทฯมีกำไรสุทธิ อยู่ที่  89.84 ล้านบาท  เพิ่มขึ้น 8.50% จากช่วงเดียวกันของปีก่อนที่ 82.80 ล้านบาท สาเหตุหลักที่กำไรสุทธิของกลุ่มบริษัทฯ มีการปรับตัวเพิ่มขึ้น เนื่องมาจากการควบคุมต้นทุน และ ค่าใช้จ่ายในการดำเนินงานอย่างมีประสิทธิภาพ

นายกิตติ กล่าวอีกว่า บริษัทฯ ตั้งเป้ารายได้ในปี 2567 เติบโต 10% จากปีก่อนที่มีรายได้ 4.63 พันล้านบาท เนื่องจากมองเห็นศักยภาพในการเติบโตจากอุตสาหกรรมไฟฟ้าระบบ Smart Grid หรือระบบโครงข่ายไฟฟ้าอัจฉริยะ ที่นำเทคโนโลยีหลากหลายประเภทเข้ามาทำงานร่วมกัน ทำให้ระบบไฟฟ้ามีประสิทธิภาพมากยิ่งขึ้น โดยในปัจจุบันจำนวนรถไฟฟ้า (EV) ที่เพิ่มมากขึ้น จากนโยบายสนับสนุนจากทางภาครัฐ