MONEY EXPO 2024 BANGKOK ยอดธุรกรรมกว่า 2.47 หมื่นล้านบาท

MONEY EXPO 2024 BANGKOK ยอดธุรกรรมกว่า 2.47 หมื่นล้านบาท

งานมหกรรมการเงินกรุงเทพ ครั้งที่ 24 MONEY EXPO 2024 BANGKOK จัดโดย วารสารการเงินธนาคาร วันที่ 16-19 พฤษภาคม 2567 มียอดธุรกรรมออฟไลน์และออนไลน์รวมกว่า 24,700 ล้านบาท สินเชื่อบ้าน/รีไฟแนนซ์บ้านฮิตติดอันดับ 1 มียอดขอกู้กว่า 12,810 ล้านบาท ผู้ประกอบการยื่นกู้สินเชื่อเอสเอ็มอีกว่า 7,850 ล้านบาท ประชาชนลงทุนซื้อประกันชีวิต/ประกันภัย/ประกันสุขภาพ รวมทุนประกันกว่า 1,080 ล้านบาท

นางสาวภาคนี วิริยะรังสฤษฎ์ ประธานจัดงานร่วม งานมหกรรมการเงิน Money Expo เปิดเผยว่า งานมหกรรมการเงินกรุงเทพ ครั้งที่ 24 MONEY EXPO 2024 BANGKOK ซึ่งจัดขึ้นในแนวคิด “Digital Finance for All การเงินดิจิทัลเพื่อทุกคน” ระหว่างวันที่ 16-19 พฤษภาคม 2567 ณ ชาเลนเจอร์ 2-3 อิมแพ็ค เมืองทองธานี ประสบความสำเร็จอีกครั้ง โดยมียอดธุรกรรมทางการเงินและการลงทุนทั้งแบบออฟไลน์ที่เดินทางมาใช้บริการในงาน และแบบออนไลน์ที่ทำธุรกรรมผ่านแพลตฟอร์ม www.MoneyExpoOnline.com  รวมกว่า 24,700 ล้านบาท จากผู้สมัครใช้บริการกว่า 39,000 ราย

นางสาวภาคนีกล่าวว่า สำหรับยอดธุรกรรมที่มีมูลค่าสูงเป็น อันดับ 1 คือ สินเชื่อบ้านและรีไฟแนนซ์บ้าน วงเงินกู้รวมกว่า 12,810 ล้านบาท โดยธนาคารได้นำแคมเปญโปรโมชั่นพิเศษในรอบปีมาแข่งขันกันในงาน โดยเฉพาะโปรโมชั่น “ดอกเบี้ย 0%” ที่มีในงานมหกรรมการเงิน Money Expo เท่านั้น พร้อมด้วยเงื่อนไขพิเศษต่างๆ เช่น การยกเว้นค่าธรรมเนียมการยื่นกู้ ค่าประเมินราคา ค่าจดจำนอง เป็นต้น

อันดับ 2 สินเชื่อเอสเอ็มอี รวมวงเงินกู้และยอดค้ำประกันสินเชื่อกว่า 7,850 ล้านบาท โดยธนาคารได้เตรียมแพ็กเกจสินเชื่ออัตราดอกเบี้ยต่ำผู้ประกอบการที่ยื่นขอกู้ภายในงาน รวมทั้งสินเชื่อสีเขียว (Green Loan) ที่คิดอัตราดอกเบี้ยพิเศษสำหรับผู้ประกอบการธุรกิจที่เป็นมิตรกับสิ่งแวดล้อม พร้อมมีผู้เชี่ยวชาญให้คำปรึกษาอย่างใกล้ชิด

และที่พิเศษในปีนี้ งาน MONEY EXPO 2024 BANGKOK ได้จัดให้มี โซน “Franchise SMEs” ที่มีธุรกิจแฟรนไชส์ชื่อดัง เช่น แฟรนไชส์ร้านสะดวกซัก Otteri Wash&Dry, 24 WASH, Laundry Station, SABUY WASH แฟรนไชส์อาหาร โกโก้ ไอ้ต้น, ดับเบิ้ลนัวร์, Kari Kori, หมูทอดในตำนาน, หมีปรุง มานำเสนอและให้บริการแก่ผู้สนใจที่ต้องการเป็นเจ้าของธุรกิจในรูปแบบแฟรนไชส์ครบวงจร พร้อมด้วยสินเชื่อ การค้ำประกันสินเชื่อและค่าธรรมเนียมในอัตราพิเศษ ซึ่งได้รับความสนใจเป็นอย่างมาก มียอดขอสินเชื่อแฟรนไชส์ในงานกว่า 65 ล้านบาท

อันดับ 3 ประกันชีวิต/ประกันภัยและแบงก์แอสชัวรันส์ คิดเป็นทุนประกันรวม 1,080 ล้านบาท โดยแบบประกันที่มาแรงในปีนี้คือ แบบประกันตลอดชีพ จ่ายเบี้ยไม่แพง ระยะเวลา 15-20 ปี รับทุนประกันสูง โดยคุ้มครองสูงสุดถึงอายุ 99 ปี หรือตลอดชีพ และแบบประกันบำนาญที่ชำระเบี้ยสูงสุดถึงอายุ 60 ปี จากนั้นรับบำนาญสุงสุดถึงอายุ 99 ปี เบี้ยประกันใช้สิทธิลดหย่อนได้สูงสุดถึง 200,000 บาท รองลงมาคือ แบบประกันสะสมทรัพย์ จ่ายเบี้ยระยะสั้น ความคุ้มครอง 10 ปี รับเงินคืนสูงสุด 4% ต่อปี

ด้านประกันวินาศภัย แบบประกันที่ได้รับความสนใจเป็นอันดับหนึ่งคือ แบบประกันภัยรถยนต์ ชั้น 1 ซึ่งมีทั้งแบบประภัยรถยนต์สำหรับรถใหม่ และการต่ออายุกรมธรรม์ ปีที่ 2-3 รองลงมาคือ ประกันสุขภาพที่มีให้เลือกทั้งแบบครอบคลุมโรคร้ายแรง และแบบเหมาจ่าย และประกันอัคคีภัยบ้านอยู่อาศัย ที่สามารถซื้อความคุ้มครองแบบเหมาความคุ้มครองตั้งแต่ 2 ปีขึ้นไป จ่ายเบี้ยแค่หลักพันบาท

อันดับ 4 บัตรเครดิต มีผู้สมัครบัตรเครดิตกว่า 5,570 ราย วงเงินกู้กว่า 950 ล้านบาท โดยธนาคารและนอนแบงก์มีโปรโมชั่นพิเศษรับของรางวัลเมื่อมียอดใช่จ่ายบัตร เช่น บัตรกำนัล กระเป๋าเดินทาง เครื่องใช้ไฟฟ้า ฯลฯ พร้อมสะสมคะแนน แลกรับของรางวัลตามไลฟ์สไตล์

อันดับ 5 เงินฝาก/สลากออมทรัพย์ รวมวงเงินกว่า 610 ล้านบาท โดยมีแคมเปญพิเศษสำหรับผู้จองสิทธิ์เงินฝากในงานเท่านั้น ได้แก่ เงินฝากเผื่อเรียกพิเศษ 111 วัน ธนาคารออมสิน อัตราดอกเบี้ยแบบ Step up สูงสุด 21% ต่อปี หรือเทียบเท่าเงินฝากประจำ 4.70% ต่อปี และแคมเปญเงินฝากดอก ดก หก เดือน ให้ดอกเบี้ยล่วงหน้าทันที 4.6% ต่อปีระยะเวลาฝาก 6 เดือน ของธนาคารเพื่อการเกษตรและสหกรณ์การเกษตร (ธ.ก.ส.) ซึ่งได้รับการตอบรับจากประชาชนที่มาเข้าคิวเพื่อจองสิทธิ์ของทั้ง 2 ธนาคารตั้งแต่เช้าตลอดทั้ง 4 วัน

ด้านบริการทางการลงทุน มีผู้ลงทุนสมัครใช้บริการเป็นจำนวนมาก ทั้งการลงทุนซื้อกองทุน และการเปิดบัญชีหุ้น-อนุพันธุ์-ทองคำ-คริปโทเคอเรนซี นอกจากนี้ ประชาชน นักลงทุนยังสนใจเข้าฟังสัมมนาในงานจากวิทยากรชั้นนำกว่า 40 ท่านที่มาวิเคราะห์เทรนด์การลงทุน พร้อมเจาะลึกเทคนิคการลงทุน รวมทั้งการวางแผนการออมการลงทุนอย่างเหมาะสมและปลอดภัยจากภัยกลโกง โดยตลอด 4 วันของการจัดงานมีผู้สนใจเข้าฟังกว่า 30 หัวข้อ ทั้งจากเวทีสัมมนาภายในงานและรับชมในรูปแบบ Live ผ่านช่องออนไลน์ เป็นจำนวนหลายหมื่นราย

สำหรับประชาชนที่สนใจแก้หนี้ ธนาคารแห่งประเทศไทย (ธปท.) นำหมอหนี้มาให้คำปรึกษาและหากเป็นหนี้เสีย จากบัตรเครดิต บัตรกดเงินสด หรือสินเชื่อส่วนบุคคล สามารถเข้า “คลินิกแก้หนี้ by SAM” นอกจากนี้ ยังมีมุมรู้เท่าทันภัยการเงินเพื่อไม่ให้เป็นเหยื่อของมิจฉาชีพอีกด้วย

ส่วน กรมบังคับคดี โดยศูนย์ไกล่เกลี่ยข้อพิพาท มาจัดกิจกรรมไกล่เกลี่ยแก้หนี้หลังศาลมีคำพิพากษาในงาน ร่วมกับกองทุนเงินให้กู้ยืมเพื่อการศึกษา (กยศ.) และสถาบันการเงินกว่า 15 แห่ง โดยให้ข้อเสนอพิเศษทั้งการขยายเวลาผ่อนชำระหนี้ ลดดอกเบี้ย ลดเบี้ยปรับ ลดจำนวนเงินผ่อนชำระหนี้ เมื่อจบงานแล้วหากเจรจาไกล่เกลี่ยเป็นผลสำเร็จ ลูกหนี้จะไม่ถูกบังคับคดีใดๆ ทั้งสิ้น ซึ่งตลอดทั้ง 4 วัน สามารถไกล่เกลี่ยได้สำเร็จคิดเป็นมูลค่าทุนทรัพย์ 151,42 ล้านบาท หรือ 97.81% และลดค่าใช้จ่ายและค่าธรรมเนียมให้ประชาชนได้กว่า 5 ล้านบาท