MAGURO เข้าเทรด mai วันแรก พุ่งเหนือจอง 44.65% ชูพื้นฐานแกร่ง-โอกาสเติบโตสูง พร้อมเดินหน้าขยายสาขา 11 แห่งในปีนี้

MAGURO เข้าเทรด mai วันแรก พุ่งเหนือจอง 44.65% ชูพื้นฐานแกร่ง-โอกาสเติบโตสูง พร้อมเดินหน้าขยายสาขา 11 แห่งในปีนี้

บมจ.มากุโระ กรุ๊ป (MAGURO) หนึ่งในผู้นำธุรกิจร้านอาหารญี่ปุ่น-เกาหลี พร้อมเข้าซื้อขายในตลาดหลักทรัพย์เอ็ม เอ ไอ (mai) วันนี้ (5 มิ.ย.67) เป็นวันแรก พุ่งเหนือจอง 44.65% เทียบราคา IPO 15.90 บาท/ หุ้น นักลงทุนเชื่อมั่นพื้นฐานแกร่ง รายได้เติบโตอย่างก้าวกระโดด บริษัทฯ พร้อมเดินหน้าขยายสาขาต่อเนื่อง ปักธงปีนี้ไม่น้อยกว่า 11 สาขา

นายเอกฤกษ์ แสงเสรีดำรง ประธานเจ้าหน้าที่บริหาร และผู้ร่วมก่อตั้ง บริษัท มากุโระ กรุ๊ป จำกัด (มหาชน) หรือ MAGURO เปิดเผยว่า “บริษัทฯ เข้าทำการซื้อขายในตลาดหลักทรัพย์เอ็ม เอ ไอ (mai) ในวันนี้ (5 มิถุนายน 2567) เป็นวันแรก ได้รับความสนใจจากนักลงทุนอย่างดีเยี่ยม โดยเปิดการซื้อขายที่ 23.00 บาท เพิ่มขึ้น 7.10 บาท หรือ 44.65% เทียบราคา IPO ที่ 15.90 บาท/หุ้น สะท้อนความเชื่อมั่นของนักลงทุนที่มีต่อแบรนด์ของบริษัทฯ ที่เป็นหนึ่งในผู้นำธุรกิจร้านอาหารญี่ปุ่น-เกาหลี และได้รับการยอมรับจากลูกค้ามายาวนานกว่า 9 ปี

“ขอขอบคุณนักลงทุนทุกท่านที่ให้การต้อนรับอย่างอบอุ่น บริษัทฯ พร้อมเดินหน้าขยายธุรกิจตามแผนที่วางไว้ โดยเงินที่ได้จากการระดมทุนในครั้งนี้จะนำไปเปิดแบรนด์ใหม่ และขยายสาขาเพิ่ม โดยในปี 2567 มีแผนขยายไม่น้อยกว่า 11 สาขาในเขตกรุงเทพฯ และปริมณฑล รวมทั้งปรับปรุงสาขาเดิม ครัวกลาง และระบบ IT เพื่อเพิ่มประสิทธิภาพการทำงาน และรองรับการขยายตัวของจำนวนสาขาของบริษัทฯ ในอนาคต อีกทั้งเป็นเงินทุนหมุนเวียนในการดำเนินงาน ซึ่งจะช่วยให้บริษัทฯ ขยายกิจการได้อย่างมีประสิทธิภาพ”

“MAGURO มีความมุ่งมั่นที่จะเป็นผู้นำในการดำเนินธุรกิจร้านอาหารที่มีคุณภาพ เพื่อส่งมอบประสบการณ์ที่เป็นเอกลักษณ์ และสร้างความพึงพอใจสูงสุดของลูกค้า ภายใต้ปรัชญาการให้มากกว่าที่ขอ หรือ Give More ซึ่งเป็นหัวใจหลักในการให้บริการแก่ลูกค้าในทุกด้าน ตั้งแต่การเปิดร้านมากุโระ สาขาแรก เมื่อ 9 ปีที่แล้ว จนถึงปัจจุบัน อีกทั้ง บริษัทฯ ยังยึดหลักปรัชญา Give More ในการดำเนินกิจการทั้งกับคู่ค้า พันธมิตรทางธุรกิจ ตลอดจนผู้ถือหุ้น และผู้ที่มีส่วนได้ส่วนเสียทุกฝ่าย เพื่อสร้างการเติบโตอย่างยั่งยืน”

นายสมภพ กีระสุนทรพงษ์ กรรมการผู้อำนวยการ บริษัทหลักทรัพย์ ฟินันเซีย ไซรัส จำกัด (มหาชน) ในฐานะผู้จัดการการจัดจำหน่ายและรับประกันการจำหน่าย กล่าวว่า การเข้าเทรดในวันแรกได้รับการตอบรับอย่างคึกคัก จากปัจจัยพื้นฐานของบริษัทฯ ที่มีความแข็งแกร่ง ซึ่งเห็นได้จากความสามารถในการทำกำไรที่โดดเด่น การเติบโตอย่างต่อเนื่องและมั่นคง

“เชื่อว่า MAGURO จะเป็นบริษัทฯ ที่มีศักยภาพในการเติบโต จากการที่บริษัทฯ มีฐานลูกค้าที่แข็งแกร่ง มียอดผู้ติดตามบน Social Media มากกว่า 500,000 ราย และมีกลุ่มลูกค้าที่เป็นสมาชิก (Membership) กว่า 145,000 ราย ซึ่งในปี 2566 สมาชิกดังกล่าวสามารถสร้างรายได้ให้กับบริษัทฯ กว่า 54.36% แสดงให้เห็นถึงความสามารถในการสร้างรายได้อย่างต่อเนื่องของบริษัทฯ อีกทั้งยังเป็นฐานสำคัญสำหรับการสร้างแบรนด์ใหม่ในอนาคต ซึ่งบริษัทฯ มีแผนที่จะขยายสาขา และเปิดแบรนด์ใหม่ภายในปี 2567 ไม่น้อยกว่า 11 สาขา”

“เพื่อเป็นการเพิ่มความเชื่อมั่นให้แก่นักลงทุน Holistic Impact Pte. Ltd ซึ่งเป็นผู้ถือหุ้นเดิมที่ยังคงถือหุ้นอยู่ในบริษัทฯ พร้อมกับนักลงทุนสถาบันที่ดำเนินการซื้อ-ขายผ่านกระดาน Big Lot ในวันนี้ สมัครใจ Lockup หุ้นเป็นเวลา 3 เดือน และเมื่อนับรวมกับหุ้นที่ถูกติด Silent Period ตามข้อบังคับของตลาดหลักทรัพย์ฯ แล้ว จะมีหุ้นที่ถูกห้ามขายรวมเป็นจำนวนร้อยละ 72.97 ของจำนวนหุ้นทั้งหมดของบริษัทฯ”

นางสาวจิรยง อนุมานราชธน กรรมการผู้จัดการ บริษัท เจย์ แคปปิตอล แอดไวเซอรี จำกัด ในฐานะที่ปรึกษาทางการเงิน กล่าวว่า “ในฐานะที่ปรึกษาทางการเงินที่ได้ดูแล MAGURO ทำให้เห็นถึงศักยภาพของทีมผู้บริหารและพนักงานทุกท่านที่จะร่วมกันผลักดันให้บริษัทฯ เติบโตได้อย่างต่อเนื่อง โดยจากพื้นฐานที่แข็งแกร่งของบริษัทฯ เชื่อว่า MAGURO จะได้รับการต้อนรับจากนักลงทุนเป็นอย่างดี ซึ่งจะเป็นจุดเริ่มต้นที่ดีที่จะช่วยให้บริษัทฯ มีแหล่งเงินทุนสำหรับการขยายธุรกิจ เพื่อสร้างการเติบโตได้อย่างมั่นคงและแข็งแกร่งมากยิ่งขึ้น ทั้งนี้เชื่อว่า MAGURO จะเป็นหุ้นที่ให้ผลตอบแทนที่ดีแก่นักลงทุน เนื่องจากเป็นบริษัทฯ ที่มีพื้นฐานแข็งแกร่ง จากการบริหารธุรกิจให้มีการเติบโตได้อย่างต่อเนื่อง อีกทั้งไม่มีหนี้สินที่มีภาระดอกเบี้ย ทำให้สามารถต่อยอดทางธุรกิจได้เป็นอย่างดีในอนาคต”

“ด้านผลการดำเนินงานใน ปี 2566 มีรายได้รวม 1,045.81 ล้านบาท เพิ่มขึ้น 57.06% และมีกำไร 72.48 ล้านบาท เติบโตสูงถึง 131.12% จากปีก่อนหน้า ขณะที่ผลการดำเนินการในงวดไตรมาส 1 ปี 2567 มีรายได้รวม 297.25 ล้านบาท เพิ่มขึ้น 25.89% และมีกำไรสุทธิ 20.13 ล้านบาท เติบโต 3.52% จากงวดเดียวกันเมื่อปีก่อน โดยมีนโยบายการจ่ายปันผลไม่ต่ำกว่าร้อยละ 40.00 ของกำไรสุทธิตามงบการเงินเฉพาะกิจการของบริษัทฯ หลังหักภาษีเงินได้นิติบุคคล และหลังหักสำรองต่าง ๆ”

ด้านราคาเป้าหมาย 6 โบรกเกอร์ ได้แก่ บมจ.บล.ฟินันเซีย ไซรัส, บมจ.บล.บียอนด์, บมจ.บล.ดาโอ, บมจ.บล.เคจีไอ (ประเทศไทย),บล.ลิเบอเรเตอร์ และ บล.ทรีนีตี้ ให้ราคาเหมาะสมหุ้น IPO MAGURO อยู่ที่ระหว่าง 21.40-25.00 บาท