WHA Group ควง WHAUP-WHART-WHAIR ติดอันดับ ESG100 ประจำปี 2567

WHA Group ควง WHAUP-WHART-WHAIR ติดอันดับ ESG100 ประจำปี 2567

กรุงเทพฯ – บริษัท ดับบลิวเอชเอ คอร์ปอเรชั่น จำกัด (มหาชน) (WHA) บริษัท ดับบลิวเอชเอ ยูทิลิตี้ส์แอนด์พาวเวอร์ จำกัด (มหาชน) (WHAUP) พร้อมกองทรัสต์ WHART-WHAIR ปลื้ม หลังสถาบันไทยพัฒน์ จัดอันดับอยู่ในทำเนียบของกลุ่มหลักทรัพย์ ESG100 ประจำปี 2567 จาก 920 บริษัท กองทุน และทรัสต์เพื่อการลงทุน สะท้อนความมุ่งมั่นในการดำเนินธุรกิจอย่างยั่งยืน พร้อมเดินหน้าพัฒนาประเทศชาติและสร้างความเปลี่ยนแปลงเชิงบวกทั้งด้านสิ่งแวดล้อม สังคม และเศรษฐกิจ ภายใต้พันธกิจ WHA: WE SHAPE THE FUTURE

สถาบันไทยพัฒน์ โดยหน่วยงาน ESG Rating ซึ่งเป็นผู้พัฒนาข้อมูลด้านความยั่งยืนของธุรกิจในประเทศไทย และเป็นผู้จัดทำข้อมูลกลุ่มหลักทรัพย์ ESG100 นับตั้งแต่ปี 2558 ประกาศให้ บริษัท ดับบลิว  เอชเอ คอร์ปอเรชั่น จำกัด (มหาชน) (WHA) บริษัท ดับบลิวเอชเอ ยูทิลิตี้ส์ แอนด์พาวเวอร์ จำกัด (มหาชน) (WHAUP) รวมถึงทรัสต์เพื่อการลงทุนในอสังหาริมทรัพย์และสิทธิการเช่าดับบลิวเอชเอ พรีเมี่ยม โกรท (WHART) และทรัสต์เพื่อการลงทุนในสิทธิการเช่าอสังหาริมทรัพย์ดับบลิวเอชเอ อินดัสเตรียล (WHAIR) เป็นรายชื่อหลักทรัพย์จดทะเบียนที่ได้รับการคัดเลือกเข้าอยู่ในทำเนียบของกลุ่มหลักทรัพย์ ESG100 ประจำปี 2567 ผ่านการคัดเลือกจาก 920 บริษัท กองทุน และทรัสต์เพื่อการลงทุน ซึ่งพิจารณาจากข้อมูลการดำเนินงานที่สะท้อนปัจจัยด้าน ESG (สิ่งแวดล้อม สังคม และธรรมาภิบาล) ตามที่บริษัทเปิดเผยต่อสาธารณะ  โดยการจัดอันดับบริษัทจดทะเบียนด้านการพัฒนาความยั่งยืนของธุรกิจในกลุ่มหลักทรัพย์ ESG100 ถือเป็นแหล่งข้อมูลด้านความยั่งยืนของบริษัทจดทะเบียนเพื่อเพิ่มโอกาสสร้างผลตอบแทนที่ดีในระยะยาวแก่ผู้ลงทุน

นางสาวจรีพร จารุกรสกุล ประธานคณะกรรมการบริหารและประธานเจ้าหน้าที่บริหารกลุ่ม บริษัท ดับบลิวเอชเอ คอร์ปอเรชั่น จำกัด (มหาชน) เปิดเผยว่า WHA WHART และ WHAIR ได้รับการคัดเลือกอย่างต่อเนื่องให้เข้าอยู่ในทำเนียบกลุ่มหลักทรัพย์ ESG100 ประจำปี 2567 ในขณะที่ WHAUP ได้รับคัดเลือกให้อยู่ในทำเนียบ ESG100 เป็นครั้งแรก ซึ่งนับเป็นสิ่งยืนยันถึงความสำเร็จของการยึดมั่นต่อแนวทางการพัฒนาสู่ความยั่งยืนในทุกด้านอย่างต่อเนื่องยาวนาน สอดรับกับทิศทางการพัฒนาธุุรกิจภายใต้พันธกิจ WHA: WE SHAPE THE FUTURE โดยมีการวางแผนกลยุทธ์และการดำเนินธุรกิจอย่างยั่งยืนตามกรอบของ ESG ทั้งในด้านสิ่งแวดล้อม สังคม เศรษฐกิจและบรรษัทภิบาล รวมถึงให้ความสำคัญกับการเปิดเผยข้อมูลที่ถูกต้อง ครบถ้วน เพื่อสร้างความเชื่อมั่นต่อองค์กร ทั้งในด้านความสามารถในการจัดการธุรกิจอย่างมีประสิทธิภาพ โปร่งใส มีศักยภาพในการแข่งขัน และการสร้างผลตอบแทนในระยะยาว

ในส่วนของ WHAUP ในปีนี้ติดโผเป็น 1 ใน 19 หลักทรัพย์ ในทำเนียบ “บริษัทวิถียั่งยืนที่น่าลงทุน” หรือ ESG Emerging List ประจำปี 2567 และได้เข้าอยู่ในทำเนียบ ESG100 เป็นครั้งแรก สะท้อนแผนขับเคลื่อนธุรกิจการลงทุนธุรกิจสาธารณูปโภคและพลังงานที่ตอบโจทย์การสร้างผลตอบแทนที่ยั่งยืน โดยมีการตั้งเป้ายอดการจำหน่ายและบริหารจัดการน้ำทั้งหมดจำนวน 178 ล้านลูกบาศก์เมตร และธุรกิจไฟฟ้ามีเป้าหมายในการเพิ่มสัญญาซื้อขายไฟฟ้ารวมตามสัดส่วนการถือหุ้นไปที่ระดับ 1,000 เมกะวัตต์ภายในสิ้นปีนี้ พร้อมมุ่งมั่นในการแสวงหาโอกาสในการลงทุนธุรกิจสาธารณูปโภคและพลังงานในรูปแบบต่างๆ ทั้งในประเทศและต่างประเทศ เพื่อต่อยอดการเติบโตและสร้างความแข็งแกร่งให้กับธุรกิจอย่างยั่งยืนทั้งภายในและภายนอกนิคมอุตสาหกรรมของ WHA Group

ขณะที่กองทรัสต์ WHART ได้รับการคัดเลือกเข้าอยู่ในทำเนียบกลุ่มหลักทรัพย์ ESG100 ประจำปี 2567 ต่อเนื่องเป็นปีที่ 6 ซึ่ง ณ ปัจจุบัน WHART มีมูลค่าทรัพย์สินรวมประมาณ 55,000 ล้านบาท และมีทรัพย์สินหลักเป็นอาคารคลังสินค้าศูนย์กระจายสินค้า และอาคารโรงงาน โดยมีพื้นที่เช่าภายใต้การบริหารกว่า 1.80 ล้านตารางเมตร นับเป็นกองทรัสต์อุตสาหกรรมที่ใหญ่ที่สุดในประเทศไทย

ด้านกองทรัสต์ WHAIR มีการเติบโตอย่างโดดเด่น ล่าสุดเตรียมการลงทุนเพิ่มเติมครั้งที่ 5 มูลค่าไม่เกิน 1,118 ล้านบาท หนุนมูลค่าทรัพย์สินรวมของกองทรัสต์ฯ สูงกว่า 14,000 ล้านบาท และมีพื้นที่เช่าภายใต้การบริหารเพิ่มขึ้นเป็น 468,990 ตารางเมตร

“WHA Group มีเป้าหมายและแนวทางการพัฒนาสู่ความยั่งยืนมาเป็นระยะเวลานานนับตั้งแต่เริ่มดำเนินธุรกิจ รวมถึงมีโครงการเพื่อช่วยพัฒนาคนในทุกภาคส่วนของสังคมให้มีความก้าวหน้า อีกทั้งยังสร้างโอกาสในการเข้าถึงปัจจัยและคุณภาพชีวิตที่ดีให้สามารถเติบโตร่วมกันอย่างยั่งยืน พร้อมขับเคลื่อนธุรกิจด้วยศักยภาพจากการสร้างระบบนิเวศทางธุรกิจที่ครบวงจร และแข็งแกร่งจาก 4 กลุ่มธุรกิจ ได้แก่ ธุรกิจโลจิสติกส์ นิคมอุตสาหกรรม ระบบสาธารณูปโภคและพลังงาน และดิจิทัล เพื่อมุ่งสู่การเป็น “The Ultimate Solution for Sustainable Growth”

 

วันที่ 09 กรกฎาคม 2567